ได้เห็นผู้รับบริการจริงเห็นการให้การบำบัดและฟื้นฟูผู้รับบริการและเห็นโปรแกรมการฝึกของเพื่อนในแต่ละครั้งโดย case นี้ เป็นโรคหลอดเลือดสมอง(stroke)และมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร(aphasia)

วันที่ 12 มกราคม 2555 วันนี้เริ่มการนำเสนอ กรณีศึกษาของเพื่อนเลขที่ 1-5 รอบที่ 2 โดยวันนี้อาจารย์ให้โจทย์ใหม่แก่นักศึกษาว่า 1.สำหรับคน present ให้เขียนเกี่ยวกับกรณีศึกษาของตนเอง 2.ผู้ฟัง เขียนว่าเมื่อฟังการนำเสนอของเพื่อนแล้วเรามีความประทับใจ กรณีศึกษาของใครและหาก case นี้เป็น case ของเราเองเราจะมีวิธีส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างไร สำหรับดิฉันประทับใจกรณีศึกษาของใบตองเนื่องด้วย case นี้เรามีโอกาสเจอด้วยกันขณะที่ไปฝึกงาน ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้เห็นผู้รับบริการจริงเห็นการให้การบำบัดและฟื้นฟูผู้รับบริการและเห็นโปรแกรมการฝึกของเพื่อนในแต่ละครั้งโดย case นี้ เป็นโรคหลอดเลือดสมอง(stroke)และมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร(aphasia)อารมณ์พื้นฐานของผู้รับบริการก็จะเป็นคนที่ขี้โมโหและเมื่อโมโหแล้วจะโมโหร้ายไม่ฟังใคร คนอื่นก็เข้าหน้าไม่ติดเลยเวลาโมโห ขณะฝึกหากคนในห้องฝึกถามว่าใครชื่ออะไรแล้วตอบไม่ได้ผู้รับบริการจะเครียดมากผู้บำบัดต้องบอกให้ใจเย็นๆค่อยๆคิด หากคิดไม่ออกก็ไม่เป็นไร ฉันจึงคิดว่าการที่จะสนับสนุนให้ผู้รับบริการมีคุณภาพชีวิตที่ดีต้องทำความเข้าใจกับตัวของผู้รับบริการและญาติอย่ากดดันผู้รับบริการให้พูด หรือนึกอะไรมากๆเพราะผู้รับบริการจะเกิดความเครียดซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ และขณะฝึกให้ดูว่าแต่ละวันผู้รับบริการเป็นอย่างไรบ้างมีข้อควรระวังในการฝึกอย่างไร เน้นการพูดคุยกันขณะฝึกเพื่อเพิ่มทักษะในการสื่อสารและเป็นการฝึกสนทนาในสถานการณ์จริงซึ่งต้องพบเจอในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ก่อนที่ผู้รับบริการจะกลับไปอยู่บ้าน นักศึกษาต้องมีการประเมินและปรับสภาพบ้านเพื่อให้ผู้รับบริการสามารถกลับบ้านใช้ชีวิตที่บ้านได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด ผู้รับบริการจะได้ช่วยเหลือตนเองได้อย่างเต็มที่และสามารถทำกิจวัตรประจำวันต่างๆด้วยตนเองได้เป็นการส่งเสริมผู้รับบริการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและเห็นคุณค่าในตนเองด้วย