สิ่งต่างๆ ที่ได้เรียนรู้จากคาบสัมนาทางกิจกรรมบำบัด ครั้งนี้ได้ความรู้จากหลักฐานเชิงประทักษ์ (Evidance base) ที่เพื่อนๆ ได้นำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นความรู้เดิม หรือ ความรู้ใหม่ๆ ที่เห็นสมควรนำไปใช้ทางคลินิก ซึ่งความรู้ต่างๆ ที่ได้จากคาบเรียนวันนี้ คือ
- Dystonia ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้ เป็นผลอันเนื่องมาจากพยาธิสภาพจากสมอง ฉะนั้นควรให้การฟื้นฟู ที่ถูกจุด และไม่ควรใช้ Re-education ในผู้รับบริการเนื่องด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น
-Sensory Trick จะใช้ Sensory compensation ผ่านระบบการรับรู้การเคลื่อนไหวของข้อต่อ (Proprioceptive)
- การใช้ Brunnstrom movement therapy ระวังในผู้รับบริการที่มี่ภาวะแข็งเกร็ง (Spastic) เนื่องจากจะไปเพิ่มTone ของกล้ามเนื้อ ได้ผลดีในผู้รับบริการระยะแรก(Acute) และควรใช้เทคนิคนี้ร่วมกับ การใช้ Motor re-learning technique
-String wrapping คือการใช้เชือกพันนิ้ว เพื่อใช้ในการลดบวม แต่ก่อนใช้สังเกตผิวหนังของผู้รับบริการก่อนว่าเหมาะสมกับการทำเทคนิคนี้หรือไม่ และเมื่อผู้รับบริการกลับบ้านไปเทคนิคนี้อาจไม่เหมาะสม ควรแนะนำเทคนิคลดบวมอื่นๆ ให้ผู้รับบริการด้วย เช่น การใส่ถุงมือลดบวม การแช่มือในน้ำอุ่น เป็นต้น
-Oral ball exercise ใช้ในผู้รับบริการที่มีภาวะการกลืนลำบาก (Dysphagia) โดยผู้บำบัดให้ผู้รับบริการใช้ลูกบอลขนาดเล็กที่มีเชือกผูกติดกับลูกบอล ทำการเคลื่อนไหวลูกบอลภายในช่องปาก และผู้บำบัดเป็นผู้จับเชือกไว้ ป้องกันลูกบอลกลิ้งตกไปในคอ
-ความแตกต่างระหว่าง Cognitive Behavior Therapy (CBT) กับ Interpersonal Psychotherapy (IPT) Cognitive Behavior Therapy (CBT) เน้นการปรับพฤติกรรมและความคิด โดยอาจใช้การยกตัวอย่างสถานการณ์ในชีวิตประจำวันต่างๆ และให้ผู้รับบริการตอบถึงการแสดงออกของพฤติกรรมต่อเหตุการณ์นั้นๆ และผู้บำบัดเป็นผู้ให้ข้อมูลว่าพฤติกรรมนั้นเหมาะสมหรือไม่ ถ้าไม่ควรให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับผู้รับบริการ ซึ่งนักกิจกรรมบำบัดจะใช้ CBT ร่วมกับ การใช้กรอบอ้างอิงPEOP และ MOHO เป็นต้น (เน้น improve intrapersonal skill) ส่วน Interpersonal Psychotherapy (IPT) ใช้ได้ผลในผู้รับบริการที่มีภาวะบกพร่องทางด้านสังคม เน้น improve interpersonal skill และ improve intrapersonal skill
และข้อคิดที่ได้จากวันนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจารย์ทุกท่านย้ำเตือนเสมอมา ว่า เราต้องมองทุกอย่างและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นองค์รวม อย่างในกรณีที่ผู้รับบริการต้องการขับรถ นักกิจกรรมบำบัด ต้องฝึก Trunk balance ด้วย มิใช่แต่มุ่งไปที่ Hand function เพียงอย่างเดียว