ประสานงาน - สานใจ
การที่งานจะเดินไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่นนั้น การประสานงานเป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่น้อย ศูนย์พักพิงของเรามีอธิการบดีเป็นผู้ประสานงานหลัก เมื่อผู้บริหารระดับสูงสุด ลงมาสวมบทบาทนี้ด้วยตนเอง งานจึงก้าวฉลุย (ไม่) ฉุยแฉก…
การเป็นผู้ประสานงาน ไม่ใช่แค่พูดหรือสั่ง แต่ต้องคิดและทำด้วย เผลอๆ สิ่งที่ต้องคิดและทำ มีมากกว่าพูด เพราะสั่งใครไม่ได้ เลยต้องทำเอง (ฮา)
หลังจากที่เราได้พยายามถอดรหัสว่า ความคิดอะไร แบบไหน คือ ความคิดในแบบฉบับของการเป็นผู้ประสานงาน ก็พบว่า ผู้ประสานงานต้องมีความเป็นนักคิด อย่างน้อย 3 แบบ คือ คิดสร้างสรรค์, คิดยืดหยุ่น และคิดบวก
ความคิดสร้างสรรค์ - ถ้าคิดเหมือนคนอื่น ก็จะเป็นได้แค่ผู้ตาม ถ้าคิดอย่างสร้างสรรค์ไม่ได้ เราก็จะหา “พื้นที่ทางสังคม” ไม่ได้ ความจริงแล้ว “ความคิดสร้างสรรค์” ในที่นี้ มีสองนัย นัยหนึ่ง หมายถึง การคิดที่แปลก แตกต่างจากผู้อื่นหรือจากที่เคยมีใครๆ เขาคิดและทำไว้ ซึ่งต้องใช้จินตนาการและความฝัน ค่อนข้างมาก อีกนัยหนึ่ง การสร้างสรรค์ หมายถึง การสร้างความดีหรือการทำให้สิ่งดีๆ บังเกิดขึ้น ความดีในที่นี้เกิดขึ้นแล้ว ความทุกข์และปัญหาเฉพาะหน้าของผู้ประสบภัยต่างได้รับการคลี่คลาย ทุกข์ทางใจได้รับการบำบัดด้วย “พุทธโอสถ” หลายคนมีรายได้จากการประกอบอาชีพเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างการรอน้ำลดแทนการนั่งๆ นอนๆ ในศูนย์พักพิง หลายคนมีความรู้จากการเข้ารับการอบรม จนสามารถนำไปประกอบอาชีพเสริมหรือเป็นอาชีพหลักได้ เด็กๆ ตัวเล็กตัวน้อยจำนวนมากรู้จักการทำวัตร สวดมนต์ได้ สวดมนต์เป็น นิ่งและมีสมาธิมากขึ้น
ความคิดยืดหยุ่น – การทำงานร่วมกับคนเป็นจำนวนมากทั้งจะต้องโน้มน้าวให้ก้าวไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องง่าย ต่างคนก็ต่างความคิด สิ่งที่เราคิดอาจไม่ใช่ หรืออาจเข้าไม่ได้กับบริบทและเงื่อนไข แต่เพื่อที่จะไปให้ถึงเป้าหมายปลายทาง ผู้ประสานงานก็ต้องรู้จักการยืดหยุ่น ดัดแปลงและประยุกต์ แผนงานที่วางไว้จึงอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามจังหวะและสถานการณ์ และที่สำคัญการมีความคิดแบบยืดหยุ่น ทำให้เกิดความเชื่อที่ว่า “ทุกความคิด มีความเป็นไปได้ในการกระทำ” ที่นี่ เปิดโอกาสให้ทุกคน ได้ “ทดลองทำ” ในสิ่งที่คิด ดังนั้น คนที่ชอบคิดอะไร “แผลงๆ” และ “อยู่ไม่สุข” แบบเรา จึงมีความสุขนัก
แต่ สิ่งที่อธิการบดีไม่เป็น คือ การคิดเล็ก คิดน้อย คิดละเอียดถี่ถ้วนในเรื่องที่ไม่ใช่แก่น ไม่ใช่กระพี้ แต่จะคิดการใหญ่ ซึ่งต้องใช้ความพยายามสูงมากถึงมากที่สุด
และ สิ่งที่อธิการบดีไม่ใช่ คือ การคิดฟุ้งซ่าน เตลิดเปิดเปิง แต่จะคิดหน้า คิดหลังอย่างรอบคอบ หลายแง่หลายมุม
ความคิดบวก – ทำให้อธิการบดีไม่มีความทุกข์มากนักในการบริหารงาน บริหารคน ทั้งๆ ที่ควรจะทุกข์
... เวลาเจองานหินๆ ท่านก็บอกกับตัวเองว่า นี่เป็นความท้าทายที่น้อยคนนักจะได้รับโอกาสนี้
... ในยามที่ต้องปะทะกับคนช่างติ ก็คิดว่าเป็นการติเพื่อก่อ
... ถึงตอนที่สั่งงานแล้ว เหมือนสั่งน้ำ (ขี้) มูก ก็คิดเสียว่า กำลังบำเพ็ญขันติธรรม .
.. เวลาที่ภรรยามาชวนทะเลาะ ก็คิดว่ากำลังนั่งดูละคร ... รอว่าเมื่อไรจะถึงตอนตบ-จูบ !!
เพราะชีวิตนี้เราคงไม่อาจทำโลกให้เข้ากับเราได้ แต่เราเลือกที่จะปรับตัวเอง (บางแง่ บางมุม) ให้เข้ากับโลกได้ เมื่อคิดจะเปลี่ยนโลก ก็ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนมุมมองชีวิตด้วยการคิดบวก มีใครเคยบอกผู้ประสานงานต้องทำตัวให้เหมือนกับน้ำ น้ำเป็นตัวทำละลายที่ดี อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้อย่างกลมกลืน โดยเฉพาะในหมู่ของคนที่มีศีลเสมอกันหรือใกล้เคียงกัน
ด้วยคุณสมบัติของการเป็นนักคิดแบบนี้เอง จึงทำให้อธิการบดีสมเดชมีเครือข่ายความร่วมมือกว้างขวาง ภาษาชาวบ้านก็เรียกว่า “พวกมาก” (คนละประเภทกับ “พวกมากลากไป”) และความที่เป็นผู้ที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ง่าย ประกอบกับความมีใจเอื้อเฟื้อเป็นพื้นฐาน เคยช่วยเหลือเฟือฟายคนอื่นๆ มาก่อนมากมาย พอถึงครานี้ จึงเป็นโอกาสที่หลายคนหลายฝ่ายได้ตอบแทน แม้มิทันจะเอ่ยปาก
การประสานงานที่ดีในฐานะผู้บริหาร ผนวกกับต้นทุนเดิมทั้งของตนเองและของมหาวิทยาลัยที่ ที่คนรุ่นเก่าก่อนสร้างและสั่งสมไว้มานานกว่าเจ็ดสิบปี จึงทำให้ศูนย์พักพิงของเราได้รับความช่วยเหลือมาจากทุกทิศทาง และยิ่งเมื่อมหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็น “สะพานบุญ” ส่งต่อความช่วยเหลือไปให้คนอื่นๆ หรือช่วยเป็นคนกลางในการสื่อสาร ก็ยิ่งมีบุญหนุนนำเข้ามามากขึ้น… มากขึ้น
ผลจากการประสานงานอันเป็นรูปธรรมที่เห็นได้ชัด คือ การได้เครื่องกรองน้ำขนาดใหญ่ กรองได้ชั่วโมงละ 500 ลิตร จากบริษัทจีอี (GE General Electric) จำนวน 1 เครื่อง ส่งมอบให้กับชาวบางระกำ อำเภอบางเลน และอีก 1 เครื่อง ให้กับมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ทั้งนี้จากการประสานงานของ เตชิด ชาวบางพรหม- สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
เราได้ส้วมมา 8 หลัง จากการประสานงานของ อาจารย์กมล แมลงทับ “ทีมศิลปากรลุก” ส่งให้บางระกำ และอีก 8 หลัง ส่งให้กับ อบต.ทรงคะนอง (แต่สุดท้ายไม่ได้ไปรับ เนื่องจากนายกอบต.บอกว่าอยากได้ส้วมลอยน้ำมากกว่า)
เราได้โทรทัศน์, พัดลม และหม้อหุงข้าว เกือบหนึ่งร้อยชิ้น ให้แก่ผู้พักพิงในศูนย์ จากการประสานงานกับคุณหมอวิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม และอาจารย์ไพจิตร ศุภวารี ประธานสมาพันธ์ศิลปินเพื่อสังคมและสมัชชาศิลปินแห่งประเทศไทย
เราได้ข้าว พืช ผัก ผลไม้สดๆ จำนวนมากจากพี่น้องภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็น เครือข่ายปฏิรูปที่ดิน, ตลาดปฐมมงคล หรือ สมาคมโรงสีข้าวนครปฐม และอื่นๆ อีกมากที่ไม่อาจจาระไนได้หมด
บทสรุปในที่นี้ น่าจะเป็นเพราะว่า... สังคมของเรามีน้ำใจต่อกัน ...เพราะต้นทุนทางสังคมดั้งเดิมที่ดีอยู่แล้วของมหาวิทยาลัย และเพราะ.. เรามีผู้ประสานงานที่คิดสร้างสรรค์ คิดยืดหยุ่น และคิดบวกเป็น นั่นเอง