ผมนั่งดูรายการข่าว มีอยู่ข่าวหนึ่งรู้สึก..อาจจะรู้สึกแตกต่างจากคนทั่วไป..บริษัทแห่งหนึ่งมีทรัพย์สินคือรถจมน้ำจำนวนมาก วันนี้ตัดสินใจทำลายรถนั้นทิ้ง เพื่อที่จะบอกโลกว่าเราจะไม่เอาของจมน้ำมาขาย
เป้าหมายหนึ่งเบื้องหลังสิ่งนี้คือ ความเชื่อถือและความมั่นใจ
วันนี้ เราบอกเด็กๆว่า ต้องเดินตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง แม้เราจะไม่เข้าใจบริบูรณ์ว่าเศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร สิ่งทีี่คิดได้คือ ทำสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ ผมนึกถึงเรื่อง ประโยชน์ของจีวรที่กล่าวถึงในเรื่องราวทางพุทธศาสนา
ได้รับจีวรใหม่แล้ว เอาไปทำอะไร
เอาไปมอบให้แก่คนที่มีจีวรเก่าแล้ว
เอาจีวรที่เก่าแล้วนั้นไปทำอะไร..ผ้าปูนอน..เก่าอีกเอาไปทำผ้าปูนั่ง..เก่าลงไปอีกเอาไปทำผ้าเช็ดเท้า...รุ่งริ่งแล้วเอาไปทำอะไร...ขยำกับโคลนฉาบทาฝาผนัง (บ้านดิน)
รถที่จมน้ำแล้วนี้เอาไปทำอะไรได้บ้าง...ทำลายทิ้ง...คือคำตอบหรือ
นึกเห็นชาวไร่ชาวนา..เอาเครื่องยนต์มาแปลงเป็นรถใช้ในการเกษตร เอาล้อเก่าๆมาทำเป็นล้อรถลากจูง ฯลฯ
นั่นสินะคะ คิดเหมือนกันเลยว่า ทำไมเขาไม่คิดจะบริจาคหรืออะไรที่ไม่ใช่เผาทำลาย เพราะชิ้นส่วนแต่ละอันมันน่าจะไม่พังไปเสียทั้งหมด อะไรที่ยังทำอะไรได้ก็น่าจะมี ได้แต่เฮ้อ...โลกเราหาความพอดีไม่ได้เอาซะเลย
บรรดาธุรกิจรักษาหน้าตา ล้วนใช้นโยบายเดียวกันหมดเลยเนาะคะ ทำให้นึกไปถึงกรณีสินค้าบริโภค อย่างอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดัง ที่ขายไม่หมดแต่ละวัน ก็ทิ้ง ๆ ลงถังไป
แสดงถึง ช่องว่าง ช่องโหว่ เรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจ ยังไม่มีมากพอ ที่จะสร้าง ความเชื่อมั่น เรื่องคุณภาพอย่างโปร่งใส
เพราะอย่างเสื้อผ้าที่มีตำหนิ ก็ยังนำมาขายแบบลดราคาต่อได้ โดยทำเครื่องหมายไว้
เอ หรือขึ้นอยู่กับ สินค้าแตกต่างประเภทกัน .. ขอบคุณที่นำมาให้คิดและสวัสดีปีใหม่ค่ะ
ผมว่า ถ้าบริษัท นำไปบริจาคน่าจะเกิดประโยชน์มากทีเดียว แต่คงเกรงว่า เมื่อนำไปบริจาคแล้ว จะมีพ่อค้าหัวใส (หัวทึบ)..ประมาณนั้นนำไปชะล้างแล้วขายต่อกระมัง