ปัจจุบัน ความเสื่อมโทรมทางจิตใจ ความห่างไกลจากศีลธรรม นำไปสู่ปัญหาวิกฤติทางสังคมเต็มรูปแบบ

       การแก้ไขไม่ใช่ผลักภาระต้นทุนของปัญหาไปในภายภาคหน้าให้กับคนรุ่นต่อไป ในการใช้กฎหมาย ข้อบังคับ ทางสังคมอย่างเข้มข้นและเบ็ดเสร็จ

หากแต่

 

เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันจากสารตั้งต้นที่ถูกคิดค้นและผลิตไว้เป็นหัวเชื้อให้แล้วโดยสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็คือ “พรหมวิหาร ๔” ที่ต้องเริ่ม สร้างภูมิคุ้มกันจากรากฐานของครอบครัว

 

“สารตั้งต้นคือ พรหมวิหาร ๔ ที่เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เป็นยาสามัญประจำบ้านที่ใช้ในการรักษาทุกข์ -โลก”

 

“ภูมิคุ้มกันไม่มีวางขาย  อยากได้ต้องผลิตเอง”

 

 

 

 

หลักปฏิบัติในการอบรมเลี้ยงดูเด็กโดยใช้ธรรม ๔ ข้อนั้นก็คือ

        ๑. ในยามปกติ อยู่กันตามธรรมดา ก็มีเมตตา คือ หวังดี ปรารถนาดี แสดงน้ำใจ เอาใจใส่ด้วยไมตรี ให้ความรู้สึกอบอุ่นร่มเย็น

      ๒. เมื่อใดเขาเกิดความเดือดร้อน มีทุกข์ เช่น เจ็บไข้ไม่สบายก็ใช้กรุณา คือ ความสงสาร เห็นใจ ขวนขวายช่วยเหลือ หาทางปัดเป่า ปลดเปลื้องความทุกข์ยาก

       ๓.   เมื่อใดเขาประสบความสำเร็จ ก้าวหน้าหรือก้าวไปด้วยดีในทางที่ถูกต้อง เช่น สอบได้ ทำงานสำเร็จ ก็มีมุทิตา คือ พลอยยินดี รื่นเริงบันเทิงใจด้วย และส่งเสริมสนับสนุน

         ๔.  แต่เมื่อใด เด็กจะต้องรับผิดชอบตัวเอง เช่น ฝึกปฏิบัติหัดทำ เพื่อให้รู้จักทำอะไรด้วยตัวเอง หรือช่วยตัวเองได้ หรือทำอะไรผิดพลาดไปจะต้องแก้ไข ก้ต้องวางอุเบกขา คือวางทีเฉยคอยดู เอาความถูกต้องและผลดีเป็นหลัก รู้จักปล่อยให้เขาทำด้วยตัวเอง ให้หัดแก้ปัญหา และรู้จักแก้ไขความผิดพลาดของตน ไม่ใช่คอยแต่เอาใจหรือตามใจ และไม่ใช่กลัวว่าเด็กจะลำบากแล้วเลยไปทำแทนเสียหมด

 

        พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)            

     ปราชญ์แห่งพุทธธรรม       

จากหนังสือ “พุทธศาสนา : ในฐานะเป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์”