มีหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โชว์ข้อมูลชื่องานวิจัยและชื่อผู้นำเสนออยู่แล้ว ที่ดีอีกอย่างคือมีนาฬิกาจับเวลา (นับเวลาถอยหลัง) ให้ด้วย

วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๕๔

วันนี้ดิฉันต้องทำหน้าที่ Chair ร่วมกับคุณ F.Annan จากอังกฤษใน Session: Oral presentation เรื่อง Innovative approaches to the delivery of diabetes education

ดิฉันตื่นตามนาฬิกาปลุก ตั้งใจจะอ่าน Abstract ของงานวิจัยที่จะมีการนำเสนอ ซึ่งพริ๊นมาจากเมืองไทย ปรากฏว่าบทคัดย่อที่พริ๊นมามีเนื้อหาไม่ครบถ้วน เนื่องตั้งค่าหน้ากระดาษไม่พอดีกัน เลยอ่านไม่ได้ความ จะเข้าไปดูใน Online Scientific Programme ก็ไม่ได้เพราะชั่วโมงอินเทอร์เน็ตหมดแล้ว ยังไม่ได้ซื้อใหม่ (เมื่อคืนจะซื้อ แต่คิดว่ายังไม่ได้ใช้ เลยงดไว้ก่อน) ทำอะไรไม่ได้ต้องไปฟังเอาในห้องประชุม

 

อาหารเช้า เหมือนกันทุกวัน

ดิฉันกินอาหารเช้าแบบเดิมๆ เดินทางไปห้องประชุมแต่เช้า เข้าฟัง Symposium เรื่อง What should follow metformin ? ที่ห้อง Sheikh Rashid F เข้าไปนั่งในห้องประชุมก่อนเวลาค่อนข้างนาน ระหว่างนั้นจะหยิบเอกสารรายชื่องานวิจัยที่จะมีการนำเสนอข้างต้นมาดูไปพลางๆ ก็พบว่าไม่ได้เอาเอกสารใส่กระเป๋ามา (จัดเอกสารหลายรอบ จึงหลง) Programme book ก็ไม่ได้เอามาเพราะหนัก ไม่รู้จะทำอย่างไร มองเห็นผู้เข้าประชุมผู้ชายฝรั่งที่นั่งเก้าอี้แถวเดียวกัน แต่คนละฝั่งกำลังนั่งดู Programme book อยู่ ก็เล็งว่าจะขอยืมเขามาเขียนลอกเอาไว้ พอใกล้เริ่มประชุม (เริ่ม ๐๘.๓๐ น.) เขาเลื่อนเข้าไปนั่งเก้าอี้ตัวใน ดิฉันก็รีบย้ายฝั่งไปนั่งใกล้ๆ แต่ยังไม่มีจังหวะจะขอยืม

สักพักมีผู้เข้าประชุมชายออกแขกๆ หน่อยมานั่งห่างจากดิฉันเก้าอี้หนึ่งตัว มี Programme book มาด้วย ระหว่างนั่งฟัง Speaker คนที่ ๓ ดิฉันก็เอ่ยปากขอยืม Programme book ของเขามาลอกชื่อเรื่องวิจัยและชื่อคนนำเสนอ โล่งใจไปที มีข้อมูลที่จะต้องใช้อยู่ในมือแล้ว ดิฉันออกจากห้องประชุมก่อน ๑๐.๓๐ น. เล็กน้อย เพื่อไปที่ห้อง Sheilkh Matoum C ที่จะต้องทำหน้าที่ chair ระหว่างเวลา ๑๐.๔๕-๑๒.๓๐ น.

การนำเสนองานวิจัยในห้องนี้มี ๗ เรื่องคุณ Annan และผู้นำเสนอลำดับที่ ๑, ๔, ๕, ๖ (มีทั้งหมด ๗ คน) มาแล้ว คุยกับคุณ Annan แล้วพบว่าเราทั้งคู่ต่างก็เป็น chair มือใหม่ ดิฉันถามผู้นำเสนอว่ารู้ไหมว่าจะกดสไลด์อย่างไร ทุกคนไม่รู้ จึงได้พาไปแนะนำที่โพเดียม

เมื่อมานั่งที่โต๊ะ chairs จึงรู้ว่าถึงไม่ได้เอารายชื่องานวิจัยมาก็ไม่เป็นไร เพราะมีหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โชว์ข้อมูลชื่องานวิจัยและชื่อผู้นำเสนออยู่แล้ว ที่ดีอีกอย่างคือมีนาฬิกาจับเวลา (นับเวลาถอยหลัง) ให้ด้วย ไม่ต้องคอยดูนาฬิกา มีสีบอกไฟเขียว (อยู่ในเวลา) ไฟเหลือง (ใกล้หมดเวลา) ไฟแดง (หมดเวลา/ เกินเวลาแล้ว แปลเอาเองทั้งนั้นไม่มีใครมาบอก) แต่เราก็มีปัญหาที่เมื่อผู้นำเสนอใช้เวลาเกินไม่รู้จะบอกเขาอย่างไร นอกจากต้องขัดจังหวะ

 

บนโต๊ะของ chair person


ดิฉันขอให้คุณ Annan ทำหน้าที่ chair ก่อน ปรากฏว่าเธอไม่ได้แนะนำตัวเองและไม่ได้แนะนำดิฉันให้ผู้ฟังรู้จัก แต่เชิญผู้นำเสนอคนแรกขึ้นเวทีเลย วันนี้สื่อมีปัญหา PowerPoint ไม่โชว์ เจ้าหน้าที่ต้องประสานกับทีมที่ห้อง Speaker preview เสียเวลาอยู่ครู่ใหญ่

ผู้นำเสนอเรื่องที่ ๒ เป็น Philppines พูดเก่ง ใส่ความคิดเห็นและขยายความจนเกินเวลา ผู้ฟังจึงไม่ได้ถาม คุณ Annan ชี้มือให้ดิฉันทำหน้าที่ตั้งแต่เรื่องที่ ๔ และให้สรุปของคนที่ ๓ ด้วย สุดท้ายดิฉันให้คุณ Annan ทำหน้าที่ในหัวข้อสุดท้ายและปิด session ด้วย เราเสร็จก่อนเวลาไปประมาณ ๑๐ กว่านาที รู้สึกตัวว่ายังทำหน้าที่ได้ไม่ดีนัก เพราะไม่สามารถหาเรื่องคุยถ่วงเวลาในกรณีที่ผู้นำเสนอใช้เวลาน้อยกว่าที่กำหนดได้

ทำหน้าที่เสร็จ รีบลงเวทีไปคุยกับผู้นำเสนอคนที่ ๕ จากอินโดนีเซีย คุณหมอ S.Kotha ที่นำเสนอเรื่อง To improve uptake of screening, referral and treatment service for diabetic retinopathy through education of patient networks in Jakarta เขาให้ผู้ป่วยมาถ่ายภาพจอประสาทตาที่ medical clinic ตอนแรกพบว่าผู้ป่วยที่มี DR กลับมาหาหมอตาเพียง ๑๔% ด้วยเหตุผล เช่น ต้องเดินทางไกล ค่ารักษาแพง ผู้สูงอายุไม่มีคนมาด้วย จึงมีการให้ education อย่างเข้มข้น ต่อมาจำนวนผู้ป่วยที่คัดกรองแล้วพบ DR ที่กลับมามีอัตราเพิ่มสูงขึ้นเป็น ๔๘%

ดิฉันคุยกับคุณหมอ Kotha ว่าเรามี Best practice เรื่องนี้ที่จังหวัดนครราชสีมา มี mobile คลินิก ต่อจากนั้นดิฉันพาไปเอาอาหารกลางวัน (แซนวิชเหมือนเดิม) คุณหมอ Kotha มาคนเดียวและไม่รู้ว่าที่ประชุมจัดอาหารกลางวันให้ด้วย ที่ผ่านมาเธอซื้อพิชซ่ากินเอง ระหว่างทาง (เดินไกล) คุณหมอ Kotha ขอแวะซื้อลูกอมแก้ระคายคอ (ในศูนย์ประชุมมีร้านยา) ดิฉันจึงซื้อบ้าง Strepsil รสน้ำผึ้งผสมมะนาว ๑ กล่องมี ๒๔ เม็ด (เป็นแผง) ราคาข้างกล่อง ๑๕.๗๕ เหรียญ แต่เขาคิดเต็มเป็น ๑๖ เหรียญ คิดเป็นเงินไทย ๑๓๗.๖ บาท (ซื้อ Strepsil เสร็จ เพิ่งนึกได้ว่าลืมเป้ไว้บนเวทีในห้องประชุม ต้องกลับไปเอา)

หลังจากไปรับอาหารกลางวันเสร็จ คุณหมอ Kotha แยกทางไปเยี่ยมญาติที่อยู่ดูไบ

วัลลา ตันตโยทัย