ถึงฤดูกาลข้าวออกรวง พี่น้องส่วนหนึ่งจะมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการไปให้บริการเกี่ยวข้าวให้เพื่อนบ้าน

ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปีจะเป็นช่วงที่ท้องทุ่งเป็นสีเหลืองทอง ด้วยข้าวในนากำลังสุกพอให้เก็บเกี่ยวแล้ว ที่นาของผู้เขียนก็เช่นกันข้าวสุกแล้วพ่อบ้านก็เลยไปหาคนมาช่วยเกี่ยว ตอนไปบอกเขา เขาบอกว่าจะเกี่ยวเป็นวันนะคิดค่าแรงวันละ๓๐๐บาทต่อคน ก็เลยตกลงเอา๖คน พอมาถึงหลังจากให้กินข้าวแล้วก็ไปลงนา เขาก็บอกใหม่ว่าขอคิดค่าแรงเป็นมัดนะ มัดละ ๒บาท แต่มีอยู่๑คนขอให้คิดเป็นวันก็ตกลง ปรากฏว่าเขาพากันเกี่ยวข้าวได้เรียบร้อยเป็นแถวชัดเจนเพื่อจะได้นับได้ง่าย และเขาพากันเร่งเกี่ยวเสร็จภายในครึ่งวันโดยเขาเกี่ยวเสร็จตอนเที่ยง๑๐ นาที จ่ายเงินให้คนละ๓๐๐บาท หลังจากกินข้าวเที่ยงแล้วก็เลยไปเกี่ยวต่ออีกเจ้าหนึ่งซึ่งคนคิดค่าแรงแบบไม่นับมัดข้าวผู้เขียนจ่ายให้แล้ว๓๐๐บาทก็ให้ไปเกี่ยวให้จ้าวใหม่ให้ครบวัน ส่วนคนอื่นก็ไปคิดค่าแรงใหม่ ตอนจะไปก็บอกว่าจะคิดค่าแรงแบบเป็นมัด พอไปเห็นนาข้าวก็เปลี่ยนใจขอคิดเป็นครึ่งวันในอัตรา ๑๕๐ บาทเจ้าของนาก็ตกลง แล้วก็พากันเกี่ยวจนถึงเวลาคำ่ที่ตกลงกันพอเลยเวลาก็ขอเพิ่มอีกตามเวลาเขาเรียกว่าขอค่าโอ โอที แล้ววันรุ่งขึ้นก็มาเกี่ยวให้จ้าวเดิมโดยคิดค่าแรงเป็นมัดเสร็จจากจ้าวนี้ไปอีกจ้าวหนึ่งก็คิดเป็นมัดอีก ตอนมาจ่ายเงินเขาบอกกับจ้าวของนาที่จ้างต่อจากผู้เขียนว่าขาดทุนเพราตอนเขาเกี่ยวตอนบ่ายนั้นคิดค่าจ้างเหมาได้เงิน ๑๕๐ บาท แต่เขาลองนับข้าวดูแล้วเขาว่าเขาเกี่ยวได้สัก ๑๕๐มัดซึ่งถ้าคิดเป็นมัดเขาจะได้๓๐๐บาท พอมาเกี่ยวจ้าวที่สาม เขาคิดเป็นมัดแต่เกี่ยวได้ช้าจำนวนเงินที่ได้ก็ได้น้อยกว่าคิดเป็นวัน

 ที่บันทึกไว้เพื่อจะให้ทราบว่าถ้าเราต้องง้อนี่เขาจะเรียกร้องอย่างไรก็ต้องยอม แต่แล้วพระเจ้าก็ไม่เข้าข้างเขาเพราะเขาเปลี่ยนเงื่อนไขไปมาเสร็จแล้วเขาก็ไม่ได้อย่างที่เขาคิดทั้งหมด

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านคะ่