การปฏิบัติธรรมทำให้เรามีความสุขขึ้น

1. หนามยอกเอาหนามบ่ง คือ “การเอาตัณหามาตัดตัณหา” เช่น ถ้าใครอยากเลื่อนตำแหน่ง แต่รู้สึกเกียจคร้าน ต้องพยายามอัดความอยากก้าวหน้าเข้าสู่ใจให้มากที่สุดจนเอาชนะความเกียจคร้านได้ อย่าง หมั่นศึกษาชีวิตของผู้ที่ประสบความสำเร็จ ดูความสุข ความสบาย ความมั่นคง ในตำแหน่งหน้าที่การงานของคนเหล่านั้นจนเกิดแรงขับที่อยากจะเป็นเช่นนี้บ้าง ในที่สุด พลังแห่งความเกียจคร้านที่เจ้ากรรมนายเวรในจิตพยายามสร้างขึ้นมาฉุดก็ทำอะไรไม่ได้ ความเกียจคร้านเป็นกรรมเก่า ทั้งจากพันธุกรรมในยีนและจากวิบากกรรมในจิตต้องพยายามเอาชนะให้ได้

2. การทำประกัน แม้ว่าการทำประกันจะทำให้สูญเสียเบี้ยไปในกรณีที่ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น นั่นอาจเป็นเพราะเจ้ากรรมนายเวรเห็นว่า แม้บันดาลให้เกิดเหตุร้ายขึ้น แต่ผลกระทบนั้นน้อยเกินไป เลยเลิกใส่ใจที่จะทวงคืน

3. หาครู อาจารย์ การมีครูดีหมายถึงการได้เข้าไปอยู่ใต้ร่มใบบุญของคุณครูท่านนั้น ยิ่งศิษย์มีความกตัญญู รู้คุณ ใฝ่เรียน ใฝ่ศึกษามากเท่าใด ก็จะยิ่งได้รับผลบุญสะสมมาจากคุณครูมากขึ้นไปด้วย

4. หาผู้เชี่ยวชาญ กรรมเก่าในจิตจะพยายามโน้มน้าวให้เกิดมโนกรรม วจีกรรม กายกรรม ตามที่มันต้องการ การมอบหมายให้ผู้อื่นที่เชี่ยวทำแทนจะปลอดภัยกว่า เช่น มีขโมยกำลังงัดแงะ ให้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ หรือเรียกยามรักษาความปลอดภัย

5. คบคนดี มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวบนโลกที่มีสติ สตินี้เองที่จะทำให้เราฝืนกรรมได้ การเลือกคบคนดีเป็นการใช้สติวิเคราะห์เป็นความคิดปัจจุบัน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับกรรมเก่า แต่ถ้าขาดสติปล่อยให้อารมณ์ความรู้สึกเข้าครอบงำ เมื่อนั้น ชีวิตก็จะตกไปตามกฎแห่งกรรม

6. เลือกองค์กรหรือบริษัทที่มีคุณธรรม เพราะบริษัทหรือองค์กรจะทำหน้าที่คอยควบคุมดูแล เลือกเฟ้นบุคลากรที่ตรงกับภาพลักษณ์ขององค์กรให้ด้วย เช่น การเลือกใช้สินค้าที่คนส่วนใหญ่ยอมรับจะค่อนข้างปลอดภัย เพราะได้รับการทดสอบจากคนหมู่มากแล้วคุณภาพใช้ได้ และในทางเศรษฐศาสตร์ สินค้าใดที่ขายได้มาก ผู้ขายจะมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตเพิ่มขึ้น ราคาจะถูกกว่า เป็นต้น

7. สร้างกฎระเบียบ พระพุทธองค์ก็ทรงตระหนักถึงกลยุทธ์พิชิตกรรม จึงบัญญัติกฎระเบียบไว้มากมาย และกฎในทางพระพุทธศาสนาก็คือ “ศีล” นั่นเอง ผู้ที่ถือศีลอยู่ตลอดเวลา กรรมเก่าจะทำอะไรไม่ได้ ลำพังแค่ศีล 5 ก็สามารถตัดกรรมไปได้จำนวนมาก

8. ผิดแล้วต้องยอมรับผิด บางครั้งสุขเวทนาจากกรรมเก่าก็ชักนำให้เข้าไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่สมควร แต่ถ้ามีความรู้สึกผิดหรือหิริโอตตัปปะขึ้น กรรมเก่านั้นจะถูกสกัด เช่น สามีที่หนีภรรยาไปเที่ยวอาบอบนวด ถ้าทุกครั้งที่ไปรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ ในที่สุดความรู้สึกนี้จะสามารถเอาชนะตัณหานั้นได้

9. ความอดทน ใจเย็น ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจ (มโนกรรม) ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เกิดจากพลังแห่งกรรมเก่า รวมเจตสิกขึ้นมาเป็นดวงจิตรับอารมณ์ ดังนั้นเมื่อใดที่รู้ตัวว่ากำลังรู้สึกไม่ดีในใจ จงระลึกเสมอว่ากรรมเก่ากำลังทำงาน แต่งานของมันจะไม่มีทางสำเร็จ ถ้าสามารถกดมันไว้ไม่แสดงมันออกมา กรรมเก่าก็ทำอะไรไม่ได้ เราไม่จำเป็นต้องบอกคนอื่นไปทุกเรื่องว่าตัวเองกำลังคิดหรือรู้สึกอะไรอยู่ ความรู้สึกบางครั้งเก็บไว้ในใจดีกว่า

10.การให้อภัย จิตแพทย์และนักจิตวิทยารู้ดีว่าคู่สมรสที่หย่าร้างกันและต่างฝ่ายต่างไม่ให้อภัยกัน ในที่สุดแม้ได้แต่งงานใหม่ ก็จะไปพบกับคู่ที่มีแนวโน้มจะตรงข้ามกับคนเดิม เช่นแยกทางกันเพราะสามีตระหนี่มาก ก็จะได้สามีคนใหม่ที่สุรุ่ยสุร่าย แยกทางเพราะสามีโมโหร้าย จะได้สามีใหม่ที่จะใจเย็นกว่า แต่มีนิสัยอื่นที่ไม่ดีแทน เช่น กะล่อน เจ้าชู้ ชอบโกหก ฯลฯ เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะจิตไปมุ่งแต่จะหาคนใหม่ที่มีลักษณะตรงข้ามกับคนเดิม โดยลืมมององค์ประกอบอื่นๆ ดังนั้น การให้อภัยจึงทำให้จิตใจหมดความร้อนรุ่ม เกิดสติ ปัญญาก็จะตามมา

11. ความขยัน พลังของกรรมเก่าก็มีขีดจำกัด มันจะส่งผลให้ล้มเหลวได้เพียงไม่กี่ครั้ง ดังนั้นถ้าใครล้มแล้วลุก พยายามใหม่ ในที่สุดก็จะประสบความสำเร็จ 

12.หลีกเลี่ยงอบายมุข คนเรามีทั้งกรรมดี กรรมร้ายแฝงอยู่ เปรียบเสมือนมีทั้งเทวดาและซาตานอยู่ในตัว เทวดาจะคอยช่วยเหลือเรา แต่ซาตานหรือปีศาจจะคอยทำร้ายเรา เมื่อใดก็ตามที่เข้าไปในสถานที่อโคจร เช่น บ่อน อาบอบนวด เทวดาจะเข้าไปช่วยเหลือไม่ได้ ก้าวแรกที่เดินเข้าไป ซาตานภายในจะตื่นเต้นกระดี๊กระด๊าทันที

13.เว้นวรรค พักร้อน การเว้นวรรคที่จะทำให้เสียหายน้อยที่สุดและอาจจะพลิกกลับมาชนะได้คือ การมีแผนสำรองหรือแผนสองเตรียมไว้ก่อน เกมการแข่งขันต้องมีตัวสำรองฉันใด เกมชีวิตก็ต้องมีแผนสองฉันนั้น ในการเลือกเรียนต่อ ทำงาน ทำธุรกิจ หรือเลือกคู่ครอง เพื่อความปลอดภัยควรมีแผนสำรองไว้ให้ตัวเองเสมอ เมื่อล้มจะลุกได้เร็วขึ้น กำลังสติจะกลับมาได้ไวมาก พอสติมาปัญญาเกิด ทำให้สามารถแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

14.เตรียมทางถอย การเว้นวรรคเป็นเพียงการพักรบ เหมือนการพักครึ่งของเกมกีฬา แล้วกลับมาสู้ต่อ แต่การถอยคือการยอมแพ้ในเกมนั้นไปเลย ดังนั้นถ้าเป็นเกมธุรกิจที่มีคนอื่นๆร่วมงานด้วย การวางแผนถอยควรทำเงียบๆอยู่ในใจ เพราะจะมีผลต่อขวัญและกำลังใจของผู้ร่วมงาน แม้แม่ทัพที่ยิ่งใหญ่ รบชนะมาทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ถ้าไม่วางแผนถอย ในที่สุดก็จะพ่ายแพ้อย่างหมดรูป

15.ความรู้สึกขอบคุณ ในชีวิตประจำวันอาจจะต้องพบเจอกับอุปสรรค จงขอบคุณแทนที่จะไปดีโพยตีพาย ตั้งสติ และหาโอกาสที่จะเรียนรู้จากอุปสรรคนั้น ในวิกฤติย่อมมีโอกาส แต่การที่จะสามารถมองเห็นโอกาสในวิกฤติได้ ต้องมีความรู้สึกบวกกับวิกฤติที่เกิดขึ้นเสียก่อน ซึ่งถ้าเป็นคนที่มีบุญเก่าอยู่ ความรู้สึกดีๆ จะผุดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ แต่สำหรับคนที่มีกรรมเก่า ถ้ารู้ความลับนี้แล้ว การจะชนะกรรมก็เพียงแต่พยายามใช้ความคิดบวกเข้าไปเปลี่ยนความรู้สึก

16.การทำทาน การให้โดยไม่หวังผลตอบแทนหรือที่เรียกกันว่าบริจาค ผลบุญของการให้นั้นจะยิ่งสะท้อนกลับมาอย่างทวีคูณ แต่การให้โดยหวังผลตอบแทน หรือที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือการให้โดยทวงบุญคุณ จิตใต้สำนึกจะบันทึกว่า การให้นั้นเป็นทุกข์ แต่ผู้รับมีความสุข (ผู้ให้จึงต้องทวงบุญคุณ) มักจะเข้าใจผิดไปว่าผู้ให้ต้องการมีสภาพเช่นเดียวกับผู้รับ และเหนี่ยวนำให้ได้ไปตกอยู่ในสภาพนั้นในอนาคตเพื่อจะได้เป็นผู้รับบ้าง การทวงบุญคุณก็คือความรู้สึกอยากได้คืน บวกกับความรู้สึกกลัวว่าจะไม่ได้คืน ความรู้สึกทั้งสองนี้ล้วนเป็นปรปักษ์ต่อความสำเร็จ ความลับก็คือ ขณะทำทานพยายามคิดดี เก็บความรู้สึกดีๆ ไว้กับตัวให้มากที่สุด และสร้างความรู้สึกดีๆให้เกิดแก่คนอื่นๆมากที่สุดโดยไม่คิดทวงบุญคุณ ผลบุญนั้นจะสะท้อนกลับอย่างแน่นอน และบางทีสามารถเห็นผลได้ในชาติภพเดียว

จาก http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=glorybell&month=07-05-2009&group=2&gblog=15