วันเสาร์ ที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เวลบันทึก ๑๕.๐๔ น. ครูค่ะ “ติ๋วซาบซึ้งใจกับภารกิจที่ครูทำอย่างสุดซึ้ง” การได้ค้นได้คุ้ยได้เขี่ย ได้เก็บได้แยก ใจระลึกถึงครู สิ่งที่ติ๋วลงมือกระทำเป็นเพียงขยะที่อยู่ภายนอก เห็นจะๆชัดๆ ถุงหน่อไม้เน่ามัดซ้อนหลายๆชัั้นบาง กองอยู่ข้างนอกเน่าขึ้นราราวๆสองกิโลบ้าง ต้องใช้มีดเจาะเอาหน่อไม้ในถึงพลาสติกออก แยกพลาสติกกับขยะเปียก ถุงมะละกอสุกเน่า กล่องอาหารเก่าที่หนอนเป็นปล้องๆส่งกลิ่นเน่าเฟะ แคะหนอนและเศษอาหารออกแยกพลาสติกอีกถุง ถุงบางถุงก็ดูจะถูกแยกมาบ้างแล้ว แต่ดูจะมีผู้ใจดี โยนกระดาษชำระมาสองสามชิ้น ให้แยกยากขึ้นบ้าง ใบตองเป็นพับเดาว่าคงเหลือจากการทำพานต่างๆ บางอันเป็นชิ้นส่วนของบายศรีเย็บแม็คจึงโยนลงถุงขยะเพื่อทำลาย เปลือกกะลามะพร้าวมากมาย ภายในเน่ากองอยู่กระจัดกระจายปนกีบมะพร้าวที่ยังไม่ได้ปลอกและขุยมะพร้าว ขยะเน่าถุงแล้วถุงเล่า ที่มีกองทัพหนอนขนาดต่าง ๆ กองทัพมดดูจะหลายสายพันธุ์ทีเดียวค่ะตะขาบ แมลงวันอีกเล็กน้อย โชยกลิ่นที่บ่งชัดว่า “ขยะหมักหมม” ค่อยๆแยก ค่อยๆทำ “ทำเพียงคนเดียวก็ทำ” คำที่ครูสอนดังขึ้นมาเตือนตนภายใน ถามว่าหวังให้มีคนช่วยไหม หวังอยู่ค่ะครูเอ่ยปากชวนถึงสองครั้ง แม้ไม่มีใครร่วมด้วยก็ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจสั่นคลอน มากกว่านั้น ระหว่างแยกขยะอยู่ มีขวดนมพลาสติกลงมาอยู่ ณ กองขยะเปียกที่แยกแล้ว เงยหน้าขึ้น อ้อ เพื่อนที่เราชวนนั่นเอง ท่านไม่ช่วย อืมไม่ซิท่านช่วย ช่วยให้ได้มีโอกาสฝึกฝนมากขึ้น มองถึงเจตนาเพิ่มภาระหามีไม่ ดูจะเป็นความไม่ตั้งใเสียมากกว่า ทำไมถึงระลึกถึงครูและซาบซึ้งใจขนาดนี้ ก็งานที่ครูทำก็คือ คุ้ยขยะในใจของผู้คน แล้วเอามาแยก ทำความสะอาดแล้วเอาไปทำประโยชน์ ซึ่งขยะในจิตใจมันอยู่ลึกมาก แค่ขยะตรงหน้าติ๋วยังแยกยากขนาดนี้ สิ่งที่ครูทำไปกระเทาะไปขุดคุ้ย สอนสั่ง ฝึกฝน ทำผิดครูก็ให้โอกาสใหม่ ไปเรื่อยๆไม่ย่อท้อ บางรายฝึกยาก แต่ครูก็ทำ “แม้ทำคนเดียวก็ทำ” มิหนำซ้ำมีคนมาขัดขวาง มาต่อว่าซ้ำเติม ต่างๆนานา ก็เหมือนมีคนโยนขยะลงมาต่อหน้าติ๋วนั่นเอง ขณะนั้นแว๊บเข้าใจครูเลยว่า เป็นอย่างไร ไม่ช่วยแล้วยังเพิ่มความลำบาก ซึ่งบางคราติ๋วก็เผลอทำ
ตอนที่พี่เขาตักน้ำมาให้ช่างเหมือนติ๋วที่วิ่งมารับใช้ครูบ้างบางครั้งแล้วก็ไป ไม่ได้โดดลงมาช่วยอะไรมาก หรือคล้ายๆป้าอบคือ “อยู่เป็นเพื่อน”
ใจหนึ่งก็แว๊บกับตนเอง เส้นทางการฝึกฝนนี่แปลกหนอ มีแต่ของเหม็นๆ ครั้งก่อนก็ “ท่อส้วม กระโดดลงไปขุดคุ้ยแหย่ จนคนดูดส้วมได้ยิ้ม” ครั้งนี้ก็กองขยะเป็นกองขยะที่ผู้คนเพียงเดินผ่านไปมา ยิ้มให้ ช่วยบ้างบางครั้งเช่นเปิดปิดน้ำให้ ตักน้ำมาให้ แต่จะลงลุยด้วยนั้นทุกคนใช้ภาษากายบอกชัดว่า “ไม่เป็นไรเกรงใจ”
ไม่รู้จะบอกว่าอย่างไร แต่ที่ปรากฏอยู่ในใจคือ “รักและเคารพครู กราบขอบพระคุณที่สอนสั่งและบ่มเพาะมาจนทุกวันนี้เจ้าค่ะ”