1 พระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการแก้ปัญหาน้ำที่ท่วม เป็นที่ประจักษ์มาเป็นเวลานานกว่า 30 ปีว่า ปัญญาและ Wisdom ของพระองค์ท่านจะช่วยประเทศได้ถ้านักการเมืองน้อมนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง ก็จะเป็นแสงสว่างได้
2 ประเทศไทยชอบแก้ปัญหาระยะสั้น ผมเคยพูดเสมอว่า นักการเมืองมองแค่กรรมาธิการงบประมาณว่า ฉันหรือจังหวัดฉันได้เท่าไหร่? แต่ไม่เคยวางแผนระยะยาว ไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเปลี่ยนพฤติกรรมของนักการเมืองได้หรือไม่?
3 การทำงานในยุคต่อไปนี้ต้องมีการทำงานเป็นทีม
* ทีมแรกคือ ระหว่างกระทรวงด้วยกัน ซึ่งก็ยากมากในประเทศไทย
* ต่อมาคือ ทีมรัฐบาลกับทีม กทม.
* ทีมต่อมาก็คือ รัฐบาลกลางกับรัฐบาลท้องถิ่น อบต. อบจ. เทศบาล
* ทีมสุดท้ายก็คือ รัฐบาลกับภาคประชาชน
4 ครั้งนี้พลังประชาชน ช่วยได้มากกว่าพลังนักการเมือง ซึ่งส่วนมากจะเน้นการออกข่าวถ่ายรูปลงหนังสือพิมพ์ แต่ความสามัคคีของประชาชนสูงมากกว่าการรอพลังของนักการเมือง หวังว่าการรวมพลังครั้งนี้นี้จะช่วยประเทศในหลายด้าน นอกจากเรื่องน้ำท่วม
* การศึกษา
* การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น
5 ศาสตร์และศิลป์ที่สำคัญในการสื่อสารเชิงนวัตกรรม (Communication) นับว่ามากเพราะนายกฯยิ่งลักษณ์ไม่มีบารมีพอที่จะเป็นผู้นำ จึงมีตัวละครหลายคนช่วยเสริม แต่กลับสร้างความล้มเหลวในการออกข่าวสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้คนไทย ซึ่งมีแต่ทางลบมากกว่าทางบวก
การแก้ปัญหาครั้งนี้ขาดจุดศูนย์รวมในการให้ข่าว โดยปกติน่าจะเป็นนายกฯ แต่ท่านได้แต่อ่าน รู้ไม่จริงและขาดประสบการณ์ เลยมีตัวแทนที่ออกข่าวแทน ซึ่งไม่ชัดเจนว่าประชาชนจะฟังใคร? เช่น
* ผู้ว่าฯ กทม. (ซึ่งทำได้ดีพอควร)
* รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
* คุณปลอดประสพ สุรัสวดี สื่อแซวว่าเป็นคนปลอดประสบการณ์
* พลตํารวจเอกประชา พรหมนอก ซึ่งไม่เก่งเรื่องสื่อสาร แต่ก็มีประสบการณ์มากพอควร
 ภาพจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันพุธที่ 19 ตุลาคม 2554
6 วางแผนให้ดีว่า หลังน้ำลดแล้วจะมีนโนบายอะไรที่เด่นชัด
* นโยบายแรกคือ ใช้โอกาสสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น ปลูกข้าวนาปรังในระหว่างที่น้ำลด
* อย่างน้อย อย่าให้ภัยแล้งมาสร้างปัญหาเร็วเกินไป
* จะดูแลความมั่นใจของผู้ลงทุนต่างประเทศอย่างไร โดยเฉพาะญี่ปุ่น
* ฟื้นฟูจิตใจของคนไทยที่ถูกกระทบ
7 ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมีหลายด้านรุนแรงมากใครจะดูแล
* จุดแรกคือ อัตรา GDP จะลดไปเท่าไหร่
* ปัญหาการว่างงานชั่วคราว 3 - 4 เดือน
* ต่อมาคือ งบประมาณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแถลงแล้วว่า ปี 2512 จะขาดดุล 400,000 ล้าน ซึ่งผมเขียนเตือนแล้วว่า อย่าขาดดุลงบประมาณเกินรัฐบาลอภิสิทธิ์ เคยกำหนดว่า 350,000 ล้าน ซึ่งอันตรายเพราะจะทำให้ การคลังขาดเสถียรภาพในระยะกลางและระยะยาว
8 จะฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมอย่างไร น่าคิดว่าทำไมนิคมอุตสาหกรรมตั้งในที่ลุ่มส่วนใหญ่ อาจจะมองจากปัจจัยโลจิสติกส์ คือใกล้สนามบินดอนเมือง และวิธีการวางแผนมีแต่สร้างเขื่อนป้องกันน้ำ ไม่ได้ถมที่ให้สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนต่ำ แต่ไม่ได้บริหารความเสี่ยงในอนาคต
9 นักการเมืองต้องไม่ฉกฉวยโอกาสเพื่อผลงานระยะสั้น บางคนก็อยากดัง อยากแสดง เพื่อไม่ให้ตกกระแส คนไทยต้องแยกแยะให้ออกว่า ใครทำอะไร อย่างไร ทำแล้วคนไทยได้ประโยชน์หรือไม่?
10 สื่ออาชีพออกข่าวมากทุกช่อง ทุกจุด แต่วิเคราะห์ให้เป็นประโยชน์ต่อคนไทยหรือเปล่า? บริโภคสื่อมากไปจะสร้างความเครียดได้ในระยะยาว
11 ถึงเวลาที่จะเรียนรู้จาก ประสบการณ์ต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นเนเธอร์แลนด์ หรือจีน ต้องมีนโยบายที่จะปรึกษาหาประสบการณ์จากประเทศที่มีปัญหาน้ำท่วม
12 เป็นการเตือนให้เยาวชนไทยที่จะเติบโตภายภาคหน้าได้มีโอกาสเรียนและมีอาชีพต่างๆ เพื่อมีงานทำที่มีคุณค่าในการสร้างความมั่นคงให้ประเทศ เช่น
* วิศวะแหล่งน้ำ
* สิ่งแวดล้อม
* ภาวะโรคร้อน
* เรื่อง ภาวะอากาศต่างๆ
13 มหาวิทยาลัยที่น่ายกย่องคราวนี้ก็คือ มหาวิทยาลัยที่มีนักวิชาการที่รู้เรื่องแหล่งน้ำ วิศวกรรมแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์หรือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรืออื่นๆ ที่ปิดทองหลังพระ ทำงานวิจัยอย่างมีคุณค่า สังคมไทยต้องยกย่องบุคคลเหล่านั้น
14 ข้อมูลดีๆ ที่มาจากที่บริษัทที่ปรึกษา (Consultants) ที่ทำงานด้านวิศวกรรมแหล่งน้ำ การวางแผนเมืองและสามารถให้ข้อมูลที่มีคุณค่าต่อสังคมอย่างครบถ้วนและรอบด้าน
ทั้งหมดนี้ก็เป็นบทเรียนที่ผมขอฝากให้ผู้อ่านเพื่อเรียนรู้จากบทเรียนราคาแพงครั้งนี้และหวังว่าจะไม่เกิดอีก
สังคมไทยต้องคิดเป็น วิเคราะห์เป็น เราต้องสร้างสังคมการเรียนรู้ เพื่ออยู่กับธรรมชาติอย่างยั่งยืน ไม่ใช่สังคมจอมปลอม ซึ่งคนไม่รู้ออกความเห็น คนรู้ไม่ได้มีบทบาท อย่าให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ อวิชา
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ [email protected] www.gotoknow.org/blog/chiraacademy แฟกซ์ 0-2273-0181 |