โรงเรียนบ้านคำบาก อาคารแรกเมื่อผมสอนอยู่ที่นั่น ปี 2512 บัดนี้ยังมีอยู่ ขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่รักษาไว้อย่างดี

       โรงเรียนบ้านคำบากมีครู 2 คน นั่นเป็นสาเหตุให้ผมสูญเสียตำแหน่งไป 2 ตำแหน่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ ผมมีถึง 6 ตำแหน่ง (ไม่นับตำแหน่งครูวิชาการ ครูธุรการ ครูพัสดุ ฯลฯ)

    1. รักษาการครูใหญ่

    2. ครูประจำชั้น ป 1

    3. ครูประจำชั้น ป. 2

    4. ครูประจำชั้น ป. 3

    5. ครูประจำชั้น ป. 4

    6. ภารโรง 

    เมื่อครูสมหมายย้ายมาอยู่โรงเรียนบ้านคำบาก ผมก็ต้องมอบตำแหน่ง ครูประจำชั้น ป. 1 และครูประจำชั้น ป. 2 ให้ครูสมหมายไป ด้วยความเต็มใจของผม และคาดว่าครูสมหมายก็คงยินดีรับ

     ผมคิดถูก ทั้งๆ ที่เราพักอยู่บ้านหลังคาเดียวกัน กินข้าวเช้าพร้อมกัน แต่..ครูสมหมายไปถึงโรงเรียนก่อนผม เขาตื่นแต่เช้า อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย พอกินข้าวเสร็จก็ไปโรงเรียน ส่วนผมบางวันขณะที่ครูสมหมายเดินลงบันได ผมยังนุ่งผ้าขาวม้าอยู่เลย 

     เด็กรักครูสมหมายทุกคน ไม่เว้นแม้เด็กชั้น ป. 3 และ ป. 4 เมื่อผมไปถึงโรงเรียน ภาพที่ชินตาคือ เด็กกลุ่มหนึ่งซึ่งมีแทบทุกชั้นนั่งล้อมครูสมหมายที่ระเบียงหน้าชั้น ป. 1 ฟังเขาเล่าสาระพัดเรื่อง ที่เด็กชอบมากเห็นจะเป็นนิทาน "บักเซียงเมี่ยง" 

     หลังเลิกเรียนปลายเดือนพฤศจิกายน 2512 ผมนำข้อกังวลที่เด็กขาดแคลนเสื้อกันหนาวมาปรึกษาครูสมหมาย 

     "เอาอย่างนี้ดีไหม เราทำหนังสือถึงโรงเรียนประถมใหญ่ๆ ในเมือง สัก 2-3 โรงขอรับบริจาค ผมว่าทั้งครูและนักเรียนเขาคงจะช่วยเราได้"  ครูสมหมายเสนอ

      จริงสินะ..เป็นความคิดที่ดีมาก ผมเห็นด้วย เราจึงตกลงกันว่าพรุ่งนี้เราจะร่างหนังสือด้วยกัน แล้วจันทร์หน้าผมจะนำไปพิมพ์ที่อำเภอ...(โรงเรียนไม่มีเครื่องพิมพ์ดีดหรอกครับ...) 

      ขณะที่เราเดินกลับบ้านพ่อเหรียญที่เราอาศัย ผมคิดไปไกลถึงเสื้อกันหนาวและผ้าห่มที่จะได้รับบริจาคด้วยความปิติ จนมาถึงบ้าน

      "ครู....มีวิทยุจากอำเภอมาถึงครูแหนะ.." พ่อเหรียญบอกเมื่อผมก้าวขึ้นบนเรือน และภาพที่เห็นนอกจากพ่อเหรียญแล้ว ยังมีตำรวจตระเวนชายแดนประมาณ 5 นาย พร้อมอาวุธเต็มอัตรา นั่งอยู่บนเพิงที่ต่อจากตัวเรือน

       "นี่ครับครู....วิทยุ"  ตชด.นายหนึ่งส่งหนังสือข่าววิทยุให้ผม

        ผมขอบคุณเบาๆ ใจเต้นระทึก เรื่องอะไรหนอ...สำคัญและด่วนมากถึงขนาดส่งมาทางวิทยุ

        ผมรีบเปิดอ่านพยายามบังคับมือไม่ให้สั่น เมื่อเห็นตัวอักษรค่อยคลายกังวลลง

        "เรื่องอะไรหรือครู" พ่อเหรียญถาม สัมผัสได้ถึงความห่วงใย

        "ศึกษาธิการอำเภอ ให้ผมไปหาในเช้าวันพรุ่งนี้ครับ" ผมตอบ "ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร ไม่บอก" ผมพูดต่อด้วยจิตใจว้าวุ่น 

        "เอางี้..พรุ่งนี้พ่อจะพาไปทางลัด เราออกจากบ้านซักตีสาม ไม่เกินเที่ยงคงถึงอำเภอ" พ่อเหรียญดีกับผมอีกแล้ว 

         "คืนนี้นอนแต่หัวค่ำจะได้มีแรงเดินทาง" พ่อเหรียญบอกผมเชิงสั่งกลายๆ แล้วแกก็หันไปคุยกับ ตชด. 

         คืนนั้น พ่อเหรียญกับผมเข้านอนแต่หัวค่ำ ครูสมหมายกับเหรียญยังนั่งคุยกับ ตชด. แต่ไม่นานเสียงพูดคุยก็เงียบไป ผมพยายามปลอบใจตนเองว่า ที่ถูกเรียกตัวคงเป็นเรื่องที่ดี เพราะผมไม่ได้ทำอะไรเสียหายหรือเสื่อมเสียแก่ทางราชการ ตลอดจนชาวบ้านหรือบุคคลอืนใด แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังไม่หลับ

         จนดึก ฝนที่ขาดหายไปเกือบเดือน กลับตกลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ตกหนักมาก อากาศเย็นผมจึงได้หลับ หลับสนิททีเดียว