บ้านผมอยู่ในเขตพื้นที่ที่กทม.ประกาศเสี่ยงภัยน้ำท่วมครั้งนี้ แน่นอนครับว่าทั้งครอบครัวผมตื่นเต้นใหญ่ ผมเองก็ด้วยครับ รีบยกของหนี ไป 7 ซื้อของตุน แย่งชาวบ้านซื้อกระสอบทราย ฯลฯ ทำไปมาก ๆ พอมีเวลานั่งพักก็เลยมานั่งนึกและค่อย ๆ สรุปตามมุมมองของจิตแพทย์
จริง ๆ น้ำท่วมไม่ได้น่ากลัวครับ ผมเองคิดว่าถ้านับ 1-2-3 แล้วน้ำท่วมบ้านทันทีผมจะ happy มากเพราะผมจะรู้สึกว่า "เออดี ช่างมัน ช่วยไรไม่ได้แล้วนิ!" แต่ไอ้น้ำท่วมนี่ไม่ได้มาเร็วเหมือนสึนามิ มันค่อย ๆ มีข่าวมาวันละนิด ๆ ดู ๆ แล้วเราเสพข่าวน้ำท่วมมา 2 เดือนกว่า (ผมจำได้ว่าตั้งแต่นายกหน้าสวยทำงานวันแรก)
พอเราเสพข่าวเยอะ ความกังวลมันก็เยอะด้วยตามมาด้วยผมเลยได้ไอเดียว่าเราไม่ได้กลัว "น้ำท่วม" แต่เรากลัว "ความคิดว่าน้ำจะท่วม" มากกว่า ไอ้ความคิดบ้า ๆ นี่แหละที่ทำให้เราแตกตื่น (ผมขอเรียกว่าแพนิค - panic นะครับ)
ผมได้คุยกับเพื่อนที่บ้านน้ำท่วมไปแล้วและท่วมมันทุกปี ผมกะโทรไปปลอบมันซะหน่อยแต่ดูเพื่อนมันไม่เครียดมาก เพื่อนผมมันให้เหตุผลโง่ ๆ ที่ฟังดูจริงคือ
"พอน้ำท่วมแล้วก็เลยหายเครียดว่าน้ำจะท่วมหรือเปล่า"
จริงของมันว่ะ ผมเลยเอามาลิงค์กับไอเดียทาง psychology of panic
panic เกิดจาก ความจริง (Reality) ไม่ตรงกับความคิด (Fantasy)
ในที่นี้ ความจริงคือ"น้ำยังไม่ท่วม" แต่ความคิดคือ"น้ำต้องท่วมแน่ ๆ"เมื่อสิ่งที่คิดไม่ตรงกับสิ่งที่เห็นก็เลยเกิด "ความไม่แน่นอน" ซึ่งขัดแย้งกับธรรมชาติของมนุษย์โดยเฉพาะคนกรุงที่ต้องการ"ความแน่นอน"ตลอด
เนื่องจากมนุษย์เป็นสัตว์สังคมดังนั้นเมื่อเกิดความไม่แน่นอน มนุษย์จึงจำเป็นต้องหาความแน่นอนจากสังคม วิธีที่ง่ายที่สุดคือ "เปิด TV" และ TV นี่แหละยิ่งทำให้แพนิคมากขึ้น เพราะคนเรารับข้อมูลเยอะมาก เมื่อมีข้อมูลเยอะ ความไม่แน่นอนของข้อมูลก็เยอะตามมา ก็ยิ่งเกิดความไม่แน่นอนมากขึ้น แพนิคก็เลยเยอะขึ้นกลายเป็นงูกินหางไปเรื่อย ๆ
เขียนไปเขียนมาการที่ต้องรอว่าน้ำจะท่วมเมื่อไรนั้นทรมานมากกว่าการที่น้ำท่วมไปแล้วเหมือนกับความรู้สึก"ก่อนสอบ" ที่ทรมานกว่าช่วงสอบเสียอีก
นึกเลยเถิดไปถึงนิยายน้ำเน่าที่ตัวพระเอกต้องรอคอยนางเอกนานแสนนานเลยมาเข้าใจอารมณ์ของการรอคอยว่ามันทรมานแค่ไหน โดยเฉพาะการรอคอยที่ไม่สามารถทำอะไรได้
นั่งคิดอีกว่าที่จริงตอนที่เรารอคอยน้ำให้มันท่วมบ้านเนี่ยเรา "ทำ" อะไรไปแล้วบ้าง เรายัง "ไม่ได้ทำ" อะไรอีกบ้าง และอะไรที่"ทำไม่ได้" ผมค่อย ๆ เขียนใส่กระดาษทีละอย่าง โดยแทนที่จะเอาสมองมานั่งเครียดน้ำท่วมหรือเสพข่าวดราม่า
ตอนนี้ผมสวดขอพรพระว่า
ขอให้ผมมีกำลังพอต่อสู้กับสิ่งที่คาดเดาได้
ขอให้ผมมีใจเข้มแข็งพอที่จะยอมรับสิ่งที่คาดเดาไม่ได้
และขอให้ผมมีปัญญาพอที่จะแยกทั้งสองสิ่งออกจากกันได้
ขอบคุณครับ
ป.ล. - หลายคนคงงงว่าทำไมบน topic ต้องเขียนว่าก่อน 18 ห้ามคลิก จริง ๆ แล้วไม่มีอะไรหรอกครับ แค่อยากรู้ว่าคนเราชอบแหกกฎมากน้อยแค่ไหนเอง อิอิ