วันนี้เป็นวันที่ระทึกใจอีกวันหนึ่งของผม ก็ทำงานประจำตามปกติ
ช่วง10.00 น. ได้แว่วข่าวเรื่องคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่กั้นระหว่างตัวเมืองกับแม่น้ำ ได้พังเป็นระยะทาง 100 เมตรโดยประมาณ ซึ่งระดับน้ำของแม่น้ำสูงกว่าพื้นดินสองเมตร น้ำไหลเข้าท่วมตัวเมืองอย่างฉับพลัน สร้างความโกลาหลมากมาย เพียงห้านาทีน้ำก็บ่าเข้าท่วมอย่างมาก ท่วมจนถึง รพ.สวรรค์ประชารักษ์เลย ท่วมทั้งเมือง
ความโกลาหลแพร่มาถึงผมซึ่งอยู่พิจิตรมีลูกเรียนอยู่ที่นครสวรรค์ พวกเรากลุ่มคุณพ่อคุณแม่ก็สรุปว่าอะไรก็ไม่แน่นอน ตัดสินใจให้เด็กๆ กลับบ้านกัน
คุณพ่อของเต๋าเพื่อนลูกสาวเค้าได้ข่าวก่อนจะกำลังเดินทางไปรับ ครอบครัวเราตกลงให้เจ้าหยกกลับมาด้วยเลย ขณะที่ผมเขียนยังรอข่าวว่าคนไปรับจะพบกับกลุ่มคุณลูกหรือยัง ซึ่งพวกเค้าไปรอกันที่ บขส. นี่ก็คือสิ่งหนึ่งที่ต้องใช้สติในการรับสถานการณ์ ทุกอย่างต้องใจเย็นและแม่นยำในการตัดสินใจ ก็กำลังรอว่าจะมาถึงเมื่อไร หรือจะต้องทำอะไรบ้าง
ดูจากข่าวสถานการณ์ตรงเขากบ วัดคีรีวงษ์นั้น ช่วงนี้ก็จะวุ่นมากๆ น่ะครับ
ตัดสินใจโทรไปอีก ลูกบอกว่ากำลังจะได้ขึ้นรถพ่อเต๋าแล้ว ตอนนี้บ่ายสองหกนาที
ผมคิดว่าประมาณห้าโมงเย็นคงถึงพิจิตรแล้วล่ะ คิดว่าจะราบรื่นนะ ค่อยยังชั่วหน่อย

มาให้กำลังใจค่ะ..เป็นห่วงใยผู้ประสบภัยค่ะ..
ขอบคุณคุณพี่นงนาทนะครับ