พูดถึงวิธีคิดเรื่องน้ำท่วม หากเป็นผม ในปีต่อไปน่ะครับ
ในช่วงแรกก่อนเริ่มเข้าหน้าฝน อุปกรณ์การเร่งระบายน้ำในทุกจุดของประเทศต้องพร้อม แผนการจัดการน้ำแบบมีประสิทธิภาพต้องอยู่ในมือ แผนสำรอง แผนฉุกเฉิน พอฝนเริ่มตกก็ติดตามระดับน้ำ เดินเครื่องการเร่งระบายน้ำทันทีเพื่อรักษาสมดุล โดยระดับการรักษาต้องบวกกรณีมีฝนตกมากมายแบบปีนี้เข้าไปด้วย ก็จะทำให้การเก็บกักน้ำในเขื่อนอยู่ในระดับที่ไม่มากเกินไป
ระบบการสื่อสารเรื่องน้ำ ต้องทำอย่างต่อเนื่องและเป็นจริง
คนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมปีนี้ ต้องปรับปรุงบ้านให้สูงกว่าระดับน้ำ พร้อมเตรียมอุปกรณ์จำเป็น และเตรียมความพร้อมรับภัยน้ำท่วม คือทำทุกอย่างที่ทำได้ เช่น เตรียมสถานที่เก็บรถ , สถานที่เก็บของต่างๆ เป็นต้น
การป้องกันตัวเมืองโดยใช้กระสอบทรายก็ควรทำ แต่จะไม่ใช่หนทางหลักแล้ว
จุดสำคัญที่สุดคือการระบายน้ำลงทะเล ของแม่น้ำสายหลักทุกสาย
โฟกัสที่การบริหารจัดการน้ำในสภาพความเป็นจริงที่เป็นอยู่ ในส่วนของผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนี่ก็พูดคุยหรือปรับทัศนคติยากทีเดียว แต่ธรรมชาติของการเอาตัวรอดเค้าก็จะยินดีปรับพฤติกรรมปรับสิ่งต่างๆ ตามแต่ที่เค้าจะปลอดภัยนับจากตอนนี้ (สังเกตุจากการอ้างประวัติศาสตร์ที่ว่า ตอนปี38 ท่วมแค่นี้เอง ปีนี้น้ำมากกว่าจะเห็นว่าเค้าระวังแค่จุดที่เคยลำบากหนักเท่านั้น)
ฉะนั้นสิ่งที่ทำได้ก็น่าจะเป็นแนวนี้และจากแนวแบบชาวบ้านๆอย่างนี้
ทางรัฐก็บูรณาการสิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกหลักวิชา เพิ่มเติมลงไป ก็จะออกมาในรูปของวิถีวัฒนธรรมไทย ดั่งที่เราเคยภูมิใจ

ตั้งแต่ลืมตาดูโลก ก็พบปัญหานี้มาตลอดแต่ทำไมไม่ดีขึ้นเลย
เศร้าใจ สงสารชาวบ้าน คนยากคนจน ที่ไม่เห็นทางข้างหน้าเลย
เมื่อไหร่รัฐบาลจะจริงจังกับเรื่องนี้ ครับ
แต่ก็ดีขึ้นนะครับ คุณสันติสุข สันติศาสนสุข ขอบคุณนะครับ