เสวนา “มณีวิสุทธิ์ พระพุทธชินราช”

เสวนา “มณีวิสุทธิ์  พระพุทธชินราช”  

เสวนาบูชาพระคุณ ๑๐๐ ปีชาตกาล พระราชรัตนรังสี  (ทองปลิว  โสรโต) ณ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม  มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงครามส่วนวังจันทร์  ๕ กันยายน  ๒๕๕๔ (๑๓.๐๐ -๑๕.๓๐ น.) 

ผู้เข้าร่วมเสวนา  : พระครูพิสุทธิ์ปัญญาภิวัฒน์  เจ้าอาวาสวัดหลวง  จ.พิจิตร

 รศ.มังกร  ทองสุขดี 

 อ.ร้อยแก้ว  สายยิ้ม 

 อ.ไพโรจน์  ปัญจวรานนท์

 

.ร้อยแก้ว  สายยิ้ม  “ การจัดเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อ  บูชาพระคุณ ๑๐๐ ปีชาตกาล พระราชรัตนรังสี  (ทองปลิว  โสรโต) 

พระราชรัตนรังสี  เดิม เป็นคน  ต.จอมทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ปี ๒๕๑๖  (ผู้เขียนยังไม่เกิดเลย) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จพระราชดำเนินมาเวียนเทียนที่  จ.พิษณุโลก  และพระราชรัตนรังสีได้เทศน์ถวายท่าน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ทรงชมเชยว่าท่านเทศน์ได้ไพเราะมากหากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชจะทรงผนวช  จะนิมนต์ท่านเป็นพระคณะ(ขออนุญาตรับคำแนะนำจากอาจารย์ทุกท่านเนื่องจากไม่ชำนาญการใช้คำราชาศัพท์ค่ะ)  พระราชรัตนรังสี  ท่านนั่งสมาธิจนสามาถรู้ได้ว่าใครจะมาหาเมื่อไหร่  ท่านได้เป็นสาธารณูปการจังหวัด  ดูแลการก่อสร้างวัดต่างๆ    พระราชรัตนรังสี   เคยสอน  อ.ร้อยแก้วว่า …

การจะปกครองคนต้องมีทั้งพระเดชและพระคุณ  พระเดช  คือ  ความอบอุ่น  พระคุณ  คือ  ความร่มเย็น

ในชีวิตของคนเรานั้นมีพ่ออยู่ทั้งหมด ๕ คน  คือ ๑)พุทธบิดา (พระพุทธเจ้า)  ๒)พ่อบังเกิดเกล้า  ๓)พ่อตา/แม่ยาย  ๔)พ่ออุปัชฌาย์  ๕)พ่อหลวง   

เกิดเป็นคนทั้งทีต้องมี ๓ จ ๑)รู้จัก(มีคนรู้จัก)  ๒)จำได้  ๓)จารึกชื่อไว้ในอนุสาวรีย์ชีวิต…”

 

.ไพโรจน์  ปัญจวรานนท์ “…พระพุทธชินราช  หรือที่ชาวเมืองพิษณุโลกเรียกว่า “หลวงพ่อใหญ่”   ประดิษฐานอยู่ที่  วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร  (วัดใหญ่)  เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่  สันนิษฐานว่าพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลิไท) ทรงโปรดให้สร้างขึ้นพร้อมกับพระพุทธรูปอีกสององค์คือ พระพุทธชินสีห์  ซึ่งปัจจุบันได้อัญเชิญมาประดิษฐานอยู่ที่วัดสุทัศน์เทพวราราม  และพระศรีศาสดา ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ  พระพุทธชินราชนั้น  มีเทพเจ้า ๒ องค์ปกปักษ์รักษาอยู่  ได้แก่  ท้าวเวสสุวรรณ  เป็นเทพเจ้าแห่งทรัพย์สมบัติ  ส่วนอีก ๑ องค์ผู้เขียนจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร  จะไปค้นคว้าเพิ่มแล้วนำมาเติมให้เต็มนะคะ) มีพระโมคคัลลานะ และพระสารีบุตรเป็นอัครสาวกอยู่ทางด้านซ้ายและขวา  และยังมีเทวดาอีก ๑๔ องค์ด้วย

 

พระครูพิสุทธิ์ปัญญาภิวัฒน์  เจ้าอาวาสวัดหลวง  จ.พิจิตร“…อาตมาไม่มีทั้ง ๓ จ อย่างอ.ร้อยแก้วบอก เพราะ ไม่มีคนรู้จัก  ไม่มีใครจำได้  และคงไม่มีใครจารึกไว้ในอนุสาวรีย์ชีวิต(ญาติโยม “ฮ่าๆๆๆ”) หมือนนกที่ไม่ทิ้งรอยเท้าไว้ในอากาศ (คมมากค่ะ)…ทำไมพระพุทธรูปทุกองค์ประดิษฐานบนดอกบัว  ไม่ว่าจะเป็นประทับนั่ง  ยืน  เดิน  หรือแม้แต่ปรินิพาน  ดอกบัวหมายถึง  พ้นจากน้ำแล้ว  พุทธ  หมายถึง  ผู้รู้  ผู้ตื่น  ผู้เบิกบานด้วยธรรม  คำพูดใดไม่มีหลักฐาน  กมลสันดาน  กมลภิภพ  ยิ่งค้นคว้าเราจะยิ่งค้นพบ 

การนับถือ/พินิจพระพุทธชินราชของพุทธศานิกชน ๓ แบบ

๑)ชาวบ้าน  ลูกอีช่างขอ  เช่น  สามี/ภรรยาขอลูก (เอ  ท่านเป็นพระจะขอลูกกับท่านได้ไงกัน)  แต่คนที่ได้รับตามคำขอต้องเป็นคนที่มีบุญ  มีสามีภรรยา  และมีสัตว์มาปฏิสนธิเท่านั้น

๒)ปรัชญา  มีเหตุมีผล  เช่น  ขยะคือทองคำ  ของ  ดร.สมไทย วงษ์เจริญ  ”

๓)นักวิชาการ  พุทธลักษณะ ๓๒ ประการ

พระพุทธรูปบอกถึงประวัติศาสตร์  คุณสมบัติของพระสงฆ์สมัยก่อน  ปากใบ้ (พูดในสิ่งที่ควรพูด)  ใจซื่อ(สัจจกิริยา)  มือบอน(ทำงานไม่หยุด)  สอนคน  ที่มาของชื่อพระพุทธชินราช  คือ ชินนะ  เป็นคำแรกที่ตรัสจากโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า..."

 ราตรีสวัสดิ์ค่ะพี่น้อง gotoknow