แม่คะ แม่ แม่ เสียงแหลมเล็กของเด็กหญิงคนหนึ่งดังมาจากบ้านเล็กๆหลังหนึ่ง สีเขียว แต่สีซีดมากแล้วจนแทบไม่เห็นว่าเป็นสีเขียว อยู่เกือบท้ายชอย “อะไรจ๊ะลูกจ๋า” แม่ถามลูกสาวตัวน้อยด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความใจดี และอบอุ่น เด็กหญิงที่ไปหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตาเงยหน้ามองหน้าคุณแม่ช้าๆแม่จ๋า ลูกอยากได้ของเล่นเหมือนเพื่อนที่อยู่บ้านหลังใหญ่ที่อยู่ตรงข้ามกับบ้านเรา” เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาอยากได้ของเล่นเหมือนเด็กคนอื่น คุณแม่ก็ได้แต่นิ่งไปไม่พูดอะไร ได้แต่ยิ้มบางๆรอยยิ้มบนใบหน้าของคุณแม่ทำให้เด็กน้อยทำหน้าสงสัย แล้วคุณแม่ก็ยื่นกล่องใบหนึ่งให้กับเด็กหญิงทำให้เด็กหญิงทำหน้างวยงงขึ้นไปอีก ลูกลองเปิดดูข้างในกล่องสิจ๊ะ” เด็กหญิงเปิดดูสิ่งของภายในกล่องอย่างตื่นเต้น และสงสัย เมื่อเปิดกล่องออกมาหญิงสาวพบว่ามีหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่ในกล่องนั้น หน้าปกสีชมพูมีรูปเด็กหญิงถือดาวอยู่ตรงหน้าปกหนังสือ เด็กหญิงยืนนิ่งอยู่สักพักและแล้วเด็กหญิงก็ใช้มือเล็กๆของเธอหยิบหนังสือเล่มนั้นออกมาแล้วบอกกับคุณแม่ว่า แม่คะ นู๋อยากได้ของเล่น หนูไม่ได้อยากได้หนังสือเป็นเล่มสักนิดเลย แล้วหนูจะเอามันไปเล่นได้ยังไง” คุณแม่ได้แต่หัวเราะแล้วบอกกับเธอว่า “นี่ไม่ใช่หนังสือธรรมดา” เด็กหญิงถือหนังสือเล่มนั้นแล้วเดินเข้าห้องของเธอไปอย่างไม่เข้าใจคำพูดของคุณแม่ของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

             เด็กหญิงเดินเข้ามาในห้องของเธอเธอวางหนังสือลงบนเตียงแล้วบ่นกับหนังสือว่าคุณแม่พูดอะไรไม่เข้าใจแม้แต่นิดเดียวหนังสือก็คือกระดาษ เราก็ได้ไปโรงเรียนอยู่แล้วหนังสือที่โรงเรียนก็มีอ่านแต่เราอยากได้ของเล่นเหมือนเพื่อนคนอื่นทำไมคุณแม่ต้องให้หนังสือเล่มใหญ่มาให้ด้วย เด็กหญิงก็ไม่ได้สนใจที่จะเปิดดูมันสักนิดเดียว เด็กหญิงได้แต่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยและแล้วก็เผลอหลับไป .... ที่นี่ท้องทุ่งหญ้าสีเขียวอ่อนลมพัดระเรื่อยอดหญ้าเต้นรำไปตามสายลมที่พัดพาไปเสียงน้ำไหลเอื่อยมาแต่ไกลๆเหมือนดนตรีที่กำลังบรรเลงไปตามจังหวะของสายลม อุ๊ย! ผีเสื้อ ๆตัวใหญ่มาก ไม่ใช่นั่นคืออะไรนะ ทำไมมีปีกคล้ายผีเสื้อแต่มองดีๆก็เหมือนมนุษย์ แต่ทำไมตัวเล็กจังเลย ตกลงว่านั่นคืออะไรกันแน่ ลักษณะเหมือนมนุย์ มีปีก หลากหลายสีสัน มีเยอะแยะเต็มไปหมดใส่ชุดกระโปรงคล้ายชุดเต้นรำ นั่นพวกเค้าจะไปไหนกันนะ .... รุ้ง รุ้ง คุณพ่อกลับมาแล้ว มาทานข้าวได้แล้วลูก”หญิงสาวตกใจตื่นขึ้นมา ค่ะแม่ ” เด็กหญิงตอบรับคำแม่ ตกลงว่าเมื่อกี้เราฝันไปฝันเห็นนางฟ้าด้วย เอ๊ะ !! แล้วทำไมหนังสือมันเปิดอยู่ละ สงสัยลมจะพัดตอนเราหลับไปมั้งช่างมันเถอะไปทานข้าวดีกว่า

             วันนี้ไปรงเรียนเป็นยังไงบ้างลูกรุ้ง ”เด็กหญิงเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้คุณพ่อฟัง พร้อมกับทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ไปด้วย หลังจากนั้น ช่วยคุณแม่เก็บจาน ล้างถ้วย แล้วเด็กหญิงก็ขึ้นไปอาบน้ำ ทำการบ้านแล้วก็นอนหลับ (เด็กๆ อย่านอนดึกนะคะ) ...... เอ๊ะ!! มาที่นี่อีกแล้ว เรามาได้ยังไง งงไปหมดแล้วนะ แล้วพรุ่งนี้จะไปโรงเรียนยังไง แล้วจะกลับบ้านได้ยังไง ตุ๊บ!! เสียงอะไรหล่นลงมา แล้วทำไมเราเจ็บอย่างนี้ “โอ๊ย” อะไรตกลงมาทับตัวฉัน มีคนอุ๊ยไม่ใช่คน อุ๊ยคนมีปีก ตัวอะไรไม่รู้หล่นมาจากไหนไม่รู้มาทับตัวฉัน ว๊าย!!!!!!!!!!! เธอเป็นใครมาจากไหนแล้วเธอหล่นมาจากไหน แล้วเธอเป็นคนรึป่าว” “ฉันชื่อ เด็กหญิงโมเซโมเซ่ อยู่ชั้นอนุบาล 2/1 กลุ่มทานตะวัน โรงเรียนแม่มดงุงิงอุอิ แล้วฉันกำลังฝึกบินอยู่เธอเป็นใครเข้ามาในเขตสนามฝึกบินของโรงเรียนฉันทำไม แต่เธอไม่มีปีกนิเธอก็ฝึกบินไม่ได้สิ” “......”รุ้งทำหน้างง เธอทำไมไม่ตอบสักที หรือว่าเธอโดนสาป” โมเช่ถาม ฉันไม่ได้โดนสาปนะ ฉันชื่อเด็กหญิงรุ้ง รุ้งราวัลย์ อยู่ชั้นอนุบาล 2/1 กลุ่มดอกจำปี โรงเรียนอนุบาลหมูน้อย ” รุ้งตอบอย่างอารมณ์เสีย ฉันไม่เคยเห็นหน้าเธอเลย โรงเรียนเธอฉันก็ไม่เคยได้ยิน ไม่รู้จักด้วย”โมเซ่ถามรุ้ง รุ้งก็ไม่รู้จะตอบว่ายังไงเหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง โมเซ่ ๆๆ เสียงคุณครูแสนสวยเรียกเด็กนักเรียนของเธอ ทำไมหนูถึงมาอยู่ตรงนี้คะคุณครูให้หนูฝึกบินไงคะ เป็นเด็กดีอย่าถเลถไลนะคะ”คุณครูบอกกับโมเซ่ โมเซ่ไม่ได้ตอบอะไรได้แต่ชี้ไปที่รุ้งที่ยังนั่งอยู่ตรงนั้น  หนูมาจากไหนคะ”คุณครูถามรุ้ง หนูมาจากโลกมนุษย์” คุณครูทำหน้าตกใจมากและพารุ้งเดินไปกับเธอ และ โมเซ่ ก็วิ่งตามเธอไป ...............