พอทีทาสกรุงเทพ ฯ
"วิสิษฐ์ เชียงพุทซา"
วันนี้ได้อ่านหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ (18 กันยายน 2554) "วิถีชีวิต" ผู้รายงานคือ คุณสุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล
คำพูดของคุณ วิสิษฐ์ หลายข้อที่กินใจ
"ปลูกพืชสวนผสม ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง กินที่ปลูก -ปลูกที่กิน หรือกินที่ทำ-ทำที่กิน"
"ไม่เครียด เพราะไม่ได้ทำงานเพื่อหาเงิน แต่ทำงานเพื่อยังชีพ"
"พอทีทาสกรุงเทพฯ"
"ทำไมต้องกลับไปเป็นทาสอีก ตอนนี้ไม่มีหนี้สิน เพราะสร้างบ้านแบบประหยัด ไม่หรูหราฟู่ฟ่า ใช้ชีวิตเรียบง่าย พอประมาณ พอเพียง"
"ทุกวันนี้มีความสุขมาก" คุณวิสิษฐ์ ยืนยัน
จากอดีตเป็นวิศวกรโยธา ผ่านงานระดับเมกะโปรเจคท์ทั้งใน และต่างประเทศยาวนานหลายปี ตอนนี้คุณวิสิทธิ์ย่างเข้า 43 ปี ถอยหลังหันกลับดำรงชีพแบบเก่า คำพูดประโยคส่งท้ายการสัมภาษณ์ยืนยันด้วยรอยยิ้ม จากใจว่า "ทุกวันนี้มีความสุขมาก"
ผมได้นำชีวิตจริงของชายฅนหนึ่ง คุณพ่อเป็นฅนนครราชสีมา ซึ่งเชื่อแน่เหลือเกินว่าชายผู้นี้ได้สัมผัสชนบท ทราบถึงวิถีชีวิตของชนบทอย่างแน่นอน ด้วยเหตุที่คุณพ่อทำงานรับราชการ คุณวิสิษฐ์จึงต้องมาสัมผัสกับกรุงเทพ ฯ เรียนจบที่กรุงเทพ ฯ และในบางส่วนของชีวิตต้องทำงานที่กรุงเทพ ฯ จึงเชื่อแน่อีกว่าได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบเมือง
จากที่คุณวิสิษฐ์ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตในสองรูปแบบ อีกทั้งเป็นฅนที่มีการวิเคราะห์บางพอสมควร จึงเลือกการดำรงชีพแบบเก่า หรือแบบพอเพียง ไม่เห็นดีเห็นงานในระบบทุนนิยม กลับเห็นดีเห็นงานในระบบพอเพียงนิยม ซึ่งนี่คือแนวทางแบบ "ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก"
ผมได้คิดได้เขียนไว้หลายหลากในเว็บไซต์ http://www.nature-dhrama.com วันนี้นำเรื่องราวชีวิตจริงมาบอกกล่าว ว่ามีฅนส่วนหนึ่ง อย่างผม อย่างคุณวิสิษฐ์ และอีกหลาย ๆ ท่าน ต้องการที่จะใช้ชีวิต "แบบธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก" "ธัมมิกสังคมนิยม" และในที่สุด "พระศรีอาริย์" ซึ่งเรื่องเหล่านี้ผมได้นำเสนอไปแล้ว
สุดท้ายคือ เรื่องที่ผมนำเสนอให้รัฐบาล บริหารด้วยยึดหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง เพื่อสนองความต้องการแบบฅนอย่างผม ฅนอย่างคุณวิสิษฐ์ และอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องการ เรื่องที่ผมนำเสนอไปคือ เรื่อง เตรียมตัวรับระบบธัมมิกสังคมนิยม จาก "พอที่ทาสกรุงเทพฯ" น่าจะเป็นข้อคิดสำหรับหลายท่าน และฅนในรัฐบาล เพื่อผลักดัน "เตรียมรับระบบธัมมิกสังคมนิยม"
หากท่านสนใจเรื่องอื่น ๆ คลิกที่นี่สู่เว็บทันที