เสนอแก้ พรบ.สภาฯ สร้างความเข้มแข็งชุมชนกู้วิกฤติชาติ

มติประชุมระดับชาติสภาองค์กรชุมชน  

15 ก.ย.2554 ณ ศุนย์ประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

 ปทุมธานี/ เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา คณะกรรมการดำเนินการสภาองค์กรชุมชน ได้จัด “การประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔”  ณ ห้องเอนกประสงค์ (๒๐๙) ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์ รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน และพิจารณา ๕ แนวทางสำคัญการขับเคลื่อนในปี ๒๕๕๕ โดยมีตัวแทนสภาองค์กรชุมชนจากทั่วประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิ และหน่วยงานภาคี เข้าร่วมการประชุมประมาณ ๓๐๐ คน

         นายจินดา บุญจันทร์ เลขานุการที่ประชุมระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล กล่าวว่า ที่ประชุมระดับชาติฯ นอกจากมีมติในแนวทางการขับเคลื่อนด้านต่างๆ แล้ว ยังมีมติเห็นชอบให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการทบทวนแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.๒๕๕๑ และพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง พ.ศ.๒๕๕๑ หลังพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับมีผลบังคับใช้ครบ ๓ ปี โดยให้คณะกรรมการดำเนินการสภาองค์กรชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) สภาพัฒนาการเมือง และขบวนองค์กรชุมชน ได้มีส่วนร่วมในการเสนอความเห็นเกี่ยวกับการทบทวน แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับด้วย ทั้งนี้การขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา พบว่ายังมีปัญหาข้อติดขัดเกี่ยวกับประเด็นทางกฏหมายในบางประการ ที่อาจส่งผลต่อการขับเคลื่อนและการพัฒนาคุณภาพการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง สามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน และเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศได้อย่างแท้จริง

 ที่ประชุมได้มีมติ ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้

 

         ๑)      ทิศทางการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน ปี ๒๕๕๕

ในการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน ที่ประชุมได้กำหนดยุทธศาสตร์การทำงานใน ๓ ด้าน ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่  สร้างความเข้มแข็งของสภาองค์กรชุมชนตำบลในการจัดการตนเอง ยุทธศาสตร์ที่  สร้างการเรียนรู้ การจัดการความรู้ การสื่อสารสาธารณะของคนในชุมชนท้องถิ่น และขยายผลโดยใช้รูปธรรมจากพื้นที่ โดยการจัดการความรู้ การพัฒนาระบบข้อมูล การติดตามประเมินผล และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ยุทธศาสตร์ที่  พัฒนาสภาองค์กรชุมชนตำบลให้มีประสิทธิภาพและประสานเชื่อมโยงกับภาคีการพัฒนา

      ๒)      มาตรการส่งเสริม สนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนาสภาองค์กรชุมชน

เพื่อให้การกำหนดมาตรการการส่งเสริม สนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนาสภาองค์กรชุมชน เป็นไปอย่างสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ที่ประชุมฯ ได้สรุปบทเรียนการดำเนินงานที่ผ่านมา และกำหนดมาตรการในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนาสภาองค์กรชุมชน โดยให้ พอช.ส่งเสริมการพัฒนาบุคคลากรเพื่อรองรับภารกิจในการส่งเสริมการจัดตั้งและพัฒนากิจการสภาองค์กรชุมชน โดยจัดจ้างอาสาสมัคร หรือพัฒนาบุคลากร ของ พอช.ให้มีความเข้าใจและทำหน้าที่ในการส่งเสริมสภาองค์กรชุมชนอย่างจริงจังและการพัฒนากิจการสภาองค์กรชุมชนตำบล ให้สามารถดำเนินการตามเป้าหมายสู่การจัดการกับปัญหาและความต้องการของคนในตำบล เป็นที่พึ่งของคนในตำบลได้ โดยอาจเป็นข้อเสนอหรือแผนงานพัฒนาทั้งระบบใน ๒ ระดับ ๑) จัดทำแผนพัฒนาให้สภาฯมีความเข้มแข็งสามารถจัดแผนงานพัฒนาหรือข้อเสนอจองตนเองได้ ๒) การจัดตั้งสมัชชาระดับตำบล โดยสภาฯที่มีความเข้มแข็งเป็นเจ้าภาพในการนำแผนของสภาฯ ไปบูรณาการกับเครือข่ายภาคีอื่นๆ เพื่อยกระดับเป็นแผนของคนทั้งตำบล

      ๓)      ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนา

เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติ ที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล จึงได้ประมวลความเห็นจากสภาองค์กรชุมชนผ่านเวทีการประชุมระดับตำบล จังหวัด และภาค รวมถึงความเห็นจากเวทีสมัชชาเครือข่ายองค์กรชุมชน เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๔ โดยสามารถประมวลความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบาย และแผนพัฒนาด้านต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อประชาชน เพื่อเสนอต่อรัฐบาล โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

๓.๑ ข้อเสนอต่อนโยบายด้านเศรษฐกิจ

รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการมุ่งสร้างความเข้มแข็งในภาคเกษตรโดยการลดภาระหนี้สินของเกษตรกร สนับสนุนระบบเกษตรปลอดสารเคมีและเกษตรอินทรีย์ พัฒนาระบบตลาดที่เป็นธรรมด้านราคาของพืชผลการเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร อันจะนำไปสู่ความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ของเกษตรกร รวมถึงสร้างระบบความมั่นคงทางอาหารในสังคมไทย เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าร่วมประชาคมอาเซียน

ประเด็นข้อเสนอ ได้แก่ หนี้สินเกษตรกร การสร้างรายได้ ราคาผลผลิตทางการเกษตร เกษตรพันธะสัญญาและความมั่นคงทางอาหาร การค้าเสรีและประชาคมอาเซียน

 ๓.๒ ข้อเสนอต่อนโยบายสังคม

มุ่งพัฒนาสังคมโดยเน้นแนวทางปลูกจิตสำนึกคุณธรรมจริยธรรม ใช้ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นเครื่องมือและให้ชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทหลักในการจัดการ ปัญหายาเสพติดและการพนัน แรงงานข้ามชาติ เด็กและเยาวชน กลุ่มชาติพันธุ์และคนไร้รัฐ บนหลักการสิทธิมนุษยชน

 ประเด็นข้อเสนอ ได้แก่ ศาสนาและวัฒนธรรม ยาเสพติดและการพนัน แรงงานข้ามชาติ ผู้หญิง เด็กและเยาวชน กลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มคนไร้รัฐ

 ๓.๓ ข้อเสนอต่อนโยบายกฎหมายและโครงสร้าง

รัฐบาลควรดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างในทุกระดับ โดยให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมในการปรับปรุงโครงสร้างรัฐ และออกแบบโครงสร้างองค์กรปกครองท้องถิ่นให้เหมาะกับบริบทพื้นที่ เนื้อหาสำคัญ คือ “การกระจายอำนาจในรูปแบบ ชุมชน/ท้องถิ่น/จังหวัด จัดการตนเอง” หรืออาจจะเรียกชื่ออื่นๆ ที่ภาคประชาชนสามารถเข้าใจได้ ภารกิจปฏิรูปประเทศไทย มีเนื้อหาสองประการ คือ นวัตกรรมปรับปรุงกลไกองค์กร และ การสร้างขบวนการภาคประชาชน ในการเข้าร่วมภารกิจปฏิรูปประเทศไทย ภารกิจสองประการนี้จะต้องดำเนินการเป็นองค์รวมร่วมกันเพื่อให้เกิดความคืบหน้าความสำเร็จที่วัดผลได้

 ประเด็นข้อเสนอ ได้แก่ กำจัดการทุจริตคอรัปชั่น การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น การพัฒนาภาคใต้ การเสริมสร้างความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่ปกครองพิเศษเพื่อให้จังหวัดจัดการตนเอง

 ๓.๔ ข้อเสนอต่อนโยบายคุณภาพชีวิต

ยกระดับการพัฒนาสุขภาวะชุมชนท้องถิ่นสู่การจัดการตนเอง สร้างคุณภาพการศึกษาเพื่อชีวิต จัดให้มีกองทุนชุมชนท้องถิ่นและกองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อยกระดับสังคมไทยให้เป็นสังคมสวัสดิการตลอดชีพ

ประเด็นข้อเสนอ ได้แก่ สุขภาพ กองทุนชุมชนท้องถิ่นและกองทุนสวัสดิการชุมชน การศึกษา

 ๓.๕ ข้อเสนอต่อนโยบายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

ส่งเสริมการดูแล อนุรักษ์ จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงต้นทุนชีวิต สิทธิชุมชน ระบบนิเวศ เปิดโอกาสให้องค์กรชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และบริหารจัดการ บนหลักการมีส่วนร่วม “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตรวจสอบ ร่วมติดตามประเมินผล ร่วมรับประโยชน์”

 ประเด็นข้อเสนอ ได้แก่ ที่ดิน/ที่อยู่อาศัย การจัดการน้ำ/ลุ่มน้ำ/น้ำโขง การจัดการน้ำและลุ่มน้ำ ป่าไม้ เหมืองแร่ การจัดการภัยพิบัติ การจัดการทรัพยากรชายฝั่ง การจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ พลังงาน และมาตรการเร่งด่วนด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

        ๔) การศึกษาความเป็นไปได้ในการทบทวนและแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.๒๕๕๑ และพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการมือง พ.ศ.๒๕๕๑

จากการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนตลอดระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมา พบว่ายังมีปัญหา ข้อติดขัดเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายในบางประการ ที่อาจส่งผลต่อการขับเคลื่อนและการพัฒนาคุณภาพการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง สามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน และเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศได้อย่างแท้จริง

ในส่วนของสภาพัฒนาการเมือง พ.ร.บ.สภาพัฒนาการเมือง พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๔๑ บัญญัติว่าเมื่อครบกำหนดสามปี นับตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ให้สภาพัฒนาการเมือง พิจารณาทบทวนว่าสมควรยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัตินี้ ดังนั้น เพื่อเปิดโอกาสให้ขบวนองค์กรชุมชน ได้มีส่วนร่วมในการเสนอความเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่ควรเสนอเพื่อพิจารณาแก้ไข เพิ่มเติมใน พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๑ และ พ.ร.บ.สภาพัฒนาการเมือง พ.ศ.๒๕๕๑ โดยอาจจัดให้มีผู้แทนเข้าร่วมในการศึกษาประเด็นเพื่อทบทวน แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับ 

ข้อเสนอ ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาศึกษา ทบทวน แก้ไข เพิ่มเติม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.๒๕๕๑ และ พ.ร.บ.สภาพัฒนาการเมือง พ.ศ.๒๕๕๑ ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง หลัง พ.ร.บ.ทั้ง ๒ ฉบับมีผลบังคับใช้ครบ ๓ ปี

         ๕)      ทบทวนการดำเนินงานของที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล

ตามที่ ที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล ได้เห็นชอบให้มีกติกาที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล พ.ศ.๒๕๕๒ ว่าด้วย การดำเนินการของที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล พ.ศ.๒๕๕๒ และได้ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา

ตามกติกาในหมวดที่ ๓ ส่วนที่ ๑ ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการดำเนินการ โดยให้ที่ประชุมในระดับชาติ เลือกผู้แทนจำนวนไม่เกิน ๒๗ คน และผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน ๖ คน รวม ๓๓ คน เป็นกรรมการ นอกจากนี้ คณะกรรมการดำเนินการ ยังได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการประสานงานสภาองค์กรชุมชนประจำภูมิภาค ๕ ภาค เพื่อเป็นกลไกติดตาม ส่งเสริมการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชน

คณะกรรมการดำเนินการ ได้ดำเนินการตามบทบาทภารกิจที่ได้รับมอบหมาย นับตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๕๒ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ในการนี้ จึงเห็นควรเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาทบทวนกลไกการดำเนินงานของที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล  

ทั้งนี้การส่งเสริมการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๑ จนถึงปัจจุบัน (กันยายน ๒๕๕๔) มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลรวมทั้งสิ้น ๒,๖๗๗ แห่ง คิดเป็นร้อยละ ๓๓.๖ ของจำนวนตำบล/ เทศบาล/ เขตทั่วประเทศ

สรุปย่อจากข้อมูลจากเวป พอช. 18 ก.ย.54