ความรู้เกี่ยวกับบัญชี

 

 

            การบัญชี หมายถึง การจดบันทึกรายการค้าต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการรับ – จ่ายเงิน สิ่งของ และสิทธิที่มีมูลค่าเป็นเงินไว้ในสมุดบัญชีอย่างสม่ำเสมอ เป็นระเบียบถูกต้องตามหลักการ และสามารถแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของกิจการในระยะเวลาหนึ่งได้

          ประโยชน์ของการบัญชี คือ

           1. ช่วยให้เจ้าของกิจการสามารถควบคุมกิจการได้อย่างใกล้ชิด และเมื่อมีข้อบกพร่องสามารถแก้ไขได้ทันที

          2. ทำให้ทราบผลการดำเนินกิจการ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งว่ากิจการมีผลกำไร หรือขาดทุนเป็นเงินเท่าใด

          3. ทำให้ทราบฐานะการเงินของกิจการ ณ วันใดวันหนึ่งว่ามีสินทรัพย์ หนี้สิน และทุน เป็นจำนวนเงินเท่าใด

          4. ช่วยในการวางแผนการดำเนินงาน และควบคุมกิจการให้ประสบความสำเร็จ

          5. ช่วยในการตรวจสอบหาข้อผิดพลาดในการดำเนินงาน

          สินทรัพย์ หมายถึง สิ่งที่มีมูลค่าเป็นตัวเงิน ซึ่งมีบุคคลหรือกิจการเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิครอบครองโดยถูกต้องตามกฎหมาย

   

          หนี้สิน หมายถึง จำนวนเงินที่บุคคลหรือกิจการเป็นหนี้บุคคลภายนอก

          ส่วนของเจ้าของ หมายถึง ความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์ของกิจการ

 งบการเงิน หมายถึง รายงานที่แสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของกิจการค้าในระยะเวลาหนึ่ง ณ วันสิ้นงวดบัญชี ซึ่งมักจะเป็นระยะเวลา 1 ปี หรือในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชี เช่น งวด 3 เดือน งวด 6 เดือน เป็นต้น

          งบกำไรขาดทุน หมายถึง เป็นงบที่แสดงผลการดำเนินงานของกิจการค้าว่ามีกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิเท่าใด

          งบดุล หมายถึง รายงานที่จัดทำขึ้น เพื่อแสดงให้ทราบถึงฐานะการเงินของบุคคลหรือ กิจการค้า ณ วันใดวันหนึ่งว่ามีสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของเป็นจำนวนเงินเท่าใด

          วิธีการจัดทำงบกำไรขาดทุน ( แบบบัญชี )

             1. ส่วนหัวบรรทัดแรก เขียนชื่อ กิจการ บรรทัดที่ 2 เขียนว่างบกำไรขาดทุน บรรทัดที่ 3 เขียนว่า สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี

             2. แบ่งรายการค่าใช้จ่ายไว้ด้านซ้าย รายได้ไว้ด้านขวา

             3. หาผลต่างระหว่างยอดรวมรายได้และยอดรวมค่าใช้จ่าย ถ้ายอดรวมรายได้มากกว่า ค่าใช้จ่าย ผลต่างก็คือ กำไรสุทธิ ให้เอายอดกำไรสุทธิมาเขียนไว้ด้านซ้าย รวมยอดด้านซ้ายจะเท่ากับด้านขวา และถ้ายอดรวมค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้ ผลต่างก็คือขาดทุนสุทธิ ให้เอายอดขาดทุนสุทธิมาเขียนไว้ด้านขวา รวมยอดด้านซ้ายจะเท่ากับด้านขวา

ตัวอย่าง งบกำไรขาดทุนแบบบัญชี

สมศักดิ์บาร์เบอร์
งบกำไรขาดทุน
สำหรับรอบระยะเวลา 1 ปี สิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2546

เงินเดือนและค่าจ้าง

32,000

-

รายได้ค่าบริการตัดผม

68,700

 


ค่าเช่า

12,000

-

รายได้อื่น ๆ

1,900

 


ค่าโฆษณา

1,500

-

 


 


 


ค่าสาธารณูปโภค

1,250

-

 


 


 


ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด

950

-

 


 


 


กำไรสุทธิ

22,900

-

 


 


 


 


70,600

-

 


70,600

-

          วิธีการจัดทำงบกำไรขาดทุน ( แบบรายงาน )

             1. ส่วนหัว เหมือนกับแบบบัญชี

             2. เขียนคำว่า รายได้ แล้วนำบัญชีหมวดรายได้มาลงรายการ แล้วรวมเงิน

             3. เขียนคำว่า ค่าใช้จ่าย แล้วนำบัญชีหมวดค่าใช้จ่ายมาลงรายการ แล้วรวมเงิน

             4. หาผลต่างระหว่างยอดรวมหมวดรายได้ และหมวดค่าใช้จ่าย ถ้ายอดรวมรายได้มากกว่ายอดรวมค่าใช้จ่าย ผลต่างก็คือ กำไรสุทธิ ถ้ายอดรวมค่าใช้จ่ายมากกว่ายอดรวมรายได้ ผลต่างก็คือขาดทุนสุทธิ

 

ตัวอย่าง งบกำไรขาดทุนแบบรายงาน

สมศักดิ์บาร์เบอร์
งบกำไรขาดทุน
สำหรับรอบระยะเวลา 1 ปี สิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2546

รายได้ :

 


 


 


 


รายได้ค่าบริการตัดผม

68,700

 


 


รายได้อื่น ๆ

 1,900

70,600

ค่าใช้จ่าย :

 


 


 


เงินเดือนและค่าจ้าง

32,000

 


 


ค่าเช่า

12,000

 


 


ค่าโฆษณา

1,500

 


 


ค่าสาธารณูปโภค

1,250

 


 


ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด

950

47,700

กำไรสุทธิ

 


22,900

 

          วิธีการจัดทำงบดุล ( แบบบัญชี )

             1. ส่วนหัวบรรทัดแรก เขียนชื่อกิจการ บรรทัดที่ 2 เขียนว่า งบดุล บรรทัดที่ 3 เขียนวันเดือนปี ที่งบดุลแสดง

             2. แบ่งรายการสินทรัพย์ไว้ด้านซ้าย หนี้สินและส่วนของเจ้าของไว้ด้านขวา

             3. ยอดรวมด้านสินทรัพย์ จะต้องเท่ากับยอดรวมด้านหนี้สินและส่วนของเจ้าของ

          วิธีการจัดทำงบดุล ( แบบรายงาน )

             1. ส่วนหัวเหมือนกับแบบบัญชี

             2. เขียนคำว่า สินทรัพย์ แล้วนำบัญชีหมวดสินทรัพย์มาลงรายการ

             3. เขียนคำว่า หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ แล้วนำบัญชีหมวดหนี้สินมาลงรายการ แล้วรวมหนี้สิน ต่อจากนั้นนำบัญชีหมวดส่วนของเจ้าของมาลงรายการแล้วรวมยอดส่วนของเจ้าของ จากนั้นให้รวมยอดหนี้สินและส่วนของเจ้าของทั้งหมด ซึ่งจะเท่ากับยอดรวมของสินทรัพย์

          ประโยชน์ของงบการเงิน

             1. เป็นหลักฐานในการบันทึกรายการเปิดบัญชี เมื่อเริ่มรอบระยะเวลาบัญชีใหม่

             2. แสดงให้ทราบผลการดำเนินงานของกิจการว่ามีกำไรสุทธิ หรือขาดทุนสุทธิเป็นจำนวนเงินเท่าใด

             3. แสดงให้ทราบฐานะการเงินของกิจการ ณ วันใดวันหนึ่ง ว่ามีสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ เป็นจำนวนเงินเท่าใด

             4. ใช้เป็นเอกสารรายงานต่อทางราชการตามที่กฎหมายกำหนด

             5. ใช้เป็นเอกสารประกอบการกู้ยืมจากสถาบันการเงินได้