พอมีประสบการณ์ได้ระยะหนึ่ง      สคส. เราพบว่าหน่วยงานที่ตั้งอกตั้งใจทำ KM แบบสุดสุด กลับทำ KM ไม่ถึงไหน     คล้ายๆ กับโดนรูปแบบ KM มันตรึงเอาไว้    เดินไม่ออก     ติดรูปแบบ ว่างั้นเถอะ

         ทำ KM ไม่มีพลัง  เพราะยึดมั่นถือมั่นในรูปแบบ KM

         เมื่อ พศ. ๒๕๐๓ ท่านพุทธทาสมาปาฐกถาที่จุฬา ว่าคนเข้าไม่ถึงธรรมะ  เพราะยึดติดพระพุทธเจ้า     เป็นที่ฮือฮากันทั่วเมืองไทย      แต่จริงๆ แล้วนี่คือสัจจธรรมนะครับ     เรายึดมั่นถือมั่นสิ่งใด หรือคนใด  เราจะเข้าไม่ถึงสิ่งนั้น หรือคนนั้น     ย้ำคำว่า "เข้าถึง" ว่าเป็นการเข้าถึงในมิติที่ลึกนะครับ

         ไม่ว่าทำอะไร  เราตกอยู่ในภพภูมิของความผิวเผินกันทั้งโลก    มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่คน แล้วแต่กรณี (ตัวผมก็ไม่เว้น)     สาเหตุของความผิวเผิน มีมากมาย     สาเหตุหนึ่งคือยึดมั่นในรูปแบบมากเกินไป

         ในประสบการณ์ของเรา     หน่วยงานที่ทำ KM ได้ผลดีมาก มักทำแบบ "หกคะเมนตีลังกา"     คือไม่ยึดติดรูปแบบมากเกินไป

         รูปแบบการจัด Workshop KM โดยทั่วไปเราเริ่มจากเรื่องเล่า     สกัด KA จากเรื่องเล่า     เอา KA มาสังเคราะห์เป็น Core Competence (ในการทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง)     แต่บางหน่วยงานเขาเก่ง     ทีมแกนนำเขากำหนด Core Competence ของการทำงานหลักของหน่วยงานไว้เลย      แล้วจัดเวทีให้คนมาเล่าเรื่องความสำเร็จตามแต่ละ Competence     วิธีนี้ทำให้ KM แนบแน่นเข้าไปในงานประจำทันที โดยไม่ต้องเอ่ยเรื่อง "KM ต้องเนียนอยู่ในเนื้องาน" เลย

        ใครมีประสบการณ์ทำ KM แบบหกคะเมนตีลังกา      โปรดนำมา ลปรร. ด้วยครับ

วิจารณ์ พานิช
๙ สค. ๔๙