ใช้ชีวิตอยู่อย่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่ทำร้ายกัน ไม่ทำร้ายธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะรักษาเรา
เช้าวันนี้อากาศและธรรมชาติรอบตัวสดชื่น ท้องฟ้าสดใส หลังจากที่ฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลา ๔ วันเต็มๆ ยามเย็นเดินทางกลับบ้านเปียกปอนทุกวัน  ทำภารกิจส่วนตัวโดยใช้เวลาไม่นานนัก จึงเข้าไปที่ห้องพระ ยืนสูดอากาศบริสุทธิ์ สดชื่นรอบตัวสักเล็กน้อย ก่อนสวดมนต์ เพื่อน้อมระลึกถึงบูรพาจารย์ แผ่ส่วนบุญให้กับบรรพชนและสรรพชีวิต ถ้าพอมีเวลาอาจจะออกกำลังกายบ้างเล็กน้อยโดยใช้มือทั้ง๒ ข้าง เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียนได้สะดวก สูดอากาศเข้าปอดลึกๆ กำหนดลมหายใจเข้า หายใจออก ทบทวนดูจิตใจของตัวเอง ก่อนที่จะไปทำภารกิจต่างๆต่อ  กินข้าวเช้าเสร็จแล้ว ขับรถเลยไปที่วัดแก้วพิจิตรไปดูสภาพน้ำ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

                            บรรยากาศยามเช้าในตัวเมือง ด้านหน้าจะเห็นทิวเขาใหญ่

                                ปีนี้น้ำมาก ปริ่มตลิ่ง บ้านหลังน้อยมองเห็นแต่หลังคา

แม้น้ำจะมากเพียงใด ต้นไม้ต้นนี้ยังคงยืนหยัดต้านกระแสลมและน้ำ เมื่อถึงเวลาก็ออกดอกออกผล ให้นกกาได้อาศัย

โบสถ์วัดแก้วพิจิตร ด้านนอกกำแพงโบสถ์ น้ำเจิ่งนอง น้ำขึ้นเดี๋ยวก็ลดลง เงาที่ทอดลงไปบนพื้นน้ำ เป็นความงามอีกมิติหนึ่ง

น้องหมาภายในวัดแก้วพิจิตร ปีนี้น้ำขึ้นมามาก ต่างก็ต้องปรับตัวเอง เดินลุยน้ำออกมาหาเพื่อนๆ
                     นกพิราบลงมาจิกกินอาหาร ทุกตัวอ้วนพี และโบยบินอย่างสดชื่น
ลูกปลาตะเพียนต้องปรับตัวปรับสภาพ ในฤดูน้ำหลาก ต่างว่ายวนทวนกระแสน้ำเพื่อความอยู่รอด
สรรพชีวิต ต่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ช่วยกันรักษาสมดุล และไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกันนะคะ...ขอบคุณธรรมชาติ  ดวงตะวันและจันทรา ที่ยังคงส่องแสงสว่างให้โลกใบนี้ สวัสดีค่ะ
เช้าวันเสาร์  วัดแก้วพิจิตร
๓  กันยา ๕๔