หลังจากที่ปล่อยให้ร่างกายสบายไปพักใหญ่ๆ ก็ถึงเวลาแดดร่มลมตกพอดี พระอาทิตย์ยามเย็นเริ่มอ่อนแสง ก็ได้เวลาที่ข้าพเจ้าออกเก็บภาพความประทับใจ ณ ที่แห่งนี้ซะที “เมืองปาย”  สถานที่แรกที่ใครมาถึงเป็นต้องแวะกันทุกคนคงจะไม่พ้น “สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย” ซึ่งเป็นด่านแรกที่คุณจะเจอก่อนถึงเมืองปายสะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยโลกครั้งที่สองโดยกองทัพทหารญี่ปุ่นเพื่อใช้ข้ามแม่น้ำปายและลำเลียงเสบียงและอาวุธเข้าไปยังประเทศพม่าหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองยุติลงอำเภอปายจึงกลับสู่ความสงบอีกโดยหลงเหลือไว้เพียงสะพานแห่งนี้สะพานประวัติศาสตร์” เมื่อข้าพเจ้าได้ขึ้นไปยืนอยู่บน สะพานแห่งนี้ก็รู้สึกได้เลยว่า มันเป็นตำนานจริงๆ อีกทั้งสายลมยามเย็นบนสะพานแห่งนี้ก็ทำให้ชื่นใจจนไม่อยากกลับเลย มองออกไปก็เห็นวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำปายที่เป็นธรรมชาติสุดๆ

แวะถ่ายรูปกัน       


     
       หลังจากเก็บภาพที่นี่เรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าก็ไปลัดเลาะเก็บภาพต่อที่”ร้านสะพานท่าปาย” ถ้าใครเห็นคงต้องบอกว่าสุดยอดมาก เพราะบรรยากาศที่ร้านได้กลิ่นไอแบบคันทรีๆ บวกกับการตกแต่งร้านที่สวยแบบไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ข้าพเจ้าก็ได้นำรูปมาฝากเพื่อนๆได้ชมกันด้วย

          

          

       จากนั้นก็ไปต่อซึ่งสถานที่ต่อไปที่จะพาไปเที่ยวนั้นหลายคนคงเคยเห็นในทีวีกันบ้างแล้ว และข้าพเจ้าก็เชื่อว่าใครที่เห็นต้องอยากมาเป็นที่สุด “COFFEE IN LOVE” นั่นเอง ที่ตรงนี้พลาดไม่ได้เลย ถ้าใครมาแล้วไม่ได้ถ่ายรูปคงต้องบอกว่ามาไม่ถึงปายแน่นอน จุดชมวิวตรงนี้ขอบอกเลยว่าอย่างกับ “สวิตเซอร์แลนด์” วิวสวยๆ กับบ้านหลังสีเหลือง(ซึ่งเป็นบ้านของเจ้าของร้านกาแฟ COFFEE IN LOVE )ที่เด่นตัดกับต้นไม้สีเขียวกับดอกไม้หลากสีสัน ทำให้ใครต่อใครที่ผ่านไปมาต้องแวะลงมาจนได้ และที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวอีกอันเห็นจะไม่พ้นหลักกิโลอันใหญ่ที่สูงกว่าตัวข้าพเจ้าเสียอีก ตรงนี้ก็ทำเอาเมมโมรี่กล้องลดพื้นที่ในการจัดเก็บรูปลงไปอีกเยอะเลย