ผมสังเกตว่า ความสุขที่เกิดจาก เอ็นดอร์ฟิน ที่เชื่อมโยงกับการทำเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นหรือประโยชน์ของสังคมนี้ ต้องมีการฝึกทักษะด้วย ให้เป็นคนที่มีผัสสะละเอียดอ่อน จึงจะรับรู้ผลของ เอ็นดอร์ฟินได้ดี เนื่องจากการหลั่ง เอ็นดอร์ฟิน นั้น ไม่มากมายเหมือนได้รับจากการสูบฝิ่นหรือฉีดมอร์ฟีนหรือกินโคเดอีน ทักษะที่ว่านี้ คือทักษะของการมีจิตละเอียดอ่อน รับรู้ความรู้สึกด้านดีจากการทำดี ในลักษณะของ “การทำประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน” ได้

ชีวิตที่พอเพียง  : 1323. ชีวิตนักกินฝิ่นในตน

ฝิ่นในตนคือ เอ็นดอร์ฟิน (endorphin) ครับ  ที่จริงคนเราทุกคน “กินฝิ่น” อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน   แต่ได้รับในระดับที่น้อย และไม่ต่อเนื่อง   ผมมีวิธีกระตุ้นให้มันหลั่งต่อเนื่อง ๒๔ ชั่วโมงโดยการออกกำลัง (วิ่งเหยาะ) แทบทุกวัน  ในลักษณะ “เสพติด”

วันที่ ๕ ส.ค. ๕๔ บ่าย ผมไป “ฉีด เอ็นดอร์ฟิน” ให้ตัวเอง   โดยการไปร่วมแถลงข่าวผู้ได้รับพระราชทานทุนเยาวชน มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ที่หอสมุดศิริราช ชั้น ๔ ซึ่งเป็น inspiration zone   คือชั้น ๔ ทั้งชั้นเป็นพื้นที่เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนก  มีหนังสือ เอกสาร สมุดบันทึก ลายพระหัตถ์ รวมทั้งภาพวาดฝีพระหัตถ์ ของสมเด็จพระบรมราชชนก มาจัดแสดง   ผู้มาชมจะเกิด “แรงบันดาลใจ” ที่จะใช้ชีวิตในการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น

การแถลงข่าวในวันนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจที่จะทำประโยชน์แก่ผู้อื่นให้แก่คนหลายกลุ่ม  ทั้งตัวนักศึกษาแพทย์ ๕ คนที่ได้รับคัดเลือกเข้ารับพระราชทานทุน   กรรมการคัดเลือก  กรรมการดำเนินงาน  และผู้เกี่ยวข้อง   บรรยากาศศักดิ์สิทธิ์จริงๆ

เช้าวันที่ ๔ ส.ค. ๕๔ ผมออกจากการประชุมที่ สกอ. ไปที่โรงแรมสยามซิติ เพื่อร่วมงานแถลงข่าวผู้ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น และรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่   เพื่อไปกินเอ็นดอร์ฟินอีกเหมือนกัน   เป็นการกินเอ็นดอร์ฟินจากการทำประโยชน์แก่ผู้อื่น โดยไม่หวังผลตอบแทนแก่ตนเอง

ที่จริงผมก็หวังผลตอบแทนเหมือนกัน   แต่เป็นผลตอบแทนแก่สังคม แก่บ้านเมือง ไม่ใช่แก่ตัวผมเอง

ตอนก่อนบ่ายวันที่ ๕ ที่ชั้น ๔ ของหอสมุดศิริราช   เรามีเวลาดื่มกาแฟและคุยกันในหมู่กรรมการคัดเลือก   ที่มาร่วม AAR การทำงานคัดเลือก และสร้างความรู้สำหรับนำไปใช้ปรับปรุงวิธีการคัดเลือกให้ดียิ่งขึ้นไปอีก   ผมเรียนน้องๆ ว่า อีกประมาณ ๑๐ ปี งานนี้จะเห็นผล   โดยกรรมการที่เป็นรุ่นน้องๆ จะได้ชื่นชมผลที่เกิดแก่สังคม   แต่ รศ. นพ. ชุมนุม พรหมขัดแก้ว (๗๔) กับผม (๖๙) อาจไม่ได้เห็น   อ. หมอชุมนุมบอกว่า ท่านคิดว่าจะอยู่อีกไม่เกิน ๕ ปี   นี่ก็เป็นการคุยกันด้วย เอ็นดอร์ฟิน เจือมรณานุสติ

ผมสังเกตว่า ความสุขที่เกิดจาก เอ็นดอร์ฟิน ที่เชื่อมโยงกับการทำเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นหรือประโยชน์ของสังคมนี้ ต้องมีการฝึกทักษะด้วย   ให้เป็นคนที่มีผัสสะละเอียดอ่อน  จึงจะรับรู้ผลของ เอ็นดอร์ฟินได้ดี   เนื่องจากการหลั่ง เอ็นดอร์ฟิน นั้น ไม่มากมายเหมือนได้รับจากการสูบฝิ่นหรือฉีดมอร์ฟีนหรือกินโคเดอีน

ทักษะที่ว่านี้ คือทักษะของการมีจิตละเอียดอ่อน   รับรู้ความรู้สึกด้านดีจากการทำดี ในลักษณะของ “การทำประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน” ได้ 

ในการพูดคุยตอนบ่ายวันที่ ๕ ส.ค. ที่หอสมุดศิริราช ผมสังเกตว่ากรรมการคัดเลือกทุกคนมีสีหน้าแช่มชื่น มีความสุข   ซึ่งผมตีความว่า ท่านมีความสุขเพราะได้มีส่วนร่วมกันทำงานคัดเลือกนักศึกษาแพทย์ที่เป็นคนดีและคนเก่งมารับพระราชทานทุน สำหรับไปเรียนรู้วิทยาการเพื่ออุทิศตนทำประโยชน์ให้แก่ประเทศ  กรรมการเหล่านี้เกือบทั้งหมดมาจากคณะแพทยศาสตร์ที่ศิษย์ของตนไม่ได้รับทุนนี้   เพราะปีนี้ผู้ได้รับพระราชทานทุน ๕ คน มาจาก ๒ โรงเรียนแพทย์เท่านั้น คือจุฬา กับศิริราช   แต่ท่านเหล่านี้ก็มีความสุขความพอใจ   เพราะท่านไม่ได้มาทำงานเพื่อดึงผลประโยชน์ให้แก่โรงเรียนแพทย์ของท่าน   ท่านมาทำงานให้แก่ประเทศไทย เพื่อร่วมกันดำเนินการคัดเลือกให้ได้ผู้รับพระราชทานทุนที่เหมาะสมที่สุด

ในสังคมโดยทั่วไป ความสุขละเอียดแบบนี้เกิดยาก   เพราะเรามักตั้งอยู่ในมิจฉาทิฐิ   คือมุ่งทำงานเพื่อผลประโยชน์ตนหรือพวกพ้อง   จิตจึงเศร้าหมองไปส่วนหนึ่งแล้ว   ยากที่เอ็นดอร์ฟินจะหลั่ง   เมื่อรวมกับสภาพที่ผู้คนทั่วไปฝึกฝนจิตใจมุ่งสนองกิเลส   จิตใจจึงหยาบกร้าน ไม่แจ่มใสพอที่จะรับรู้ผลของ เอ็นดอร์ฟิน ได้

วิจารณ์ พานิช

๗ ส.ค. ๕๔