กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอ ครม. เพื่อปรับรายได้บุคลากรภาครัฐ วุฒิปริญญาตรีขั้นต่ำต้องรับ 15,000 บาท พร้อมทั้ง พิจารณาให้ปรับกลุ่มที่ต่ำกว่าปริญญาตรีด้วย
นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า
เกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลเรื่องการ
ปรับรายได้ให้แก่บุคลากรภาครัฐ
โดยเฉพาะที่ผู้จบปริญญาตรีเมื่อเข้ามาทำงานในระบบราชการควรมีรายได้ขั้นต่ำอย่างน้อย
15,000 บาทต่อเดือน ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกรมบัญชีกลาง
จึงได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางไปศึกษาพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ
เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล และนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
นายวิรุฬ กล่าวว่า โดยหลักเกณฑ์ทั่ว ๆ ไป
ที่กรมบัญชีกลางได้เสนอมาก็จะเป็นการกำหนดกลุ่มบุคลากรภาครัฐ
ที่จะได้รับการปรับเงินเพิ่มในครั้งนี้ซึ่งอยู่ในอำนาจการพิจารณาของกระทรวงการคลัง
และอัตราเงินเพิ่มที่จะได้รับตามเงื่อนไขต่าง ๆ ของแต่ละกลุ่มฯ
โดยแนวทางจะดำเนินการจ่ายเป็นเงินช่วยค่าครองชีพ (พ.ช.ค.)
ซึ่งจะสามารถดำเนินการ
ได้ทันทีตามอำนาจของกระทรวงการคลัง โดยการแก้ไขระเบียบกระทรวงการคลัง
โดยกลุ่มบุคลากรภาครัฐที่จะพิจารณาปรับเพิ่มรายได้ครั้งนี้จะครอบคลุม
5 กลุ่ม คือ ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ
ลูกจ้างชั่วคราวที่จ้างจากเงินงบประมาณ พนักงานราชการ
และทหารกองประจำการ
ที่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของกระทรวงการคลังโดยการแก้ไขระเบียบกระทรวงการคลัง
และตามฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐจากระบบการเบิกจ่ายเงินเดือนค่าจ้างที่กรมบัญชีกลางกำกับดูแลอยู่นั้น
ปัจจุบันมีบุคลากรภาครัฐที่มีเงินเดือนและค่าจ้างต่ำกว่า 15,000
บาทต่อเดือน จำนวน 649,323 คน แบ่งเป็นตำแหน่งที่ใช้วุฒิปริญญาตรี
ขึ้นไป จำนวน 346,365 คน
ต่ำกว่าปริญญาตรีโดยรวมถึงทหารกองประจำการจำนวน 302,958 ราย
โดยผู้ที่วุฒิปริญญาตรีขึ้นไปจะได้รับเงิน พ.ช.ค.
เพิ่มรวมเงินเดือนเป็น 15,000 บาท
สำหรับผู้ที่วุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี
ยังคงได้รับเงิน พ.ช.ค. 1,500 บาท เช่นเดิม
โดยจะขยายเพดานอัตราเงินที่ได้รับเพิ่มขึ้นด้วย
นอกจากนี้กลุ่มที่ได้รับเงินเดือนค่าจ้างและทหารกองประจำการที่ได้รับเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงประจำ
ไม่ถึง 9,000 บาท ก็จะได้รับเงิน พ.ช.ค. เพิ่มรวมกันให้ได้รับเป็น
9,000 บาท ด้วย โดยจะใช้เงินงบประมาณประมาณปีละ 24,533 ล้านบาท
ซึ่งได้มีการศึกษาผลกระทบด้านต่าง ๆ แล้วไม่เป็นปัญหา
“การปรับรายได้ดังกล่าวกระทรวงการคลังได้เสนอแนวทางโดยสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลเพื่อให้บุคลากรภาครัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นและเหมาะสมกับภาวะค่าครองชีพและเป็นการช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจดียิ่งขึ้น
โดยคาดว่าจะเริ่มใช้ในเดือนมกราคม 2555
เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่บุคลากรภาครัฐ สำหรับกลุ่มอื่น ๆ
ได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลาง
ไปศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อไป” นายวิรุฬกล่าว
อยากสอบถามเกี่ยวกับการช่วยค่าครองชีพในหมวด ลูกจ้างชั่วคราวนอกงบกับในงบ ซึ่งถ้าใช้จริงจะทำให้ลูกจ้าง 2 กลุ่มนี้มีความแตกต่า่งอย่างชัดเจน คือ ลูกจ้างชั่วคราวที่บรรจุในตำแหน่งเดียวกัน บรรจุพร้อมกัน เพียงแต่เม็ดเงินในการจ่ายต่างกัน จะมีสัดส่วนในการจ่ายต่างกันคือ
ลูกจ้างชั่วคราวในงบประมาณ แรกบรรจุ 7940 บาท + ค่าครองชีพ 7060 เป็นเงินรวม 15000
ลูกจ้างชั่วคราวนอกงบประมาณ (เงินบำรุง) หรืองบประมาณอย่างอื่นที่ไม่ใช่เงินในงบ แรกบรรจุ 7940 + 0 = 7940 บาท ทำให้เกิดความแตกต่างกันมาก ไม่ทราบว่ามีแนวทางในการดำเนินการอย่างไร ช่วยตอบทาง mail. ด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง
ตอบ คุณ SINE
เงินช่วยค่าครองชีพ เป็นเงินที่จ่ายให้เพื่อบรรเทาความเดือนร้อน เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น นโยบายรัฐบาล เรื่องการปรับรายได้ให้แก่บุคลากรภาครัฐ โดยเฉพาะผู้ที่จบปริญญาตรีเมื่อเข้ามาทำงานในระบบราชการควร มีรายได้ขั้นต่ำอย่างน้อย 15,000 บาทต่อเดือน นั้น เนื่องจากการปรับเงินเพิ่มบุคลากรภาครัฐอยู่ในอำนาจการพิจารณาของกระทรวงการคลัง โดยแนวทางจะดำเนินการจ่ายเป็นเงินช่วยค่าครองชีพ (พ.ช.ค.) ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้ทันทีตามอำนาจของกระทรวงการคลัง โดยการแก้ไขระเบียบกระทรวงการคลัง สำหรับลูกจ้างชั่วคราวที่จ้างจากเงินนอกงบประมาณเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในของหน่วยงานที่มีเงินนอกงบประมาณ ถ้ากระทรวงการคลังไปสั่งให้ดำเนินการจะเป็นการก้าวก่ายการบริหาร แต่ถ้ามติคณะรัฐมนตรีสั่งให้หน่วยงานที่มีลูกจ้างที่จ้างจากเงินนอกงบประมาณต้องปฏิบัติตามนโยบายนี้ หน่วยงานนั้นจะเป็นผู้กำหนดแนวทางการดำเนินการช่วยเหลือต่อไป
อยากสอบถามเกี่ยวกับผู้ที่จบ ป.โท ซึ่งในปัจจุบันได้รับเป็นเงินเพิ่มตามวุฒิ (มิได้รับการปรับให้เป็นเงินเดือนรวมกับเงินเดือนที่เคยได้รับปกติก่อนนำ ป.โท มาขอปรับเพิ่ม) นั้น ไม่ทราบว่ามีแนวทางในการให้ 15,000 บาท อย่างไร หากเมื่อเงินเดือนเมื่อรวมกับเงินปรับเพิ่มตามวุฒิ ป.โท แล้ว ยังไม่ถึง 15,000 บาท ไม่ทราบว่ามีแนวทางในการดำเนินการอย่างไร ช่วยตอบทาง mail. ด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง
ตอบ คุณ ศิริวรรณ
ครม. มีมติเมื่อวันที่ 20 กย. ให้ ขรก. ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวจากเงินงบประมาณและทหารกองประจำการ ที่บรรจุหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่กำหนดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งต้องใช้ผู้สำเร็จวุฒิ ป.ตรี ขึ้นไป ที่มีอัตราเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 15,000 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มช่วยค่าครองชีพจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อรวมกับเงินเดือนหรือค่าจ้างแล้ว ต้องไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท
แต่ให้กระทรวงการคลังกลับไปพิจารณาเพิ่มเติม เพื่อหามาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งกำหนดมาตรการเสริมและแนะทางในการดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน
อยากสอบถามว่า
1.ได้สอบรับราชการโดยใช้วุฒิ ปวส. เรียนต่อจนได้วุฒิปริญญาตรีในภายหลัง อยากเรียนถามว่า ร่างกฏหมายฯที่จะเข้าประชุมในวันที่ 4 ตุลาคม 2554 นั้น ดิฉันมีสิทธิที่จะได้รับเงินเพิ่ม 15000 หรือไม่
2.ทำไมถึงไม่เพิ่มค่าครองชีพในอัตราที่เท่ากัน จะได้ไม่เหลื่อมล้ำกัน และเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เหมือนการแบ่งชนชั้นวรรณะ
3.ผู้ที่มีวุฒิปริญญาตรีที่ลดวุฒิมาสอบใน สายงานที่เริ่มจาก 1 หรือ 2 และ ผู้ที่สอบเข้ามาโดยวุฒิ ปวช. หรือ ปวส. แต่เรียนเพิ่มเติมในภายหลัง มีจำนวนไม่น้อยในระบบราชการขณะนี้ จะได้รับการพิจารณาให้ได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ เพราะในปัจจุบันมีวุฒิปริญยาตรี ก็ใช้ความรู้ในระดับปริญญาตรีปฏิบัติงาน แต่เพียงตอนที่สอบเข้ารับราชการ เค้าไม่ได้เปิดสอบ ระดับ 3 มีแต่ระดับ 1 กับ 2 แล้วสอบบรรจุได้ จะให้ทำอย่างไร
4.อยากให้นำคนกลุ่มนี้ไปพิจารณาด้วย เพราะขวัญและกำลังใจ เป็นสิ่งสำคัญในการปฏิบัติงาน ไม่ว่าวุฒิการศึกษาใด ก็เป็นฟันเฟืองเล็กๆที่ขับเคลื่อนระบบราชการให้เดินไปข้างหน้าเช่นกัน
5.โปรดพิจารณาคนที่จบ ป.ตรี แต่ใช้วุฒิที่ต่ำกว่า ป.ตรี สอบเข้ารับราชการ และปฏิบัติงานมานาน ให้ได้รับเงินเพิ่ม 15000 ด้วย เพราะถ้าให้ข้าราชการบรรจุใหม่ วุฒิ ป.ตรี ลูกจ้างประจำวุฒิ ป.ตรี พนักงานจ้างวุฒิ ป.ตรี ได้เงินเพิ่ม 15000 แล้วข้าราชการที่ใช้วุฒิ ปวช. ปวส. ที่ทำงานอยู่ ในปัจจุบันก็เงินเดือนน้อยกว่า 15000 แต่ เกิน 9000 บาท จะมีแนวทางพิจารณาอย่างไรให้เกิดความเท่าเทียมและเสมอภาคค่ะ
ขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบ แลขอความเมตตานำข้อมูลข้างต้นไปพิจารณาด้วยค่ะ
1. โปรดพิจารณาคนที่จบ ป.ตรี แต่ใช้วุฒิที่ต่ำกว่า ป.ตรี สอบเข้ารับราชการ และปฏิบัติงานมานาน ให้ได้รับเงินเพิ่ม 15000 ด้วย อยากให้นำคนกลุ่มนี้ไปพิจารณาด้วย เพราะขวัญและกำลังใจ เป็นสิ่งสำคัญในการปฏิบัติงาน เพราะตอนนี้ท้อนะ อุตส่าห์ร่ำเรียนมา ถ้าจะไม่ได้ 15000 ก็ขอให้โครงสร้าง เหมือนเดิมก็ได้
โปรดเห็นใจคนที่จบ ป.ตรี แต่ใช้วุฒิที่ต่ำกว่า ป.ตรี สอบเข้ารับราชการ กว่าจะจบ ป.ตรีมาได้ ต้องกู้หนี้ยืมสินเค้ามาเหมือนกัน โปรดพิจารณา อุตส่าไปร่ำเรียนมา.ตอนนี้ได้ยินข่าวแล้วหมดกำลังใจอ่ะ..ขวัญและกำลังใจต่ำมากๆ
ตอบ
ครม. มีมติเมื่อวันที่ 20 กย.
1. ให้ ขรก. ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวจากเงินงบประมาณและทหารกองประจำการ ที่บรรจุหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่กำหนดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งต้องใช้ผู้สำเร็จวุฒิ ป.ตรี ขึ้นไป ที่มีอัตราเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 15,000 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มช่วยค่าครองชีพจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อรวมกับเงินเดือนหรือค่าจ้างแล้ว ต้องไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท
2.กรณีที่สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ถ้าเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 9,000 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว (พชค) จำนวนหนึ่ง แต่เมื่อรวมกันแล้ว ต้องไม่เกิน 9,000 บาท
แต่ถ้าผู้ที่ใช้วุฒิต่ำกว่าปริญญาตรีและเคยได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว 1,500 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับเงินเดือนหรือค่าจ้างแล้ว ไม่เกิน 12,285 บาทก็ให้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว 1,500 บาทต่อไป
**..รายรับไม่เท่ากัน..ทำงานเหมือนกัน..ซื้อของแพงราคาเดียวกัน....** ไม่ทราบว่ามีแนวทางในการดำเนินการอย่างไรให้เกิดความเป็นธรรม
จึงขอให้โปรดพิจารณาทบทวนด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ .... ปล.ลูกจ้างชั่วคราว (เงินรายได้ที่กรณีเดี่ยวกับกระผมยังมีจำนวนมากที่ต้องการความช่วยเหลือ อย่างน้อยเราก็ทำงานให้รัฐ ควรได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง)
ลูกจ้างชั่วคราวจากเงินงบประมาณ(เงินบำรุง)สังกัด กระทรวงสาธารณสุข (สถานีอนามัยจ.สมุทรสาคร) แต่กลับไม่ได้เงินตามโครงสร้างค่าจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณ(เงินบำรุง)แต่เดิมใช้วุฒิ ป.ตรี แต่ปรับลดลงมาเป็นปวส ได้เงินเดือน6800 บาททำงานมา 7ปีแล้ว ที่ทำงานเจ้าหน้าที่ทำงานแต่รักษาไม่ยอมทำงานอย่างอื่นเลย ไม่ยอมขึ้นเงินเดือนให้อ้างว่าเงินบำรุงไม่พอ อยากให้กระทรวงการคลังออกกฎมาช่วยเหลือบ้าง
ขนาดเงินย้อนหลัง5% นับจากเดือนเมษายน54 จนถึง เดือนตุลาคม 54 ก็ไม่ได้ อยากให้มาตรวจสอบดูแลกันบ้างพูดอะไรก็ไม่ได้ ขนาดค่าแรงขั้นตำที่รัฐบาลประกาศจะให้ยังมากกว่าเลย (ทำงานเยอะมาก งานทุกอย่างเว้นแต่การรักษาเท่านั้นทุกอย่างต้องทำหมด ถ้าไม่มีมาตการรองรับ ลูกจ้างชั่วคราวจากเงินงบประมาณ(เงินบำรุง)สังกัด กระทรวงสาธารณสุข ขอถอยดีกว่าให้เจ้าหน้าที่ (ราชการ) ทำงานเองเถอะค่ะ ไม่มีความยุทติธรรมกันเลย )
ผมสังกัด กระทรวงสาธารณสุข เหมือนกัน ทำงานวิทยาลัยพยบาล เงินย้อนหลัง5% นับจากเดือนเมษายน54 จนถึง เดือนตุลาคม 54 ก็ไม่ได้เหมือนกัน แต่พวกข้าราชการและอาจารย์ได้ทุกเม็ด กระทรวงสาธารณสุข ได้งบเยอะแต่รายได้ของลูกจ้างกลับอ้างว่าเงินบำรุงไม่พอ เพราะเอาไปจ่าย หมอ พยาบาล เงินเดือนเยอะมากแถมได้ค่าขึ้นเวณอีกปานเลย เงินเดือนเฉลี่ย 30000-50000บาท แต่ลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณ 8พันกว่าบาท พอจะได้ลืมตาอ้าปาก จาก เงินปริญญาตรี 15,000 บาท ก็กลับฝันสลาย เพราะว่าเรามันเป็น "ลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณ"
** จึงขอให้โปรดพิจารณาทบทวนด้วยจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ **
ตอบ คุณสมมุติ และคุณลูกจ้างชั่วคราวเงินรายได้
เงินนอกงบประมาณ เป็นเงินที่มีกฎหมายยกเว้น ว่า เมื่อส่วนราชการมีรายได้ไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลัง แต่ให้ไว้ใช้บริหารจัดการเพื่อเพิ่มเสริมภารกิจของหน่วยงานจากเงินงบประมาณปกติ กรณีปรับ 5% เมื่อ เม.ย. 54 กระทรวงการคลังได้มีหนังสือถึงส่วนราชการ ในการให้ความช่วยเหลือลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณ ตามหนังสือ ที่ กค 0428/ว.23 ลงวันที่ 25 มี.ค. 54 เรื่อง การปรับอัตราค่าจ้างลูกจ้างชั่วคราวเงินนอกงบประมาณ เห็นควรให้ลูกจ้างชั่วคราวจากเงินนอกงบประมาณ ปรับอัตราค่าจ้างเพิ่มขึ้นจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของตำแหน่งในอัตราร้อยละ 5 แต่ทั้งนี้ส่วนราชการจะต้องมีเงินนอกงบประมาณเพียงพอที่จะปรับได้ ดั้งนั้น หัวหน้าส่วนราชการเจ้าของเงินจะเป็นผู้พิจารณาจากฐานะการเงินของหน่วยงานในการปรับให้หรือไม่
ยากถามเกี่ยวกับเงินเพิ่มพิเศษค่ะ
กรณีลูกจ้างตามภารกิจ ได้รับเงินเดือน + ค่าครองชีพ 8,200 บาท (ได้รับเงินเดือน 6,270 บาท ค่าครองชีพ 1,930 บาท)เมื่อได้รับการประเมินผลการทำงานอยู่ในระดับ ดีเด่น ได้รับเงินเพิ่มพิเศษ 3% ของเงินเดือน
ในการคำนวนเงินได้อย่างไร
กรณีที่ 1 เงินเดือน + ค่าครองชีพ +เงินพิเศษ (6,270 + 1,930 + 190) = 8,390 บาท
กรณีที่ 2 เงินเดือน + (ค่าครองชีพ - เงินเพิ่มพิเศษ) (6,270 + (1,930 - 190) = 8,200 บาท
คือเอาเงินเพิ่มพิเศษไปลดค่าครองชีพลง(ค่าครองชีพจะเหลือ 1,740)แต่เมื่อรวมกับเงินเดือนแล้วก็ให้จ่าย 8,200 บาทเท่าเดิมไม่ทราบว่ากรณีใหนถูกค่ะ
ปัจจุบันได้รับแบบกรณีที่ 2 (การเงินบอกว่าค่าครองชีพเหลือมากกว่า 1,500 บาทจึงนำค่าตอบแทนพิเศษไปหักค่าครองชีพลงแต่เงินเดือนไม่เพิ่มยังคงเท่าเดิมและรวมแล้วก็ให้ไม่เกิน 8,200 บาท แต่ถ้าค่าครองชีพเหลือ 1,500 บาท ถึงจะบวกเพิ่มจากเงินที่ได้ 8,200 บาท เป็น 8,390 บาท ตามกรณีที่ 1) ช่วยตอบหน่อยนะค่ะยังคาใจมากๆอยากได้คำตอบที่ถูกต้องกรณีนี้ค่ะ (กรณีนี้ถามบุคลากรที่ทำงานบอกว่าให้ได้ตามกรณีที่ 1 แต่การเงินบอกให้ได้ตามกรณีที่ 2 )ตกลงใครถูกใครผิด?
ได้เห็นร่างระเบียบกระทรวงคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเพิ่มการครองชีพชั่คราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำแล้ว การดำเนินการตามนโยบายโดยให้กระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลางเป็นผู้ดำเนินการออกมาตรการ ระเบียบต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายและสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจนั้น ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งและเป็นปากเสียงแทนข้าราชการ ลูกจ้างที่หลายพันคนที่เข้าข่ายเหมือนกันก็คือถูกมองข้าม และละเลยไป นโยบายรัฐบาลประกาศผู้มีวุฒิ ป.ตรีจะได้ 15000 บาทขึ้น ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่จบวุฒิปริญญาโดยการเรียนไปทำงานไปจนจบซึ่งก็เป็นแบบนี้หลายพัน หลายหมื่นคน บรรจุครั้งแรกใช้วุฒิต่ำกว่าป.ตรี ปัจจุบันทำงาน 9 ปีอีก 3 เดือนก็จะครบ 10 ปีแล้วเงินเดือนยังไม่ถึง 15000 บาท รัฐบาลให้กระทรวงการคลังไปคิดว่าจะทำอย่างไรให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐ ตามร่างฯ ของกระทรวงการคลัง ก็คือผู้ที่ใช้วุฒิต่ำกว่าป.ตรี มีเงินไม่ถึงเดือนละหนึ่งหมื่นสองพันสองร้อยแปดสิบห้าบาทให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเดือนละหนึ่งพันห้าร้อยบาท แต่เมื่อรวมกับเงินเดือนหรือค่าจ้างแล้ว ต้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทสองพันสองร้อยแปดสิบห้าบาท แต่กระทรวงการคลังไม่ได้มีการกำหนดมาตรการหรือระเบียบให้อีกกรณีหนึ่งคือกรณีผู้ที่บรรจุต่ำกว่าวุฒิป.ตรีแต่ปัจจุบันได้ศึกษาเพิ่มเติมจนได้รับวุฒิป.ตรีแล้ว แล้วมีเงินเดือนเกิน 12,285 บาท แต่ไม่ถึง 15,000 บาท ข้าราชการ ลูกจ้างกลุ่มนี้จึงตกหล่นไปจากสารระบบของกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังในฐานะผู้คิดรูปแบบกำหนดมาตรการ ระเบียบขึ้นมา คิดกันไปไกลถึงจะช่วยเหลือคนที่มีวุฒิปริญญาตรีแล้ว เงินเดือนไม่ถึง 20000 บาท ก็อาจจะต้องให้ความช่วยเหลือ แต่มองข้ามคนบางกลุ่มที่สมควรจะได้รับการช่วยเหลือจากนโยบายนี้อย่างแท้จริง ถ้านับประสบการณ์ทำงานคนกลุ่มนี้อย่างน้อยต้องทำงานมาแล้ว 6- 10 ปี ขึ้นไป ความรู้ก็มีมากจบทั้งวุฒิ ม.6/ปวช., ปวส. ปริญญาตรี บางคนก็จบปริญญาโท แล้วด้วยซ้ำ คนกลุ่มนี้บวกกับประสบการณ์และความรู้แล้วน่าจะได้ค่าตอบแทนหรือเงินเดือนที่เท่าเทียบกับป.ตรีบรรจุ ใหม่ได้ ถ้ากระทรวงการคลังจะพิจารณาและมองให้ชัดเจนขึ้นก็จะสามารถตอบโจทย์นโยบายของรัฐได้ตรงจุดและเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นด้วย ไม่ใช่ลักลั่นกันอย่างนี้ กระโดดข้ามรุ่นไปเลยก็มีเช่น ป.ตรีด้วยกันทำงาน 3 ปี ได้รับเงินเดือนเท่ากับบรรจุใหม่ 15000 เหมือนกันอันนี้ยกตัวแค่กรณีเดียว ไม่อยากสาธายายตัวอย่างอื่นอีก เอาแค่กรณีนี้กรณีเดียว ถ้าดิฉันบรรจุวุฒิต่ำกว่าป.ตรีแล้วไม่ศึกษาจนจบป.ตรี ดิฉันก็คงยอมรับในมาตรการที่กระทรวงการคลังกำหนด แต่นี้มันไม่ใช่ซึ่งบางคนก็จบป.โทแล้วซ้ำ ส่วนดิฉันเองกำลังคิดว่าจะต่อป.โทรดีมั้ย ถ้าเรียนแล้วได้อะไร ในระบบราชการไทยมีอะไรเอื้ออำนวยให้คนเก่ง คนกระตือรื้อร้น คนดีมีที่อยู่บ้าง ณ วันนี้เราต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดกันบ้างแล้ว
ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือนวุฒิ ปวส.ก่อสร้างหน่วยวิเคราะห์และทดสอบวัสดุ
ของกรมทางหลวงชนบทจะได้ปรับหรือเปล่าครับตอนนี้ได้รับ7680บาทครับ
1. ป.ตรี พชค. จนถึง 15000
2. ต่ำกว่า ป.ตรี ไม่ถึง 9000 เพิ่ม พชค.ให้ถึง9000 คนที่เกิน 9000แล้ว ให้+เพิ่ม1500 แต่รวมกันแล้ว ต้องไม่เกิน 12,285( ค่อยๆเพิ่มนะอีกกี่ปีไม่รู้ )
ผมไม่รู้นะพวกท่านๆ เอาอะไรคิด คนหูหนวก ตาบอด คนปัญญาอ่อน ยังรู้เลยว่ามันไม่ยุติธรรม เลือกปฏิบัติและสร้างความเหลื่อมล้ำ ถ้ายังงั้น ท่านต้องยกร่างมาด้วยว่า วุฒิต่ำกว่า ป.ตรี ต้องมีค่าครองชีพต่ำกว่า ป.ตรี ป.ตรีซื้อได้ 10 บาท ต่ำกว่า ป.ตรี ต้องซื้อได้ 5 บาท เพราะคำว่า ถึง 15000 กับ 1500 ต่อไปมันต่างกันนะ ท่านจะมีแนวทางเยียวยา หรือ ทำให้เขาเหล่านั้นที่ วุฒิต่ำกว่า ป.ตรี มีความรู้สึกว่า ไม่มีความเท่าเทียมกันในสังคมได้อย่างไร
คนที่จบ ปวส. เรียนน้อยกว่าสองปี แต่เงินห่างกัน 5000 กว่าบาทเลยหรอครับ จากของเดิมห่างกันเพี่ยงพันกว่าบาท แล้วคนที่ทำงานสาย ปวส ที่ทำงานมา 7-8 ปีแล้วยังไม่ถึง 15000 บาทเลยครับ ระบบงานจะเดินต่อไปได้อย่างไร
เห็นแล้วตรงนี้ทุกคนมีปัญหาคลายกันคือความไม่เป็นธรรม นโยบายรัฐบาล ปริญญาตรีให้ได้รับเงินเดือน 15000 บาท แล้วให้กระทรวงการคลังไปคิดว่าจะทำอย่างไรให้เป็นไปตามนโยบาย กระทรวงการคลังก็คิดมาอย่างที่เห็น บรรจุป.ตรีเงินเดือนไม่ถึง15000 ปรับทันทีให้ได้15000ไม่สนว่าจะทำงานมากี่ปี บรรจุวุฒิต่ำกว่าป.ตรีถ้าเงินไม่9000ให้ได้รับ 9000 ไม่ว่าจะทำงานมากี่ปี ส่วนคนที่เงินเดือนมากกว่า 9000 ให้ได้รับค่าครองชีพเพ่ิม 15000 แต่ไม่เกิน 12285 บาท ไม่สนว่าจะทำงานกี่ปี คนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือคนที่ไม่รับความเป็นธรรมจากนโยบายฯ และมาตรการครั้งนี้คือกลุ่มที่บรรจุวุฒิต่ำกว่า ป.ตรีมีเงินเดือนเกิน 12285 บาท แต่ไม่ถึง 15000 เรียนเพิ่มเติมจบป.ตรี อายุการทำงานอย่างน้อย 6-10 ปี กระทรวงการคลังลืมคนเหล่านี้ไปหรือไร นโยบายรัฐเค้าคิดดีแล้ว คนนำนโยบายไปคิดต่อกลับคิดไม่ได้ เป็นถึงผู้บริหารระดมสมองกันหลายหน่วยงาน มันสมองของประเทศทั้งนั้นแต่คิดได้แค่นี้ เค้าคิดไกลกันไปถึงจะช่วยเหลือพวกที่มีวุฒิ ป.ตรีเงินเดือนเกิน 15000 แต่ไม่ถึง20000 จะต้องได้รับความช่วยเหลือ เฮ้อประเทศไทย ยังงี้เราต้องรวมตัวกันฟ้องศาลปกครองเยอะนะค่ะ ไม่ยุ่งยากเพียงแค่ทำหนังสือแล้วแจ้งชื่อจริงนามสกุลจริง ไม่ต้องไปขึ้นศาล จำเลยที่ 1 รัฐบาล ผู้คิดนโยบาย ฐานคิดนโยบายแล้วไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อนมีมติประกาศใช้ จำเลยที่ 2 กระทรวงการคลังผุู้คิดรูปแบบ มาตรการเพื่อตอบสนองนโยบาย ฐานคิดมาแล้วไม่เป็นธรรมทำให้มีบางคนเสียสิทธิ์ที่จะได้ ช่วย ๆ กันนะค่ะ เพราะเสียงสองเสียงอาจจะไม่มีประโยชน์เพราะเค้าไม่ได้ยิน เป็นคนหนึ่งที่ฟ้องศาลปกครองด้วย ตอนนี้ฉันได้เข้าไปร้องเรียนในเว็บไซน์ของกระทรวงการคลัง ลองเข้าไปในเว็ปนี้ก่อนก็ได้เข้าอาจจะมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาก็ได้ ไม่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันแต่ถ้ายังเงียบอยู่ก็ดำเนินการกันต่อไป
ปวส.
นั่น สิ ถ้าเอา 15000 เป็นฐาน ป.ตรี
ก็ต้องเอาฐานเิดิมของ ป.ตรีกับปวส.มาเทียบกัน
แล้วคิดให้ ปวส. ได้เหมือน ป.ตรี
ใช่ว่า ปวส.ไปซื้อของจะได้ถูกกว่า ป.ตรีซะเมื่อไหร่
ไม่รู้เอาอะไรคิด
คห.98 ป.ตรี 7900+ ปวส. 7100+
***งกัน ไม่กี่ร้อย
ถ้า ป.ตรี 15000 ปวส. ก็น่าจะ 14000+
จะเรียกว่ายุติธรรม ไม่งั้นมีประท้วงนะรอดู
เพิ่มให้ทุกระบบด้วย
[email protected]
พนักงานราชการ.ทำงานมา 12 ปี รับ 11,400 ลูกจ้างชั่วคราวจบ ป.ตรี มาทำงานได้ 5 วัน รับ 15000 นายกค่ะขอความกรุณาใช้สมองคิดให้ทั่วถึงกันหน่อยนะค่ะ ขอร้อง