ประการที่ 7 ปลูกความจริงใจ ในพระคัมภีร์กล่าวว่า " ....ท่านทั้งหลายได้ชำระจิตใจของท่านให้บริสุทธิ์แล้ว ด้วยการเชื่อฟังความจริง จนมีใจรักพวกพี่น้องอย่างจริงใจ ท่านทั้งหลายจงรักกันให้มากด้วยน้ำใสใจจริง " ( 1เปโตร บทที่ 1 ข้อ 22 ) คำว่าจริงใจ ในภาษากรีก ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้เขียนพระคัมภีร์ส่วนหนึ่งนั้น หมายถึง ปฏิมากรรมที่ "ไม่มีขี้ผึ้งผสมอยู่" ทั้งนี้ เพราะในสมัยนั้น รูปปั้นที่สวยงามและมีชื่อเสียงบางชิ้น เกิดชำรุดเป็นรอย ช่างจะเอาขี้ผึ้งมาอุดเสริมไว้ ลงสีทับ จนดูด้วยตาเปล่าไม่ออกเลย แต่เมื่อเอาปฏิมากรรมชิ้นนั้น ไปลนไฟ หรือผ่านความร้อน ขี้ผึ้งที่ปะติดไว้ ก็จะละลายเยิ้มออกมา ดังนั้น ผู้นำที่ดี ไม่ควรที่จะมี ขึ้นผึ้งแห่งการหลอกลวง เคลือบอยู่ในชีวิตของเขา ผู้นำที่หลอกลวงไม่จริงใจ ในที่สุดก็ไม่สามารถที่นำใครได้ เพราะไม่มีใครศรัทธา และติดตามต่อไป
ประการที่ 8 รังเกียจใครไม่เป็น "จงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อย่าใฝ่สูง แต่จงถ่อมใจลงยอมทำการต่ำ อย่าถือว่าตัวฉลาด" ( โรม บทที่ 12 ข้อ 16 ) พระเยซูคริสต์ ทรงเป็นตัวอย่างที่ดีในการคบหาสมาคมกับคนทุกประเภท ตั้งแต่ระดับกษัตริย์ นักการเมือง นักศาสนา คนเก็บภาษี ชาวประมง คนโรคเรื้อน คนบ้า แม้กระทั่ง โสเภณี พระเยซู ก็ไม่ได้รังเกียจใครเลย พระองค์รักและห่วงใย คอยช่วยเหลือ ทำให้ทุกคนเหล่านี้ยอมรับและติดตามพระองค์ ผู้นำที่ดีก็ควรจะเดินตาม โดยที่ไม่รังเกียจใครเลย ไม่ว่า จะเป็นเรื่องของชนชั้น ฐานะ ผิวสี ฯลฯ การที่ไม่รังเกียจ แสดงว่า เรามีความรักให้ แต่ไม่ได้หมายความว่า เราเห็นด้วยกับคนนั้นทุกอย่าง ไม่รังเกียจ แสดงว่า พร้อมที่จะเข้าไปคบหา เข้าไปพูดคุย เข้าไปเป็นเพื่อนแม้จะไม่ชอบในหลายอย่างของบุคคลคนนั้นก็ตาม