พระพุทธภาษิตปุปฺผานิ เหว ปจินนฺตํ พฺยาสตฺตมนสํ นรํอติตฺตํ เยว กาเมสุ อนฺตโก กุรุเต วสํคำแปลมัจจุราชย่อมทำไว้ในอำนาจ ซึ่งบุคคลผู้มีใจฟุ้งไปในอารมณ์ต่างๆ ผู้เลือกเก็บดอกไม้คือกามคุณอยู่ ผู้ไม่อิ่มในกามทั้งหลาย |
อธิบายความ
มัจจุราชคือความตาย เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดเหนือมนุษย์ปุถุชนทั้งหลายผู้ยังข้องอยู่ในอารมณ์ต่างๆ ผู้ปรารถนาอย่างแรงกล้าในอารมณ์อันยังไม่ได้ไม่ถึง และผู้หลงติดอยู่ในอารมณ์อันได้แล้วถึงแล้ว
ธรรมดามนุษย์ทั่วไปก็มักเป็นเช่นนั้น คือสิ่งใดยังไม่ได้, เป็นที่ปรารถนา, ก็มีความต้องการในสิ่งนั้น เมื่อได้แล้วก็ติดอยู่ สยบอยู่ ไม่สามารถปลีกตนออกไปได้ หมกอยู่ในอารมณ์อันน่ารักน่าพอใจ เป็นผู้ติดอยู่ในกามทั้งวัตถุกามและกิเลสกาม-กามเป็นสิ่งละได้ยากในโลก
ดังพระพุทธภาษิตว่า "กามา หิ โลเก น หิ สุปฺปหายา-กามทั้งหลายเป็นของละได้ยากในโลก" ผู้ละกามได้จึงเป็นที่ยกย่องเคารพของคนทั้งหลาย เพราะกระทำได้ในกิจที่คนเป็นอันมากทำไม่ได้ อนึ่งบุคคลเช่นนั้นย่อมมีทุกข์น้อย มีโรคน้อย มีความกังวลน้อย
พระศาสดาตรัสพระพุทธภาษิตนี้ เมื่อประทับอยู่ที่เมืองสาวัตถี ทรงปรารภนางปติปูชิกา มีเรื่องย่อดังนี้
เรื่องประกอบ/นางปติปูชิกา
เรื่องเกิดขึ้นในดาวดึงสเทวโลกก่อน
เทพบุตรคนหนึ่งชื่อ มาลาภารี ในภพดาวดึงส์ เข้าไปสู่สวนสวรรค์พร้อมด้วยเทพธิดาหนึ่งพันนาง ในจำนวนนั้น เทพธิดา ๕๐๐ ขึ้นต้นไม้เก็บดอกไม้แล้วโยนลงมาให้เทพธิดาอีก ๕๐๐ ซึ่งอยู่ใต้ต้นไม้ แล้วเอาดอกไม้เหล่านั้นประดับเทพบุตร บรรดาเทพธิดาเหล่านั้น เทพธิดาองค์หนึ่งจุติบนกิ่งไม้นั่นเอง สรีระของเธอดับลงประหนึ่งเปลวไฟ เธอไปเกิดในสกุลหนึ่งในเมืองสาวัตถีและระลึกชาติได้ ปรารถนากลับไปเถิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อยู่กับสามีอีก เมื่อเจริญวัยจึงหมั่นทำบุญให้ทานและอธิษฐานว่า "อานุภาพแห่งบุญนี้ จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าไปบังเกิดในสำนักของสามีในดาวดึงส์เทวโลก"
ภิกษุทั้งหลายจึงพากันเรียกเธอว่า "ปติปูชิกา-ผู้บูชาสามี"
ใครๆ รู้ว่าเธอเป็นผู้มีศรัทธา หมั่นทำบุญให้ทาน บางทีก็นำอาหารและเครื่องดื่มมามอบให้ เพื่อให้เธอช่วยจัดแจงถวายสงฆ์ด้วย เธอก็รับทำให้ด้วยความเต็มใจ
ต่อมา เธอมีสามี มีลูกถึง ๔ คน และตายด้วยโรคปัจจุบันอย่างหนึ่งไปบังเกิดในดาวดึงส์พิภพตามความปรารถนา
เทพธิดาเพื่อนของเธอยังไม่กลับจากสวนสวรรค์ ยังประดับดอกไม้ให้เทพบุตรอยู่ มาลาภารีเทพบุตรเห็นนางแล้ว ถามว่า หายไปไหนเสียตั้งแต่เช้า นางตอบว่า จุติแล้วลงไปเกิดในมนุษย์โลกในเมืองสาวัตถี อยู่ในท้องมารดา ๑๐ เดือน แต่งงานเมื่ออายุ ๑๖ แล้วได้บุตร ๔ คน มีปกติเป็นผู้ทำบุญมีทาน เป็นต้น แล้วปรารถนามาเกิดในสำนักของมาลาภารีเทพบุตร และอายุของมนุษย์โดยประมาณมีแค่เพียง ๑๐๐ ปี ซึ่งน้อยเหลือเกิน แต่พวกมนุษย์ก็ยังประมาทอยู่เป็นนิตย์ ทำตนเหมือนจะมีอายุสักอสงไขย ประหนึ่งว่าไม่แก่ไม่ตาย จึงห่างไกลต่อการพ้นจากทุกข์
โดยธรรมดาทั่วไป ๑๐๐ ปี ในมนุษย์เท่ากับวันหนึ่งกับคืนหนึ่งของเทวดาชั้นดาวดึงส์ พวกเทวดาชั้นดาวดึงส์มีอายุ ๑,๐๐๐ ปี (หนึ่งพันปี) ทิพย์ หนึ่งพันปีทิพย์นั้น เมื่อเทียบอายุในมนุษย์เท่ากับ ๓๖ ล้านปี คิดเสียว่าอายุของเทพชั้นดาวดึงส์คนหนึ่งเท่ากับ ๓๖ ล้านปีในเมืองมนุษย์
มนุษย์อายุน้อยนักไม่ควรประมาทเลย
ในวันรุ่งขึ้น พวกภิกษุเข้าไปที่บ้านของนางปติปูชิกาอย่างเคย เห็นโรงฉันยังไม่ได้จัด อาสนะยังไม่ได้ปู น้ำฉันยังไม่ได้ตั้งไว้ จึงถามชาวบ้าน ทราบความว่า นางได้ตายเสียแล้วตั้งแต่ตอนเย็นวันวาน ภิกษุผู้เป็นปุถุชนระลึกถึงอุปการะของนางแล้วไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้ ส่วนพระอรหันต์ได้ธรรมสังเวชแล้ว ทั้งหมดไปทูลถามพระศาสดาว่า นางปติปูชิกาไปเกิดที่ใด
พระศาสดาตรัสตอบว่า นางไปเกิดในสำนักแห่งสามีของนาง ที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ แล้วตรัสเล่าเรื่องทั้งปวงให้ภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุทั้งหลาย ทูลว่าอายุของสัตว์ทั้งหลายน้อยนัก
พระศาสดาจึงตรัสว่า
"ถูกแล้วภิกษุทั้งหลาย! ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายน้อยนัก เมื่อสัตว์ทั้งหลายยังไม่ทันอิ่ม ด้วยวัตถุกาม และกิเลสกาม มัจจุราชก็ทำเขาไว้ในอำนาจเสีย พาเอาสัตว์ผู้คร่ำครวญร่ำไรอยู่ไปสู่ภพของตน"
ดังนี้แล้วตรัสพระคาถาว่า
"ปุปผานิ เหว ปจินนฺตํ" เป็นอาทิมีนัยดังได้อธิบายมาแล้วแต่ต้น
*ขอขอบคุณที่มา จากที่นี่ ค่ะ
ทางแห่งความดี ๓๖ วศิน อินทสระ ผู้ไม่อิ่มในกาม โดย ผู้จัดการออนไลน์ ๘ มีนาคม ๒๕๔๗
ไม่ค่อยเข้าใจ นัย ของพุทธภาษิตนี้หรอกค่ะ
คงต้องค่อย ๆ คิดตาม ถามผู้รู้
I read this article for many times.
I cannot understand it all.
I do not understand why you suggested me to read this. Anyway I really miss you.
พระศาสดาจึงตรัสว่า
"ถูกแล้วภิกษุทั้งหลาย! ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายน้อยนัก เมื่อสัตว์ทั้งหลายยังไม่ทันอิ่ม ด้วยวัตถุกาม และกิเลสกาม มัจจุราชก็ทำเขาไว้ในอำนาจเสีย พาเอาสัตว์ผู้คร่ำครวญร่ำไรอยู่ไปสู่ภพของตน"
ดังนี้แล้วตรัสพระคาถาว่า
"ปุปผานิ เหว ปจินนฺตํ" เป็นอาทิมีนัยดังได้อธิบายมาแล้วแต่ต้น
ยามใดที่รู้สึกว่า เพริด หรือ เพลินใจ ต้องอ่านบันทึกนี้เพื่อเตือนสติตน