การจัดการความรู้เป็นเรื่องค่อยข้างใหม่ซึ่งเกิดขึ้นจาการค้นพบว่าองค์การต้องสูญเสียความรู้ไปพร้อมๆ กับการที่บุคลากรลาออกหรือเกษียณ อายุราชการอันส่งผลกระทบต่อการดำเนินการขององค์การเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจากแนวคิดที่มุ่งพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้มากแต่เพื่อยอย่างเดียวจึงเปลี่ยนไป
7.1 ความหมาย
การจัดการความรู้ (Knowledge Management ) หมายถึง กระบวนการอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูล สารสนเทศความคิด การกระทำ คลอดจนประสบการณ์ ของบุคคลเพื่อนสร้างเป็นความรู้และจัดเก็บในลักษณะของแหล่งขัอมูลที่บุคคลสามารถเข้าถึงได้โดยอาศัยช่องทางต่างๆ ที่องค์การจัดเตรียมไว้ เพื่อนำความรู้ที่มีอยู่ในประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน ซึ่งก่อให้เกิดการแบ่งปันและถ่ายโอนความรู้และในที่สุดความความรู้ที่มีอยู่จะแพร่กระจายและไหลเวียนทั่วทั้งองค์กรอย่างสมดุล เพื่อนเพิ่มความสามารถในการพัฒนาผลผลิตและองค์กร
ประเภทของความรู้ 2 ประเภท คือ ความรู้ที่สามารถแสดงออกมาให้เห็นได้ กับความรู้แบบนัยหรือซ่อนเร้นTakeuchi ได้มีการเสนอแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงสถานะความรู้( 1995 ) จากโดยนัย ไปเป็นความรู้ชัดแจ้ง ด้วยกระบวนการที่เรียกว่า "เกลียวความรู้" (Knowledge Spiral) หรือที่เรียกว่า "SECI Model" โดยย่อมาจากองค์ประกอบ 4 ตัวคือ
1. socialization หรือการแบ่งปันความรู้โดยการพบปะ
2. Externalization หรือ การถ่ายทอดความรู้ ออกมาเป็นตัวหนังสือ
3. Combination หรือ การรวมองค์ความรู้พร้อมทั้งนำไปคิดต่อยอด
4. Internalization หรือ การนำความรู้ที่ได้จากการ Combine มาปฏิบัติจริง
7.2 การจัดการความรู้(Knoeledge managemenr- KM) คือการรวบรวมสร้างจัดระเบียบแลกเปลี่ยนและประยุกต์ใช้วามรู้ในองค์กร โดยพัฒนาระบบจากข้อมูล ไปสู่ สารสนเทศ เพื่อให้เกิด ความรู้ และปัญญาในที่สุด การจัดการความรู้ประกอบไปด้วยชุดของการปฏิบัติ งานที่ถูกใช้ได้โดยองค์การต่างๆ เพื่อที่จะระบุ สร้างแสดงและกระจายความรู้ เพื่อประโยชน์ ในการนำไปใช้และการเรียนรู้ภายในองค์กรอันน้ำไปสู่การจัดการสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
7.3 แนวทางการจัดการความรู้
แนวทางการจัดการความรู้อย่างง่าย 2 วิธีการคือ
- การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากวิธีการทำงานแบบ Best Practice คือวิธีทำงานที่เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติอันดีเยี่ยม เป็นวิธีที่เกดผลงานในลักษะธะที่มีผลสัมฤทธิ์สูงมีประสิทธิภาพสูงหรือมีคุณภาพสูง
- การแลกเปลี่นเรียนรู้ในชุมชนนักปฏิบัติ (Communit of Practice;CoP) ชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice) แจเป็นชมชนที่มีความสนใจในปัญหาเดียวกันชุดความรู้ชดเดียวกัน แต่อาจทำงานเอยู่ในต่างหน้าที่กัน หรือเผชิญปัญหาคนละปัญหากัน วิธีการแลกเปลี่ยนของชุมชนนักปฏิบัติที่ธรรมดาที่สุดคือ การนัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การอย่างสม่ำเสมอ
7.4 การจัดการความรู้ช่วยอะไรได้บ้าง
1. เมื่อบุคลากรเกษียณอายุราชการหรือลาออก
2.การค้นหาข้อมูล
3. บุคลากรทำงานผิดพลาดในเรื่องเดิมๆมีปัญหาซ้ำๆ ไม่มีการแก้ไย KM
4. เวลาเปลี่ยนผู้รับผิดขอบงานใหม่แต่ละครั้ง เหมือนต้องเริ่มงานกันใหม่ทั้งหมด KM จะช่วยให้ผู้ที่มารับผิดชอบงานใหม่สามารถดำเนินงานได้ตามระบที่มีอยู่ด้วยเอกสารคู่มือการทำงาน
7.5 การจัดการความรู้เริ่มต้นอย่างไร
1. ก่อนเริ่มดำเนินการใดๆ
2. เมื่อได้เป้าหมายแล้วก็ต้องวางแผนและกิจกรรมที่จะสนับสนุนตาม 6 องค์แระกอบที่เรียกว่า วงจรการจัดการความรู้
7.6 กระบวนกาจัดการความรู้
กระบวนการจัดการความรู้(KM Process)
- บ่งชี้ความรู้ เป็นการค้นหาว่า ความรู้ที่สำคัญต่อการบรรลุ เป้าหมายคืออะไร อยู่ที่ใคร ยังขาดความรู้อะไร
- การสร้างและแสวงหาความรู้เป็นการหาวิธีในการดึงเอาความรู้จากแหล่งต่างๆ
- การจัดความรู้ให้เป็นระบบ เมื่อได้เนื้อหาความรู้มาแล้วต้องมีการแบ่งประเภทความรู้จัดทำสารบัญเพื่อให้การเก็บรวบรวมและการค้นหาได้ง่าย
- การประมวลและกลั่นกรองความรู้ ก่อนน้ำเข้าสู่ระบบจะต้องปรับปรุง เนื้อหา
- การเข้าถึงความรู้เป็นการกำหนดวิธีการกระจายความรู้สู่ผู้ใช้อาจทำเป็นสมุดหน้าเหลือง
- การแบ่งปันแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้
- การเรียนรู้
7.7 ประโยชน์ของการจัดการความรู้
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร
- ป้องกันการสูญหายของภูมิปัญญา ในกรณีที่บุคลากรเกษียณอายุ ลาออก หรือเสียชีวิต
- เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและความอยู่รอด
- เป็นการลงทุนในต้นทุนมนุษย์ในกรพัฒนาความสามารถที่จะแบ่งปันความรู้ที่ได้เรียนรู้มา
- ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตัดสินใจและว่างแผนดำเนินงานให้รวดเร็วและดีขึ้น
- ผู้บังคับบัญชาสามารถทำงานเชื่อมโยงกับผู้ใต้บังคับบัญชาให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น
- เมื่อพบข้อผิดพลาดจากากรปฏิบัติงานก็สามารถ หาวิธีแก้ไขได้ทันท่วงที
- แปรรูปความรู้ ให้เป็นทุน ซึ่งเป็นการสร้างความท้าทายให้องค์กรผลิตสินค้าและบริการจากความรู้ที่มีเพื่อเพิ่มคุณค่า และรายได้ให้กับองค์กร
- เพื่อการสร้างสรรค์ และบรรลุเป้าหมายของจินตนาการที่ยิ่งใหญ่
- เปลี่ยนวัฒนธรรม จากวัฒนธรรมอำนาจในแนวดิ่ง ไปสู่วัฒนธรรมความรู้ในแนวราบ
7.8 ผลของการจัดการความรู้
ผลของการจัดการความรู้มีอย่างน้อย 4 ประการ
- ผลสัมฤทธิ์ของงาน
- พนักงาน
- ความรู้
- องค์กร
7.9 เทคโลยีสารสนเทศกับการจัดการความรุ้
กล่าวได้ว่า เทคโนโลยี สารสนเทศและการสือสารเป็นปัจจัยสำคัญตัวหนึ่งที่เอื้อให้การจัดการความรู้ประสบความสำเร็จ เทคโนโลยีการสื่อสารสนเทและสื่อสารที่เกี่ยวข้องและมีบทบาทในการจัดการความรู้ออกเป็น3 รูปแบบ
- เทคโนโลยีการสื่อสาร
- เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน
- เทคโนโลยีในการจัดเก็บ
7.10 ปัจจัยที่เอื้อต่อความสำเร็จในการจัดการความรู้
ปัจจัยที่เอื้อต่อการจัดการความรู้
- ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร
- มีเป้าหมายของการจัดการความรู้ที่ชัดเจน
- มีวัฒนธรรมองค์การที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยน
- มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้
- ได้รับความร่วมมื่อจากบุคคลากรทุกระดับ