บทที่ 7
เทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการความรู้
ความหมายของความรู้
สิ่งที่สั่งสมมาจากปฏิบัติ ประสบการณ์ ปรากฏการณ์ ซึ่งได้ยิน ได้ฟัง การคิดจากการดำเนินชีวิตประจำวันหรือเรียกว่าเป็นความรู้ที่ได้โดยธรรมชาติ นอกจากนี้ความรู้ยังได้จากการศึกษาเล่าเรียน การค้นคว้า วิจัย จากการศึกษาองค์วิชาในแต่ละสาขาวิชา หรืออาจกล่าวได้ว่าความรู้ในเชิงการฝึกฝนจนเกิดทักษะ
ความหมายของการจัดการความรู้
กระบวนการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบที่เน้นการพัฒนาการปฏิบัติงานควบคู่ไปกับการเรียนรู้ร่วมกันของคนภายในองค์กร โดยมีการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความรู้ รวมไปถึงการจัดการเกี่ยวกับฐานความรู้ของทรัพยากรบุคคลในองค์กรเพื่อยกระดับความรู้ก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่อย่างมีคุณค่า
การจัดการความรู้
การจัดการความรู้ (Knowledge Management) คือกระบวนการอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับการประมวลข้อมูล สารสนเทศ ความคิด การกระทำ และประสบการณ์ของบุคคลเพื่อสร้างเป็นความรู้และจัดเก็บเป็นแหล่งข้อมูลที่บุคคลสามารถเข้าถึงได้โดยอาศัยช่องทางต่างๆที่องค์กรจัดเตรียมไว้ เพื่อนำความรู้ที่มีอยู่ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติาน ก่อให้เกิดการแบ่งปันและการถ่ายโอนความรู้ ในที่สุดความรู้ก็จะแพร่กระจายและไหลเวียนทั่วทั้งองค์กรอย่างสมดุล ทำให้เพิ่มความสามารถในการพัฒนาผลผลิตและองค์กร
ประเภทของความรู้
มีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ ความรู้โดยนัย(Tacit knowledge) และ ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit knowledge)
1. ความรู้โดยนัย หรือความรู้ที่มองเห็นไม่ชัดเจน (Tacit Knowledge)
จัดเป็นความรู้อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งเป็นทักษะหรือความรู้เฉพาะตัวของแต่ละบุคคลที่มาจากประสบการณ์ ความเชื่อ หรือความคิดสร้างสรรค์ในการปฏิบัติงาน เช่น การถ่ายทอดความรู้ ความคิด ผ่านการสังเกต การสนทนา การฝึกอบรม เป็นต้น
2. ความรู้ที่ชัดแจ้ง หรือความรู้ที่เป็นทางการ (Explicit Knowledge)
เป็นความรู้ ที่มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และใช้ร่วมกันในรูปแบบต่างๆ เช่น สิ่งพิมพ์ เอกสารขององค์กร ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์ อินทราเน็ต เป็นต้น ความรู้ประเภทนี้เป็นความรู้ที่แสดงออกมาโดยใช้ระบบสัญลักษณ์ จึงสามารถสื่อสารและเผยแพร่ได้อย่างสะดวก
เกลียวความรู้
เกลียวความรู้ หรือ Knowledge Spiral อีกชื่อหนึ่งคือ SECI Model เป็นที่นิยมนำมาใช้ในการจัดการความรู้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน SECI Model ประกอบด้วย
S=Socialization การเปลี่ยนรูปจากความรู้ที่ฝังลึกไปสู่ความรู้ที่ฝังลึก หรือ การนำสู่สังคม
E=Externalization การเปลี่ยนรูปจากความรู้ที่ฝังลึกไปสู่ความรู้ที่ชัดแจ้ง หรือ การนำออกสู่ภายนอก
C=Combination การเปลี่ยนรูปจากความรู้ที่ชัดแจ้งไปสู่ความรู้ที่ชัดแจ้ง หรือ การรวม
I=Internalization การเปลี่ยนรูปจากความรู้ที่ชัดแจ้ง ไปสู่ความรู้ที่ฝังลึก หรือ การนำเข้าสู่ภายใน
กระบวนการจัดการความรู้
- การกำหนดเป้าหมายความรู้ (Knowledge Desired)
- การสร้างหรือจัดหาความรู้ (Knowledge Creation หรือ Knowledge Acquisition)
- การกลั่นกรองและคัดเลือกความรู้ (Knowledge Classified)
- การจัดเก็บความรู้ให้เป็นระบบ (Knowledge Saving System)
- การใช้ความรู้ (Knowledge Utilization)
- การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing)
- การประยุกต์ความรู้ (Knowledge Applied)
- การประมวลผลและวัดผลความรู้ (Knowledge Codification & Knowledge Measured)
- การยกย่องชมเชยและให้รางวัล (To praise & Take a gift)
- การเผยแพร่ความรู้ (Knowledge Distribution)
รูปแบบเทคโนโลยีสารสนเทศกับกระบวนการจัดการความรู้
- เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการรวบรวมและการจัดการความรู้ที่ปรากฏ
- เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในการสร้างความรู้
- เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเข้าถึงความรู้ที่ปรากฏ
- เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการประยุกต์ใช้ความรู้
- เทคโนโลยีสารสนเทศสนับสนุนการจัดการความรู้โดยนัย
- เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในการประมวลความรู้
ความสำคัญและประโยชน์ของการจัดการความรู้
ความสำคัญของการจัดการความรู้
1. เป็นปัจจัยหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการพัฒนาความรู้ใหม่ และเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนของการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและการจ้างงานในระยะยาว
2. ประชาชนเข้าถึงความรู้ได้มากขึ้น และเป็นการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งนำไปสู่การเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้
3. ขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและสังคม และแนวทางพัฒนาสังคมเศรษฐกิจความรู้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ประโยชน์ของการจัดการความรู้
1. ป้องกันการสูญหายของความรู้
2. เพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ
3. ความสามารถในการปรับตัว และมีความยืดหยุ่น
4. ความได้เปรียบในการแข่งขัน
5. องค์กรในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาที่มีอยู่
6. การยกระดับผลิตภัณฑ์
7. สร้างความพึงพอใจ และเพิ่มยอดขาย และสร้างรายได้
8. เพิ่มความสามารถในการแข่งขันโดยผ่านการเรียนรู้ร่วมกัน
เนื้อหาดีมากค่ะ