การปล่อยวาง การอยู่กับปัจจุบันเมื่อต้องการความสุขและความสำเร็จ

 

 

ดิฉันชอบเพลง Live and learn เลือกเป็นเพลงประจำตัว  เพลงนี้แต่งโดย บอย โกสิยพงษ์  ขับร้องโดย กมลา สุโกศล เนื้อหาของเพลงให้ข้อคิดในการดำเนินชีวิตอย่างเท่าทัน บวกกับพลังเสียงร้องที่หนักแน่นให้พลังใจเป็นอย่างดี   เนื้อเพลงมีอยู่ว่า....

.......เมื่อวันที่ชีวิต เดินเข้ามาถึงจุดเปลี่ยน จนบางครั้งคนเราไม่ทันได้ตระเตรียมหัวใจ  ความสุข  ความทุกข์ ไม่มีใครรู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ จะยอมรับความจริงที่เจอได้แค่ไหน
* เพราะชีวิตคือชีวิต เมื่อมีเข้ามาก็มีเลิกไป  มีสุขสมมีผิดหวัง หัวเราะหรือหวั่นไหว เกิดขึ้นได้ทุกวัน
** อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน  อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด 
.....สุขก็เตรียมไว้ ว่าความทุกข์คงตามมาอีกไม่ไกล จะได้รับความจริงเมื่อต้องเจ็บปวดไหว
(ซ้ำ * , **) (ซ้ำ ** , **)
.....อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

     นั้นคือสัจธรรมของสรรพสิ่ง  ที่ว่า   สิ่งใดก็ตามเมื่อก้าวมาถึงจุดที่สูงสุดแล้ว ย่อมต้องคืนกลับไปสู่ความเดิมแท้อันเป็นธรรมดาสามัญอีกครั้ง  หากเราเข้าใจและมีสติพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นเสมอ  ด้วยการเข้าใจอดีต  อยู่กับปัจจุบันและปล่อยวาง   เราก็จะมีความสุข  ทั้งนี้คำสอนในพุทธศาสนา ล้วนมุ่งไปสู่การปล่อยวาง เพราะหากสามารถปล่อยวางได้   ก็หมดทุกข์   อย่างไรก็ตาม การปล่อยวางไม่ได้หมายถึง การอยู่เฉยไม่ทำสิ่งใด   หากแต่หมายถึง  การปล่อยวางที่ใจ ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นของเรา หรือยึดมั่นให้มันเป็นไปตามใจเรา  แต่ดูแลเอาใจใส่ด้วยความรับผิดชอบ   เช่น  ร่างกายของเรา ถึงแม้พระพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่ใช่ตัวเราของเรา จึงควรปล่อยวาง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า  ไม่ต้องดูแล ร่างกาย  เพราะไม่ใช่ของเราก็จริง  หากแต่เราต้องดูแลเอาใจใส่ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยเราในการทำความดี   ซึ่งหลักธรรมนี้สอดคล้องกับหนังสือเรื่อง The  Present  :  ของขวัญแห่งปัจจุบันกาล  แต่งโดย Dr.Spencer  Jhonson .  ประโยคสำคัญของหนังสือเล่มนี้คือ“อยู่กับวันนี้  เมื่อคุณต้องการความสุขและความสำเร็จ”   เป็นความจริงที่สะท้อนถึงการมีสติตั้งมั่นอยู่กับปัจจุบัน  พร้อมกับการเรียนรู้อดีตและการสร้างอนาคต   สาระของเรื่องสรุปได้ดังนี้คะ

            ลิช  มิเชลล์  ได้มาขอพบ บิล  กรีน เพื่อขอความแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตน เพราะเธอกำลังได้เลื่อนตำแหน่ง แต่เธอรู้สึกไม่สนุกกับชีวิตและงาน  บิล  กรีน จึงเล่าเรื่องวิธีการสร้างความสุขในการทำงานและชีวิต  ซึ่งเขาได้เรียนรู้จากชายผู้หนึ่งให้เธอฟัง

           ...มีเด็กน้อยที่มีความสุขคนหนึ่ง  เขาได้รับคำบอกเล่าจากชายชราเรื่อง ของขวัญที่มีค่าที่สุดซึ่งจะทำให้เขามีความสุขต่อการใช้ชีวิตและพัฒนาสิ่งต่าง ๆ รอบตัว   ทำให้เขารู้สึกสงสัยและปรารถนาของขวัญที่กล่าวถึง   เขาเพียรพยายามถามชายชราว่า ของขวัญที่ว่านี้คือสิ่งใด แต่เขาก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน

            เวลาผ่านไปจนเขาเติบโตเป็นวัยรุ่น เขาเริ่มมีความต้องการโน่นนี้มากมาย และเขายังคงเฝ้าถามว่า ของขวัญนี้คือสิ่งใด  ชายชราบอกว่า ของขวัญนี้คือ ความสุขจากการได้รับในสิ่งที่ต้องการตามแต่ละเวลา  แต่เขาก็ยังคงไม่ได้รับคำตอบว่า เขาจะหาของขวัญนั้นจากที่ไหน

            เมื่อเขาเติบโตเป็นหนุ่ม  เขาพยายามแสวงหาของขวัญหรือความสุขให้กับตนเอง  แต่เขากลับพบว่า  เขาไม่มีความสุข  ไม่พอใจในสิ่งที่เป็นอยู่   เขาจึงไปพบชราและเล่าถึงความตั้งใจค้นหา “ของขวัญ” ชายชราบอกเขาว่า การหาของขวัญให้นึกถึงช่วงเวลาที่มีความสุข ซึ่งเป็นของขวัญที่เราสามารถมอบให้แก่ตนเองได้ เหมือนเมื่อครั้งในวัยเด็กที่ทำทุกสิ่งด้วยความสุข  และเขาก็สามารถค้นพบว่า  ของขวัญไม่ใช่อดีต  ไม่ใช่อนาคต   แต่เป็นช่วงเวลาปัจจุบันขณะที่เรารู้สึกมีความสุข และทำในสิ่งที่ดีที่สุข ณ ขณะนั้น

            แต่เขาก็รู้สึกสับสนเพราะในปัจจุบันขณะที่เขาอาจจะอยู่ในสถานการณ์ไม่ดี  เขาก็มีความทุกข์   เขาจะเป็นสุขได้อย่างไร   ชายชราบอกว่า  การเรียนรู้ที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายด้วยความเข้าใจความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เป็นและสิ่งที่อยากให้เป็น  โดยการจดจ่อกับปัจจุบัน ชื่นชมสิ่งดีที่ยังมีอยู่ และเดินหน้าจากจุดนั้น

            ชายหนุ่มนำข้อคิดที่ได้รับไปปฏิบัติ  เขาเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงตนเอง  กลายเป็นคนสนใจรับฟังคนอื่นมากขึ้น   แต่ต่อมาเขาก็เริ่มเป็นทุกข์ จากการความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานและการทำงานไม่สำเร็จตามกำหนด   เขาจึงกลับไปปรึกษาชายชรา    และได้รับคำแนะนำว่า

            “การยอมรับเรื่องที่ผ่านมานั้นทำได้ยาก  หากเรายังไม่เรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้น และหากเราเรียนรู้และยอมรับได้แล้ว  เราจะทำให้วันนี้ดีขึ้น”

            “เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงอดีต  แต่เรียนรู้จากวันวานได้  เมื่อเกิดเหตุการณ์เดิมขึ้น  เราทำสิ่งต่าง ๆ ให้แตกต่างจากเดิมได้  แล้วมีความสุข  ทำงานอย่างทีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จมากขึ้นในวันนี้”

            “ไม่มีใครทำนายหรือควบคุมอนาคตได้  แต่เมื่อเราจินตนาการถึงสิ่งต้องการให้เกิดขึ้นได้กระจ่างชัด  วางแผนไข่วคว้าและทำสิ่งที่ช่วยให้แผนเป็นจริงขึ้นได้ในวันนี้   เราจะวิตกกังวลกับปัจจุบันน้อยลงตามลำดับและจะเห็นอนาคตชัดเจนขึ้น”

            ชายหนุ่มนำข้อแนะนำการใช้ชีวิตกับปัจจุบัน  เรียนรู้จากอดีตและช่วยสร้างอนาคต ไปใช้  ในการทำงานและชีวิตประจำวัน  ทำให้เขารู้สึกเป็นสุขและประสบความสำเร็จ  และเขายังได้ค้นพบว่า  “การอยู่กับปัจจุบัน  การเรียนรู้จากอดีต  และการช่วยสร้างอนาคตนั้นยังไม่พอเพียง  หากแต่เราต้องทำงานและดำเนินชีวิตอย่างมีจุดมุ่งหมาย และตอบรับสิ่งที่สำคัญในปัจจุบัน  อดีตและอนาคต ทั้งหมดนี้จึงจะมีความหมาย”  และเขาพบว่า เขาให้ของขวัญที่มีค่าแก่ตนเองได้  โดยการมีความสุขกับตนกับปัจจุบัน 

        และเมื่อชายหนุ่มอายุมากขึ้น  ชายชราตายจากไป  เขาได้ทำในสิ่งเดียวกับที่ชายชราทำ   นั้นคือ แบ่งปันความรู้เกี่ยวกับของขวัญให้แก่คนอื่น ๆ  และเขาได้สรุปถึงแนวทางสำหรับใช้ช่วงเวลาในปัจจุบันเพื่อให้มีความสุขกับงานและชีวิตในวันนี้  ดังนี้

      1.อยู่กับปัจจุบัน เมื่อเราต้องการมีความสุขและทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราต้องสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้  ตอบสนองต่อสิ่งสำคัญในวันนี้

      2.เรียนรู้จากอดีต  เมื่อเราต้องการให้ปัจจุบันดีกว่าอดีต  พิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันวาน เรียนรู้บทเรียนที่มีค่าจากสิ่งนั้น ปฏิบัติตนใหม่ในวันนี้

      3.วางแผนสร้างอนาคต  เมื่อเราต้องการให้อนาคตที่สดใสเป็นอย่างไร  วางแผนที่เป็นจริงได้  ทำสิ่งที่ช่วยให้แผนนั้นเป็นจริง

      4. ตระหนักถึงจุดมุ่งหมายของตนเอง  ค้นหาหนทางที่ทำให้งานและชีวิตมีความหมายยิ่งขึ้น

        หลังจากฟังเรื่องเล่าจบ   ลิช    มิเชลล์  รู้สึกมีพลังใจและเธอนำแนวคิดที่ได้รับฟังไปใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวัน  เธอรู้สึกเป็นสุขมากเพราะเธอเรียนรู้การปล่อยวางสิ่งที่ผ่านมาและอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น  ซึ่งนั้นคือ  ของขวัญที่มีค่าที่เธอมอบให้แก่ตนเอง และเธอยังแบ่งปันความรู้เรื่องของขวัญนี้สู่คนอื่น ๆ อีกมากมาย