หลานสาวคนเล็กคือ Map ฉลองอายุ ๙ เดือนเต็มวันนี้ (๑๖ ก.ค. ๕๔) ที่ รพ. รามาธิบดี โดยเข้า รพ. ตั้งแต่เมื่อวาน และก่อนหน้านั้นท้องเดินวันละ ๗ – ๘ หนมา ๒ วัน กินนมไม่มีน้ำตาลแล็กโตส ก็ไม่ดีขึ้น ตาชักเริ่มโหล (แปลว่าร่างกายขาดน้ำ) แม้จะยังซนได้เหมือนเดิม คุณยายจึงพาไปโรงพยาบาลและหมอจับ admit โดยที่เมื่อวานผมไปเยี่ยมหนหนึ่งแล้ว แต่ไม่ได้ถ่ายรูป
วันนี้สาวน้อยชวนไปเยี่ยมหลานแต่เช้า โดย “เลขา” ผู้ไปนอนเพื่อน “คุณแม่” แจ้งมาทางโทรศัพท์ว่า แหม็ป จะต้องนอนโรงพยาบาลต่ออีก ๓ วันเพื่อให้ยาปฏิชีวนะให้ครบ
ผมทำหน้าที่โชเฟอร์ เอารถคัมรีไปกับสาวน้อยและป้าอี๊ด เอารถไปจอดที่อาคารจอดรถของโรงพยาบาลส่วนเก่า (สาวน้อยบอกว่าอย่าไปจอดที่อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ เพราะค่าจอดแพงมากกก!!) แล้วเดินไปตามทางเดินลอยฟ้าบนถนนพระราม๖ ไปยังอาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ ระยะทางประมาณ ๓๐๐ เมตร ได้ชมวิวและถ่ายรูปจากมุมสูงสวยงามทีเดียว
ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์เพิ่งสร้างเสร็จ ยังไม่เรียบร้อยสมบูรณ์ แต่ก็เปิดบริการมาประมาณเดือนเศษแล้ว และหน่วยระงับปวดที่สาวน้อยทำงานอยู่ก็ย้ายมาที่นี่ชั่วคราว เพื่อปรับปรุงตึกเก่าที่อาคารศูนย์สิริกิติ์ แต่สาวน้อยเขายุหัวหน้าหน่วยให้ขอย้ายมาเลย
เนื่องจากระยะทางจากโรงพยาบาลส่วนเก่าไปยังตึกใหม่ไกลพอสมควร คนแก่และคนไข้ที่ไม่แข็งแรงเดินลำบาก เขาจึงมีรถบั๊กกี้ (หรือรถกอล์ฟ) ให้นั่งโดยสารไปตามทางลอยฟ้า ตอนเราเดินไปเห็นจอดอยู่ ๕ – ๖ คัน แต่ไม่มีออกแล่นบริการ เพราะวันนี้คนน้อย แต่ลูกสาวคนโตเขาออกไปซื้อข้าวเที่ยง เจอรถพอดี เขาเชิญชวนให้โดยสาร ลูกสาวจึงได้นั่งสบายไป แต่ระยะทางขนาดนี้ผมชอบเดินมากกว่า เพราะเท่ากับได้ออกกำลัง ที่สำคัญคือได้ถ่ายรูปเก็บไว้เอามาอวดใน บล็อก
วันนี้ผมขี้เกียจแบกกล้องหนัก จึงคว้า Panasonic DMC-FX33 ตัวจิ๋ว ใส่กระเป๋าไป ถ่ายได้ไม่มากนักแบตหมด เพราะไม่ได้ ชาร์จไฟเตรียมไว้ ต้องใช้ iPhone 4 ช่วยเสริม จึงประจักษ์ว่า iPhone 4 ในที่แสงดี ถ่ายรูปได้สวยมาก แต่ในห้องที่แสงสลัว ภาพจะไม่คม
หลานสาวนอนให้น้ำเกลืออยู่ พอพวกเราไปเยี่ยมก็ยิ้มแหยๆ เป็นยิ้มที่แตกต่างไปจากเดิม ทุกคนสังเกตเห็น แล้ว แหม็ป ก็ลุกขึ้นมาเล่นจนน้ำเกลือไม่ไหลและเครื่องร้อง สมัยนี้เครื่องให้น้ำเกลือทันสมัยมาก พอน้ำเกลือไม่หยดมันก็ร้อง “เลขา” ก็กดสัญญาณไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล เขาก็อินเตอร์คอมมาถามว่ามีอะไร แล้วสักครู่ก็มาดู แก้ไขอยู่นานเหมือนกันกว่าเครื่องมันจะหยุดร้อง พอเขาออกไปสักครู่ แหม็ป ก็ซน และเครื่องร้องอีก รวมแล้ว ๔ – ๕ รอบ จนในที่สุดต้องเอาเข็มออก เพราะน้ำเกลือก็เกือบหมดแล้ว และตั้งแต่เมื่อคืน แหม็ป ยังไม่ถ่ายเลย ตาก็ไม่โหลแล้ว
ที่จริงบริการส่วนของศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์แยกจากส่วน รพ. เดิมของรามาฯ คล้ายๆ เป็น รพ. เอกชนนั่นเอง ค่าบริการจึงสูง และมีการเก็บค่าแพทย์มาตรวจด้วย ตอนจะเข้า รพ. เจ้าหน้าที่ถามว่าจะเอาห้องราคาเท่าไร สาวน้อยเลือกที่ราคาต่ำที่สุดคือวันละ ๕,๕๐๐ บาท นี่เฉพาะค่าห้อง ยังไม่รวมค่ายา ค่าพยาบาล และค่าหมอ เราเดากันว่ารวมแล้วไม่ต่ำกว่าวันละหมื่น แต่แม่ของ แหม็ป บอกว่าเบิกได้จากบริษัทประกันสุขภาพ เพราะที่สิงคโปร์ทุกคนต้องจ่ายค่าประกันสุขภาพ
หลานสาวท้องเดิน ต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ผมสังเกตว่าคนที่ป่วยมากกว่าคือผู้ใหญ่ คนที่อาการหนักที่สุดคือคุณยาย ถัดมาคือคุณแม่ คุณตาเลยโดนดุ ว่ามาเยี่ยมหลานยังแอบไปซื้อของที่พันธุ์ทิพย์เสียอีก โดยไม่ขออนุญาตก่อน
ขอแสดงความโปร่งใสเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ว่าการไปใช้บริการโรงพยาบาลของหลานสาวครั้งนี้ผมไม่ได้ใช้ความเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดลแต่อย่างใด และมองอีกมุมหนึ่ง เท่ากับเป็นการอุดหนุนบริการการแพทย์ไทย หรือเป็นการซื้อบริการการแพทย์ไทยโดยชาวต่างประเทศ เพราะเวลานี้หลานสาวอยู่ที่สิงคโปร์ หากเขาป่วยที่สิงคโปร์ บริษัทประกันคงต้องจ่ายมากกว่าไม่ต่ำกว่าเท่าตัว
เช้าวันที่ ๑๗ สาวน้อยโทรศัพท์ไปถาม “เลขา” ว่าต้องการให้ไปเปลี่ยนเวรบ้างไหม แล้วก็หันมาบอกโชเฟอร์ให้เตรียมตัวไปเยี่ยมหลาน ผมจึงได้โอกาสสังเกตการณ์ตึกใหม่อีก และได้เรียนรู้จากสาวน้อยเพราะเธอย้ำจนจำได้ ว่าค่าทางเดินลอยฟ้าเชื่อม ๒ ตึกราคา ๙๒ ล้าน วันนี้ผมได้สังเกตว่าไฟนีออนให้แสงสว่างของทางเชื่อมนี้มันติดตั้งชิดกันโดยไม่จำเป็น และแต่ละโคมก็มีหลอดนีออน ๒ หลอด ซึ่งก็ไม่จำเป็นเช่นกัน เป็นการออกแบบที่ไม่ประหยัดพลังงาน
ผลเพาะเชื้อในอุจจาระออกมาว่ามีเชื้อ Aeromonas ซึ่งอยู่ในน้ำ จึงต้องให้ยาปฏิชีวนะต่อ โดยให้ทางปาก ยานี้ขมมาก ให้ทีไร แหม็ป อาเจียนทุกที วันนี้ผมได้เห็นวิธีการที่พยาบาลบังคับป้อนยาโดยใช้ syringe ฉีดเข้าปากระหว่างเด็กดิ้นและร้องโวยวาย ต้องมีการจับตัวช่วยกันหลายคน ผมได้สังเกตว่านอกจากเรียนรู้เทคนิคนี้แล้ว พยาบาลต้องเรียนรู้ทักษะในการอดทนต่อปฏิกิริยาของแม่และญาติอีกด้วย เพราะระหว่างกำลังป้อนยา แหม็ป ก็อ้วกออกมาจริงๆ และแม่ของแหม็ปก็ร้องอุทานออกมาด้วยความเครียด พยาบาลต้องหัดวางเฉยในกรณีเช่นนี้
ผมหวนระลึกชาติกลับไปเมื่อ ๔๕ ปีก่อน สมัยผมเป็น อินเทิร์น พยาบาลและหมอ
เด็กๆ จะบ่นกันมากเรื่องคนไข้หรือญาติที่เรื่องมาก หรือที่บุญหนักศักดิ์ใหญ่ ท่าทีของญาติที่เรียกร้องต้องการความ “พิเศษ” ทำให้พยาบาลและหมอเด็กๆ รู้สึกอึดอัดและทำงานยาก สมัยนั้นจะมีการ “ส่งเวร” กันว่า “คนไข้ หรือญาติ ห้อง ... หรือเตียง ... toxic จู้จี้ขี้บ่น” หรืออาจมีการบอกต่อๆ กันว่าเป็นญาติใคร และพยาบาลและหมอเด็กๆ ก็จะระวังตัวแจ ซึ่งผมไม่ชอบสภาพเช่นนั้น และผมบอกตัวเองไว้ว่าต่อไปเมื่อเป็นผู้ใหญ่ อย่าไปก่อความยุ่งยากแบบนั้น
จึงลองตั้งข้อสังเกตเรื่องการเข้าโรงพยาบาลของหลานสาว ซึ่ง “คุณยาย” เป็นคนจัดการ และเป็นการเข้ารับการรักษาโดยเส้นทางปกติไม่ได้ลัดคิวคนอื่น เพราะห้องที่ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ยังมีเหลือเฟือ และเราจ่ายเงินค่าบริการในราคาปกติของศูนย์ฯ นี้ เท่ากับเป็นการอุดหนุน รพ. รามาฯ ด้วยซ้ำไป และเวลาไปเยี่ยม ผมไม่เคยแสดงตัวว่าเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล อาจารย์แพทย์ผู้รักษาและพยาบาลเวร รู้จักแต่ “คุณยาย” ไม่รู้จักผม
วันที่ ๑๘ ก.ค. ๕๔ บ่ายแก่ๆ หลานสาวกลับบ้านด้วยท่าทีกระปรี้กระเปร่า รอยยิ้มแหยๆ หายไป สาวน้อยบอกว่าค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้โรงพยาบาล สองหมื่นสามพันบาท ต่อการอยู่โรงพยาบาล ๓ วัน นับว่าถูกกว่าที่คิดไว้ “เลขา” เล่าว่า แหม็ป ได้รับคำชมจากพยาบาลผู้ป้อนยาว่าฉลาด รู้จักต่อสู้โดยเอาลิ้นมาดุน syringe ที่ใช้กรอกยา
วิจารณ์ พานิช
๑๖ ก.ค. ๕๔ ปรับปรุง ๑๘ ก.ค. ๕๔ และ ๑๙ ก.ค. ๕๔
|
ทางเดินลอยฟ้าส่วนที่ยังอยู่ใน รพ. เก่า
|
|
ถ่ายจากทางเดินลอยฟ้า อาคารซ้ายมือคือศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ ขวามือคืออาคารธนาคารไทยพาณิชย์และอาคารจอดรถ
|
|
ถ่ายลงมายังหน้าอาคารศูนย์การแพทย์สิริกิติ์
|
|
ทิวทัศน์หน้า รพ. รามาฯ วันหยุด
|
|
ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์
|
|
ทางเดินลอยฟ้าเหนือถนนพระราม ๖ เชื่อม รพ. รามาฯเก่ากับศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์
|
|
แหม็ป กับแม่ ป้าและยายอี๊ด
|
|
แหม็ป ซนจนน้ำเกลือไม่ไหลเครื่องร้อง พยาบาลต้องมาแก้ไข
|
|
แหม็ป แม่ ป้า ยาย และพยาบาล ถ่ายด้วย iPhone 4
|
|
จากมุมหนึ่งของตึกชั้น ๖ มองเห็นพระราชวังสวนจิตรลดา สะพานพระราม ๘ และพระที่นั่งอนันตสมาคม
|
|
ข้างในคือคลินิกระงับปวด ถ่ายด้วย iPhone 4
|
|
มีภาพดอกไม้งามประดับผนัง อย่างเหมาะเจาะ ถ่ายด้วย iPhone 4
|












*ขอบคุณค่ะ..ได้ร่วมบริจาคเงินสร้างอาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ด้วย แต่ยังไม่เคยย่างกรายเข้าไปเลย..
*รูปภาพสวยงามค่ะ..หลานน่ารักมาก..
เสียความรู้สึกครับ คุณจะทำโรงพยาบาลเอกชลก็ไม่ควรรับบริจาค เพราะคุณสร้างในพื้นที่ส่วนที่ห้อมล้อมด้วยโรงพยาบาลรัฐและเก็บค่าที่จอดรถด้วย มันเท่ากับว่าคุณเอาเงินบริจาคและพื้นที่ที่สมควรทำเพื่อประชาชนไปสร้างโรงพยาบาลเอกชล เพราะถ้าไม่รับการรักษาที่ศูนย์นี้ก็ต้องจ่ายค่าที่จอดรถแพง ผมถามจริงตอนสร้างถ้าจะทำเพื่อผลประโยชน์ก็อย่าเอาชี่อรามา หรือมหิดล ไปรับบริจาค และยิ่งชื่ออีก ใครก็คิดว่าทำเพื่อประชาชน แต่นี่เท่ากับว่าทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง ใครเข้าบริจาคก็เพื่อรามาเอาไปสร้างเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อเอาไปสร้างโรงบาลเอกชล น่าจะเอารามาออกไปนะสะพานก็ไม่น่าทำเชื่อมตึก คุณไม่มารักษาที่รามาสวนเก่าก็ต้องเก็บค่าที่จอดรถแพงเพราะในที่เป็นเอกชลของพวกคุณยังเก็บแพงเลย
อย่างนี้เท่ากับว่าคนที่มารักษาที่โรงบาลเอกชลของคุณก็ไปเบียดเบียนที่จอดรถของคนอื่นสิ อย่างนี้ต้องเก็บเงินให้เท่าเทียมกัน