บทบาทของเจ้าพนักงานคุ้มครองผู้บริโภค

21 กรกฎาคม 2554 

ความสำคัญของเรื่อง

            ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 283 บัญญัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่จัดบริการสาธารณะในเขตพื้นที่  ซึ่งตาม พระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 มาตรา 30 กำหนดให้มีการถ่ายโอนภารกิจของส่วนกลางให้แก่ท้องถิ่น “ภารกิจงานคุ้มครองผู้บริโภค” ได้มีการถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาตั้งแต่ปี 2548 และได้มีประกาศแต่งตั้งให้ “ปลัดเทศบาล” ในฐานะผู้บังคับบัญชาของข้าราชการฝ่ายประจำของเทศบาล เป็น “พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค” ซึ่งต่อมาในปี 2553 ก็ได้ขยายไปถึง “ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล” ด้วย

            เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2549 สำนักนายกรัฐมนตรี โดยสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค ได้มีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาคร่วมกับกระทรวงมหาดไทย โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่การให้จังหวัดเป็นศูนย์กลางในการประสานงานต่าง ๆ และการสร้างเครือข่ายขึ้นในจังหวัด ซึ่งได้มีความพยายามแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติมาอย่างตลอด แต่การดำเนินงานถือว่ายังไม่คืบหน้า ด้วยมีปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2553 ได้มีการประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนจังหวัดและท้องถิ่น โดยนายองอาจ  คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มีการสรุปประเด็นเป้าหมายการดำเนินการเป็นนโยบายเชิงรุก นโยบายด้านการส่งเสริม และ นโยบายเชิงรับ ขึ้น โดยมีการเล็งเป้าหมายการปฏิบัติไปที่ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ทุกแห่งทั่วประเทศ ได้แก่ เทศบาล จำนวน 2,082 แห่ง และ องค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 5,693 แห่ง ในจำนวนนี้ คือ “เทศบาลตำบล” ซึ่งมีอยู่จำนวน 1,900 แห่ง (ข้อมูล 30 กันยายน 2554) อาจถือได้ว่าเป็นเป้าหมายที่น่าจะมีศักยภาพมากที่สุดในการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในครั้งนี้  ด้วยมีเงื่อนไขต่าง ๆ ในทางปฏิบัติที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง

 

1 กันยายน 2553

 

พนักงานเจ้าหน้าที่ 

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522

มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้

 “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 5 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังต่อไปนี้

(1) นับ ชั่ง ตวง วัด ตรวจสินค้า และเก็บหรือนำสินค้าในปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่างเพื่อทำการทดสอบโดยไม่ ต้องชำระราคาสินค้านั้น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด

(2) ค้น ยึด หรืออายัดสินค้า ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุสินค้าฉลากหรือเอกสารอื่นที่ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติ นี้เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำผิด ตามพระราชบัญญัตินี้

(3) เข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใดๆ เพื่อตรวจสอบการผลิตสินค้า การขายสินค้าหรือบริการ รวมทั้งตรวจสอบสมุดบัญชี เอกสารและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องของผู้ประกอบธุรกิจในกรณีที่มีเหตุอันควร สงสัยว่ามีการกระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้

(4) มีหนังสือเรียกให้บุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสารและหลักฐานที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณาของพนักงานเจ้าหน้าที่

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร

มาตรา 6 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 (3) ถ้าไม่เป็นการเร่งด่วนให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือ ผู้ครอบครองสถานที่หรือยานพาหนะนั้นทราบล่วงหน้าตามสมควรก่อน และให้กระทำการต่อหน้าผู้ครอบครองสถานที่หรือยานพาหนะ หรือถ้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองไม่อยู่ในที่นั้น ก็ให้กระทำต่อหน้าบุคคลอื่นอย่างน้อยสองคนซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ร้องขอ มาเป็นพยาน

การค้นตามมาตรา 5 (2) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่กระทำได้เฉพาะเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก

มาตรา 7 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวเมื่อผู้ที่เกี่ยวข้องร้องขอ

บัตรประจำตัวของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา 8 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

 

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค 

สำนักนายกรัฐมนตรี 

นโยบายรัฐบาลด้านการคุ้มครองผู้บริโภค 

ให้ความสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภคในทุกมิติ โดยการรณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจ จัดตั้งองค์กรอิสระผู้บริโภค บังคับใช้มาตรการทางกฎหมายที่ให้การคุ้มครองดูแลผู้บริโภคโดยเคร่งครัด รวมทั้งการใช้กลไกทางกฎหมายในการป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภคในด้านอื่นๆ เช่น การโฆษณาเกินเวลา การโฆษณาแฝงหรือการใช้สื่อเพื่อประโยชน์ส่วนตนเป็นต้น   

 

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 

มาตรา 21 ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการใดได้บัญญัติเรื่องใดไว้โดยเฉพาะแล้วให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้น และให้นำบทบัญญัติในหมวดนี้ไปใช้บังคับได้เท่าที่ไม่ซ้ำหรือขัดกับบทบัญญัติดังกล่าว...

 

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค  

สำนักนายกรัฐมนตรี โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)


1. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522

2. พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551


กระทรวงสาธารณสุข 

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  กรมควบคุมโรค  กรมอนามัย และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

1. พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522

2. พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510

3. พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535

4. พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535                                                

 

กระทรวงสาธารณสุข 

1. พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541

2. พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518

3. พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522

4. พระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ. 2533

 

กระทรวงพาณิชย์ 

กรมการค้าภายใน  กรมพัฒนาธุรกิจการค้า   

            1.  พระราชบัญญัติการค้าข้าว พ.ศ. 2489

            2.  พระราชบัญญัติราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542

            3.  พระราชบัญญัติชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542

            4.  พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ. 2534                    

            5.  พระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ. 2495

 

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย 

            1. พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535

            2. พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535

            3. พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535

 

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

กรมปศุสัตว์   กรมวิชาการเกษตร 

            1.  พระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และการจำหน่าย เนื้อสัตว์ พ.ศ. 2535

            2.  พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์  พ.ศ. 2525

            3.  พระราชบัญญัติควบคุมการบำบัดโรคสัตว์ พ.ศ. 2505

            4.  พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535

            5.  พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518

 

กระทรวงอุตสาหกรรม 

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 

1. พระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511

 

กระทรวงคมนาคม  

กรมการขนส่งทางบก   

            1.  พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 

            2.  พระราชบัญญัติขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

 

กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องมีดังนี้

            1.  พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 

            2.  พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534

 

กระทรวงมหาดไทย  

กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  กรมที่ดิน 

            1.  พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 

            2.  พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543

            3.  พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551

            4.  พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547

            5.  พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457           

            6.  พระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493

            7. พระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ.2474


กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 

            1. พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. 2507


กระทรวงวัฒนธรรม

            1. พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551

 

กระทรวงการคลัง   

            1.  พระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 

            2.    พระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505

            3.   พระราชกำหนดการให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527

 

กระทรวงยุติธรรม

             1. พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

 

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช. หรือ NBTC : National Broadcasting and Telecommunication Commission)

สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) ปฏิบัติหน้าที่ กสทช. ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2553 

1. พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544

2. พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543

3. พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551

4. ระเบียบว่าด้วยวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. 2535 (รจ.เล่ม 109 ตอนที่ 92 วันที่ 4 กันยายน 2535)


บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาค ระหว่างกระทรวงมหาดไทย และ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อ 7 มิถุนายน 2549

บันทึกข้อตกลงข้อที่ 1

สนับสนุนให้จังหวัดทุกจังหวัดเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการคุ้มครองผู้บริโภค โดยการจัดตั้งกลุ่ม ชมรม สมาคม เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคภายในจังหวัดมีความเข้มแข็ง

บันทึกข้อตกลงข้อที่ 2

สนับสนุนให้คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดทุกจังหวัด จัดให้มีศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนจากการละเมิดสิทธิของผู้ประกอบธุรกิจ โดยคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดทุกจังหวัดต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภคภายในจังหวัดให้แล้วเสร็จตามบทบาทและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

บันทึกข้อตกลงข้อที่ 3

สนับสนุนให้ทุกจังหวัดมีการเผยแพร่ให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ประชาชนผู้บริโภคได้รู้จักการใช้สิทธิเพื่อการคุ้มครองตนเองจากการถูกเอารัดเอาเปรียบและเป็นแนวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคภายในจังหวัด

บันทึกข้อตกลงข้อที่ 4

สนับสนุนให้จังหวัดทุกจังหวัดมีการติดตามสอดส่องและตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าที่ควบคุมฉลาก การโฆษณา การทำสัญญา การทำธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง เพื่อคุ้มครองป้องกันประชาชนผู้บริโภคมิให้ถูกละเมิดสิทธิจากการกระทำของผู้ประกอบธุรกิจ

บันทึกข้อตกลงข้อที่ 5

สนับสนุนให้คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานอนุกรรมการ ดำเนินการตามบทบาทและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยให้มีการรายงานผลการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคภายในจังหวัดทุกจังหวัดต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและกระทรวงมหาดไทย ทุกๆ 3 เดือน

 

การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541

สิทธิผู้บริโภค   5   ประการ (มาตรา 4)

1. สิทธิที่จะได้รับข่าวสาร รวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ

2. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ

3. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ

4. สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา

5. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย

องค์กรหลักของการคุ้มครองผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522

คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค คณะกรรมการเฉพาะเรื่อง 3 คณะ คือ

1. คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

2. คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณา

3. คณะกรรมการว่าด้วยสัญญา