มาร่วมกันกลั้นตดลดโลกร้อนสิ.....มา

มาร่วมกันกลั้นตดลดโลกร้อนสิ.....มา

หลังจากที่ได้อ่าน บล๊อกแรก ที่ชื่อว่า "เรื่อยเปื่อย"  กันไปแล้ว มาในบล๊อคนี้ จะเป็นในบล๊อคที่ชื่อว่า "เบา เบา"  ผมจะนำเอาเรื่องราวจากหลากหลายที่ ที่เมื่อท่านผู้อ่านได้อ่านแล้ว จะรู้สึก ผ่อนคลาย  หายเครียด  จากการใช้ชีวิตประจำวัน   ก็เกิ่นกันมาพอสมควรแระ  เราไปเริ่ม ความเบา เบา กันเลยดีกว่า

เริ่มเปิดเรื่องแรกของบล๊อคนี้แบบเหม็นๆๆ กันดีกว่า

มาร่วมกันกลั้นตดลดโลกร้อนสิ.....มา

 

 บางครั้งเวลาเราทำอะไรบางอยู่ อยู่ดี ๆ เราก็รู้สึกว่า มันมาแล้ว และแล้วเราก็ ตด ออกมาครับ ปู้ด ซึ่งเขาว่ากันว่า ตดนั้นแบ่งได้สี่จำพวกคือ

  1. ตดเก็บเสียงและกลิ่น (น่าสรรเสริญ)
  2. ตดเก็บเสียงแต่ไม่เก็บกลิ่น (ใครตดฟร่ะ)
  3. ตดดังแต่ไม่มีกลิ่น (โอย นึกว่าระเบิดลง)
  4. ตด THX มาครบทั้งเสียงและกลิ่น (วงแตกแยกกระจาย)

และแน่นอนมีกวีเกี่ยวกับตดด้วยนะครับว่า

"สักวา หน้าร้อน สาวนอนตด

เหม็นไปหมด ทั่วมุ้ง ยุงบินหนี

ตดอะไร เหม็นยิ่งกว่า ดีดีที

ยุงบินหนี ตายหมด เพราะตดเอย"

ป.ล. สักวาชุดนี้ เป็นหนึ่งในสักวาสามฤดูทีเคยเป้นที่นิยมมากเมื่อประมาณเกือบ ๒๐ ปีก่อน

 -----------------

 อย่างไรก็ตาม ทางชีววิทยาแล้ว การตดนี้มีเกิดขึ้นมาจากการที่ร่างกายเรากินอาหารแล้วระหว่างรอย่อยนั้น เกิดกระบวนการหมักครับ อันก่อให้เกิดแกสขึ้นมา ดังนั้นเพื่อขับแกสเหล่านี้ ร่างกายของเราจึงขับมันทิ้งทางปากผ่านการเรอ และทางก้นด้วยการตดครับ ดังนั้น อย่าอายครับ ตดเป็นเรื่องธรรมชาติ (แค่มันอาจจะก่อให้เกิดการบาดเจ็บเสียชีวิตได้เท่านั้นเอง)

 สำหรับตดแล้ว ผู้เชี่ยวชาญที่วิเกรียนพีเดียเขาบอกว่ามันมีองค์ประกอบดังนี้ครับ

ซึ่งความเกี่ยวข้องกับโลกร้อนมันก็อีตรงนี้แหละครับ ไอ้เจ้ากาซที่เราตด ๆ ออกมาเนี่ย มีแค่ออกซิเจนและไฮโดรเจนเท่านั้นที่ไม่ใช่กาซเรือนกระจกครับ
 
ดังนั้นนะครับ ถ้าคุณเจอใครตด ต่อว่าเขาเลยครับ "คุณ คุณกำลังเป็นตัวการของโลกร้อนนะรู้ไหม สำนึกเสียมั่ง"
 
----------------------
 
จะว่าไปแล้ว พอพูดถึงโลกร้อน เราก็ชอบไปโทษกันแต่โรงงานอุตสาหกรรมกัน เพราะมันคือตัวการใหญ่สุด รองลงมาคือจากยานพาหนะครับ
 
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองตัวการนี้ จาก pie chart ที่ผมเคยเห็น มันมีสัดส่วนใกล้เคียงกันครับ
 
แต่พวกเราก็ชอบจะเฮโลกันไปด่าโรงงานเสียมากกว่า  บรรดาสื่อทั้งหลายแหล่ก็ชอบไปด่ากันแต่โรงงาน รวมทั้ง NGOs (No Go Organisations) ด้วย เหตุเพราะว่า เงินมันปิดตาครับ โดยสุดท้ายกลับลืมไปว่า กาซพวกนั้น มันมาจากไหน
 
ก็อย่างที่ผมอธิบายไปข้างต้นแหละครับ แค่เราตด เราก็ปล่อยกาซเรือนกระจกแล้ว และสิ่งที่เป็นความจริงยิ่งกว่าก็คือ กาซเหล่านั้น เป็นผลผลิตมาจากกิจกรรมของมนุษย์เอง ซึ่งมันเป็นอะไรที่เราทำ ๆ กันมาแต่โบราณ แต่เพราะว่า สมัยก่อน เราไม่ได้ใช้กันเยอะ ธรรมชาติที่ถูกออกแบบมาอย่างดี (โดยมหาเทพดิวก๊อง) มีระบบตามธรรมชาติที่ปรับสมดุลย์ของกาซเหล่านั้นได้ครับ แต่ว่าปัจจุบัน สมดุลย์ที่ว่ามันกำลังเสียไปและก่อปัญหาอย่างในทุกวันนี้ไงครับ
 
แต่มนุษย์เราตดกันซักคนละป้าดสองป้าดคงไม่เป็นไร แต่ลองไปคิดถึงสเกลใหญ่ ๆ สิครับ จะเยอะขนาดไหน
 
นอกจากนี้ เจ้าตดที่ถูกกล่าวโทษว่าเป็นตัวการก็คือ ตดของสัตว์ใหญ่ที่เราเลี้ยงเอาไว้เป็นปสุสัตว์ครับ โดยเฉพาะวัว (ผมก็ชอบกินนะ) ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า สำหรับกาซมีเทนที่ถูกปล่อยออกมาสู่ชั้นบรรยาการนั้น ๒๐% มาจากการปสุสัตว์ครับ (วิเกรียนพีเดีย, ๒๕๕๒) แต่ว่าที่มาจากตดในฟาร์มเหล่านี้นั้น จริงจริงแล้วมีแค่ ๒% เองหล่ะ (วิเกรียนพีเดีย, ๒๕๕๒)
 
แต่อย่างไรก็ตาม ในนิวซีแลนด์ เพื่อลดโลกร้อน เขาเลยมีการเรียก "ภาษีตด" มันเสียเลย (จะวัดกันยังไงหล่ะนั่น) (วิเกรียนพีเดีย, ๒๕๕๒) แะนอกจากนี้ ลุงพอล แม็คคาทีย์ เขาก็เลยออกการทัพแคมเปนให้เราไม่กินเนื้อในวันจันทร์เพื่อลดอัตราการบริโภคเนื้อครับ
 
แต่ว่าถ้าถามผมนะ ในโลกของเรามีคนที่ต้องอดตาย ไม่มีข้าวกินอีกเยอะครับ ขอเพียงเราทานอาหารอย่างรู้คุณค่า และกินให้หมด เพื่อไม่ให้เกิดการผลิตที่เกินความจำเป็น แบ่งปันอาหารไปให้ผู้คนที่เขาไม่มีจะกินน่าจะดีกว่านะ
ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องขอขอบพระคุณ http://board.postjung.com/559961.html  เป็นอย่างสูง ที่ให้ผมได้หยิบยก เอาเรื่องราวที่มีสาระ มาเผยแพร่ให้ผู้อ่านได้ ผ่อนคลายกัน ^^

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เบา เบา



ความเห็น (0)