ดร.ป๊อป ประทับใจทีมอาจารย์และนักศึกษา ป. โท พยาบาล ที่มีประสบการณ์การทำงานด้านสุขภาพจิต ที่ตั้งใจและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อ "กิจกรรมบำบัดขั้นสูงในผู้รับบริการสุขภาพจิต" ในวันหยุด [ขอบพระคุณ อ.วันดี ที่แนะนำคำว่า "ครูคลินิก" และเล่าประสบการณ์ความเป็นอาจารย์ตัวอย่างและการพัฒนาหลักสูตรคลินิกที่น่าสนใจ]
หัวข้อที่เรียนรู้กัน ได้แก่ รูปแบบการให้บริการสุขภาพจิตในชุมชน โดยเฉพาะ "Psychosocial Rehabilitation - PsychoSpritual Integration - Model of Human Occupation" รวมทั้ง Recovery Model & Systematic Review
คราวนี้เราลองมาดูประเด็นความรู้ที่ตกผลึกมาในบันทึกนี้...
KM1: พยาบาลจะช่วยเหลือผู้รับบริการด้านสุขภาพจิตได้อย่างไร
อ.วันดี ตีโจทย์ได้ดีมากๆ คือ อยากทำอะไรมากที่สุด – สร้างเครือข่ายที่ยั้งยืน นำผู้รับบริการมาสอน นศ. พยาบาล สร้างองค์ความรู้เชิงปฏิบัติ
-สร้างทัศนคติที่ดีในระดับบุคคลถึงชุมชน (อ.วีณา ได้เสริมให้แบ่งการส่งเสริมความรู้สุขภาพจิตในหลายระดับของสมาชิกในชุมชน)
- ให้เกิดในตัวผู้รับบริการและญาติ ยอมรับและเข้าใจผู้รับบริการ – ผู้ที่มีประสบการณ์ทางสุขภาพจิตและผู้ดูแล (เช่น มองผู้รับบริการเหมือนญาติ)
- เน้นบุคคลากรทางการแพทย์ มีความเข้าใจเกี่ยวกับโรค สิ่งที่ตามมากับโรค และการใช้ชีวิตของผู้รับบริการ
-บทบาทของพยาบาล มองคนเป็นระบบเปิด (Model of Human Occupation)* ดูแลประหนึ่งญาติ + ความคิด+เทคโนโลยีใหม่+ทีมสหวิชาชีพ+นโยบาย+แหล่งฝึกอาชีพ+แหล่งสนับสนุน+องค์กรเอกชน
-มีความเอื้ออาทร มีจิตอาสา มีหัวใจความเป็นมนุษย์ เช่น ให้เกียรติในมองผู้รับบริการด้วยหลักจริยธรรม
-กลับมามองให้กว้างขึ้น ครอบคลุม เช่น ค้นหาสามารถ ข้อดีของผู้ป่วย ร่วมกันค้นหาส่วนที่ดีของผู้ป่วย ดึงศักยภาพของผู้รับบริการ
-จัดกิจกรรมในรูปแบบการร่วมกลุ่ม ของผู้รับบริการ เช่น ทักษะทางสังคม ทักษะการสื่อสาร ทักษะการดำเนินชีวิต
*Volitional Subsystem เจตจำนงค์ ได้แก่ ความสนใจ+ ความเข้าใจ + และความมุ่งมั่น = แรงจูงใจ
Habituation Subsystem พฤตินิสัย ได้แก่ สันดาน + นิสัยที่ปรับปรุงได้ + นิสัยที่ทำประจำ
Performance Subsystem ความสามารถ ได้แก่ การฝึกทักษะ + การยอมรับความสามารถ + ความสำเร็จ/ความสุข
KM 2 – ประเด็นที่ได้จากการดูคลิปรายการ One World ตอน กิจกรรมบำบัดความล้า
-ทดสอบการรับรู้ความไว
-ทดสอบการมองเห็นการสัมผัส
-นำความแตกต่างของประสาทสัมผัสมาใช้ประโยชน์
-เปรียบเทียบระดับชีพจรจากกิจกรรมที่ทำ
-การนำกิจกรรมมาใช้ให้เหมาะสมกับผู้รับบริการ
-ค้นหาศักยภาพของผู้รับบริการ
-เปรียบเทียบกิจกรรมที่เคยทำกับสิ่งที่ไม่เคยทำ เพื่อดูการตอบสนองของร่างกาย
-การประเมินสภาพของผู้รับบริการจากกิจกรรมที่ทำ
-ความมุ่งมั่นเกิดจากการกิจกรรมที่ท้าทาย และส่งผลให้เกิดความสำเร็จ
-การใช้เทคนิกใหม่ๆในการแก้ปัญหา
-ความท้าทายในการทำกิจกรรมใหม่ๆ เกิดความมุ่งมั่น เกิดความเข้มแข็ง เกิดความมั่นใจ
-สภาพร่างกาย(ความพิการ)ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำกิจกรรมให้สำเร็จ
-ความภาคภูมิใจเกิดจากความสำเร็จในการทำกิจกรรม ตามสภาพของผู้รับบริการ
-การทำกิจกรรมที่ง่ายๆ ก่อน แล้วค่อยดำเนินการไปสู่สิ่งที่ยาก
-ส่วนที่บกพร่องต้องพยายามให้ผู้รับบริการพยายามทำด้วยตนเองให้มากที่สุด
-การทบทวนและอยู่กับตัวเอง อยู่กับสติ รู้จักการผ่อนคลาย ศึกษาวิธีการแก้ปัญหามีหลากหลายวิธี ศึกษาตัวกระตุ้นก่อให้เกิดความเครียด/วิธีการผ่อนคลายและการจัดการตัวกระตุ้นด้วยตนเอง การเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับตนเองในการแก้ปัญหา การรับรู้สิ่งกระตุ้นแต่ละคนแตกต่างกันวิธีการผ่อนคลายมีหลากหลายวิธีไม่จำเป็นขึ้นกับสิ่งแวดล้อม คิดและลงมือปฏิบัติทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้
สุดท้าย พี่วัฒน์ ได้แนะนำตัวอย่างของการสร้างการเรียนรู้ ความคุ้นเคยนำสู้การปรับตัว/ความสามารถในการปรับตัว ร่วมกับพี่ตา ในการจัดกิจกรรม Home Stay ระหว่างผู้รับบริการและผู้ให้บริการ (คล้าย Social/Club House) เน้นการมีสติเป็นสิ่งสำคัญก่อให้เกิดการแก้ปัญหามีประสิทธิถาพ และการแก้ปัญหาเรียนรู้จากประสบการณ์
ทิ้งท้ายด้วยรูปที่ไปร้านชิว ชิว ทานขนมเค้กและน้ำผลไม้ปั่นที่แสนอร่อย คุ้มค่ากับความท้าทายในการหาร้านบนถนนสามชัย หาดใหญ่

