ฟิล์มขึ้นศาลอาญาฟ้องคดีแอนนี่บรู๊ค
ฟิล์มขึ้นศาลอาญาฟ้องคดีแอนนี่บรู๊ค
“ฟิล์ม รัฐภูมิ” ขึ้นศาลนัดแรกเบิกความเป็นพยานคดียื่นฟ้องอดีตคู่ขา “แอนนี่ บรู๊ค” ฐานหมิ่นประมาททำให้เสียชื่อเสียง ยืนกรานไม่ใช่พ่อของเด็ก แต่ยอมรับเคยมีความสัมพันธ์กันจริง และส่งเสียเลี้ยงดูในฐานะเพื่อนที่กำลังเดือดร้อน ศาลนัดฟังคำตัดสินจะรับฟ้องหรือไม่ 12 ก.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 มิ.ย. ที่ศาลอาญา ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ นักร้องหนุ่มชื่อดัง พร้อมด้วยนายนพดล ลิขิตสัจจากุล ทนายความ ได้เดินทางมาขึ้นศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก หลังจากที่ได้ยื่นคำฟ้องคดีฐานหมิ่นประมาทต่อศาลอาญาโดยมี แอนนี่ บรู๊ค ดาราสาวตกเป็นจำเลย จากกรณีอื้อฉาวที่ดาราสาวนออกมาระบุว่า เธอได้ตั้งครรภ์ และยืนยันว่า ฟิล์ม คือพ่อของเด็ก ซึ่งทางฝ่ายชายได้ปฏิเสธเรื่องดังกล่าว
ต่อมาที่ห้องพิจารณาคดี 804 ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ คดีหมายเลขดำ อ. 3670/2553 ที่นายรัฐภูมิ หรือ ฟิล์ม โตคงทรัพย์ นักร้องชื่อดังค่ายอาร์เอส เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.รุ่งนภา แก้วไทรหาญ หรือ แอนนี่ บรู๊ค นักแสดง ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 จากกรณีวันที่ 17-28 ก.ย.53 แอนนี่ บรู๊ค พา ด.ช.ฑีฆายุ เสฐฏภูมิ บุตรชาย สัมภาษณ์ออกรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ และตีสิบ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กล่าวหาว่า ฟิล์ม รัฐภูมิ ไม่มีคุณธรรม ไม่มีความรับผิดชอบต่อจำเลย และบุตรชาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ ฟิล์ม รัฐภูมิ เดินทางมาเบิกความเป็นพยานด้วยตัวเอง สรุปว่า รู้จักและร่วมเล่นละครกับจำเลยในเรื่อง “ ปีศาจแสนกล” ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เมื่อกลางปี 2552 ซึ่งรู้จักเป็นเพื่อนกับจำเลยในลักษณะที่ถูกใจกันเท่านั้น ขณะที่จำเลยกระทำการหมิ่นประมาทต่อโจทก์ 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 ก.ย.53 จำเลยอุ้ม ด.ช.ฑีฆายุ บุตรไปสัมภาษณ์สดในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 กล่าวหาว่าโจทก์เป็นพ่อและให้เลี้ยงลูกเพียงลำพัง ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27-28 ก.ย.53 จำเลยให้สัมภาษณ์ในรายการตีสิบ สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ทำนองว่าโจทก์ไม่มีความรับผิดชอบ และโจทก์ยังให้คำมั่นสัญญากับจำเลยว่าให้อดทนเพราะว่าเป็นแม่ของลูก การแต่งงานไม่ใช่เรื่องสำคัญ การอยู่ด้วยกันสำคัญกว่า โดยช่วงที่ ด.ช.ฑีฆายุ เกิดก็ไม่ได้แจ้งชื่อบิดาในใบแจ้งเกิด ซึ่งล้วนเป็นความเท็จทั้งสิ้น
ฟิล์ม รัฐภูมิ ยังเบิกความด้วยว่า แม้ว่าโจทก์กับจำเลยจะมีความสัมพันธ์กัน 3 ครั้ง ระหว่างกลางเดือน ส.ค.-13 ก.ย.52 แต่ก็ได้คุมกำเนิดด้วยวิธีธรรมชาติ ขณะที่หลังจากนั้นโจทก์ได้รับรู้เรื่องราวของจำเลยมากขึ้นประกอบกับคนในวงการเตือนว่าอย่าไปยุ่งกับจำเลย โจทก์จึงพยายามออกห่าง ซึ่งหลังจากปรากฏข่าวทำนองว่าโจทก์ทำให้จำเลยท้อง มารดาโจทก์ป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล ส่วนโจทก์ก็เครียดทำให้กินยาเกินจนต้องเข้าโรงพยาบาลเช่นกัน ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว โจทก์ไม่สามารถทำงานใดๆ ได้ จึงตัดสินใจไปบวชเป็นเวลา 25 วัน
ขณะที่ฟิล์ม รัฐภูมิ โจทก์ ตอบทนายจำเลยถามค้าน ยอมรับว่า เคยให้เงินแก่จำเลย เมื่อเดือน พ.ค.53 จำนวน 150,000 บาท เพื่อเป็นค่าทำคลอด แล้วเดือน ก.ค.53 ยังโอนเงินให้อีก 30,000 บาท เมื่อ ด.ช.ฑีฆายุ อายุครบ 1 เดือน ส่วนมารดาได้ซื้อทองคำให้ด้วย และเดือน ส.ค.-ก.ย.53 ยังโอนเงินให้ 65,000 บาท เป็นค่ารักษาอาการป่วยของ ด.ช.ฑีฆายุ ซึ่งมารดาโจทก์แนะนำว่าให้ความช่วยเหลือแก่จำเลยก่อนโดยไม่ต้องคิดว่าใครเป็นพ่อ แต่บางครั้งจำเลยจะโทรศัพท์บอกโจทก์ว่ากำลังลำบากในฐานะเพื่อน โจทก์จึงโอนเงินให้ กระทั่งวันที่ 16 ก.ย.53 ก็มีข่าวครึกโครม แล้ววันที่ 17 ก.ย.53 โจทก์ได้ออกมาแถลงข่าวด้วยตัวเองว่า พร้อมจะตรวจดีเอ็นเอเพราะมั่นใจว่าไม่ใช่พ่อของเด็กอย่างแน่นอน และอยากให้ประชาชนทั่วไปทราบด้วย การที่โจทก์ไม่แถลงบอกว่าไม่ได้เป็นพ่อของเด็ก ก็เพราะกลัวว่าฝ่ายจำเลยจะเสียหาย
ภายหลังไต่สวนฟิล์ม รัฐภูมิ เสร็จสิ้นแล้ว ศาลจึงนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีนี้หรือไม่ วันที่ 12 ก.ค.นี้ เวลา 09.30 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุชุลมุนระหว่างที่ ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ เดินทางมายังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยขณะที่ฟิล์มกำลังเดินขึ้นศาลอาญาอยู่นั้น นายสมยศ ศรีสมบูรณ์ ผู้อ้างว่าเป็นคนแรกที่พาฟิล์มเข้าวงการบันเทิง เดินเข้ามาประชิดตัวฟิล์ม รัฐภูมิ พร้อมต่อว่าฟิล์มที่ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า พจน์ อานนท์ เป็นคนพาเข้าวงการ ทั้งที่จริงแล้วตนเป็นคนพาเข้าวงการ โดยฟิล์มได้กล่าวทักทายนายสมยศเพียงสั้นๆ ก่อนเดินเลี่ยงออกไป พร้อมกับเจ้าหน้าที่บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) และทนาย ที่พาขึ้นสู่ห้องพิจารณาคดีทันที