จดหมายถึงครู ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๔

๒๐.๔๘ น. กราบสวัสดีค่ะครู วันนี้ตั้งใจกับตนเองว่า เป็นวันพัก เข้าไปเคลียร์เอกสาร ณ ที่ทำงานและจัดเป็นวันพักจากการออกพื้นที่ เพราะติ๋วและทีม สัญจร ตั้งแต่วันจันทร์ บรรยายเวทีใหญ่ ๒๐๐ กว่าคน วันอังคารที่ รพ.สต.เพ็กใหญ่ วันพุธที่ รพ.สน.ต.ในเมือง ที่น้องนีทำงานอยู่ วันพฤหัสบดี ควบสองแห่งตอนเช้าสอนน้อง ๆสาวะถีพิทยาสรรพ์ ปลูกสมุนไพร  บ่ายบึงรถไปที่รพ.สน.กระบาก จ.มหาสารคาม

วันนี้จึงตั้งใจพักค่ะ แต่พอลงมือทำก็เคลียร์เงินกว่าจะสำเร็จติดขัดหลายอย่าง วันนี้รู้สึกกับตนเองว่า อารมณ์ปะทุเร็วมากค่ะครู จนรู้สึกตกใจ ส่วนหนึ่งอาจจะเหนื่อยสะสม เมื่อคืนไปอบและนวดด้วย ยังระบม บางทีพอโทสะปะทุขึ้น เห็นก็เงียบไปค่ะ แต่ตอนไม่ทันเสียงที่พูดออกมาจะแข็งปนขุ่น

ยืนหายใจอยู่หน้าห้องการเงินแล้วดูตนเอง สงสัยว่า "ทำไมโกรธเร็วและบ่อยจัง" มานึกได้ตอนเขียนนี่เองว่า แทนที่จะดูความโกรธอย่างมีสติ กลับไปสงสัยว่า มันมาได้ยังไง มิน่าถึงขุ่นซ้ำซาก ศีลข้อหนึ่งด่างพร้อย แต่ก็อดทนทำจนเสร็จค่ะครู แต่ไม่สมบูรณ์นักเพราะหนึ่งในน้องที่ไปด้วยกันลาพักผ่อน แต่ต้องฝากเรื่องไว้เพราะติ๋วลาพักผ่อนวันจันทร์เพื่อไปทำธุระที่อุบลค่ะ

อะไรที่เหนือความคาดหมาย ได้ลุกขึ้นมาตั้งใจเขียนบันทึกกับตนเองค่ะ แรงดึงดูดจากท่านพี่ทิมดาบค่ะครู ประโยคสั้น ๆของท่านปรากฏแก่สายตาติ๋วตอนตีห้า สั่นสะเทือนในความรู้สึก ดุจได้เทียบเชิญจากกัลยาณมิตรที่มี ใจ เดียวกัน เห็นครูทำงาน เห็นท่านพี่ทิมดาบทำงาน แล้วรู้สึกมีกำลังใจค่ะครู ที่ไหนที่ยังเข้าเน็ตไม่ได้ก็จะใช้ iPad ที่ได้อานิสงฆ์จากครูมาเขียนไว้ก่อน แล้วค่อยเอาขึ้นเมื่อเข้าถึง ระบบwifi จะเอาไปทำอะไรต่อ ก็พยายามถามตนเองบ่อยว่า  "ที่เธอเลือกเดินมาทางนี้ตั้งแต่ต้นเพราะอะไร แล้วยังอยากกลับไปเป็นแบบนั้นอีกเหรอ"

เพราะเมื่อใดที่ระลึกถึง"ความทุกข์บีบคั้นที่เคยเผชิญมา" ประดุจใช้ชีวิตในนรกก็มิปานเพราะเหมือนมีไฟสุมหัวอยู่ตลอดเวลา หากศิษย์งี่เง่าไม่ได้เรื่อง ขอโอกาสนี้กราบขอขมาครูนะเจ้าค่ะ

จะพยายามอีกครั้งดั่งการเอาใหม่กับตนเอง