มหาราชผู้ขยายพระบรมเดชานุภาพทั่วชมภูทวีปและอาณาจักรใกล้เคียงอย่างกว้างใหญ่ไพศาล ถึงจุดเบื่อหน่ายกับการรบพุ่ง เพราะหาความสงบกายสงบใจไม่ได้เลยตลอดหลายสิบปีที่มีแต่สงคราม พระองค์ประกาศหาปราชญ์ บัณฑิต ผู้นำ "สันติสุข" มาให้พระองค์

ผมพยายามพรวนใจตนเอง โดยพรมรดใจด้วยการดูแลใจกายให้มีกำลัง ไม่ต้องมากแต่ "ไปได้เรื่อย" ระลึกถึงนิทานซึ่งมหาตมคานธี เล่าให้อรุณ คานธี หลานปู่ฟังตอนยังเด็ก และคุณอรุณ คานธี ถ่ายทอดในหนังสือ "จิตวิญญาณอหิงสา" ผมขอถ่ายทอดความพยายามตามหา สันติสุข

 

มหาราชผู้ขยายพระบรมเดชานุภาพทั่วชมภูทวีปและอาณาจักรใกล้เคียงอย่างกว้างใหญ่ไพศาล ถึงจุดเบื่อหน่ายกับการรบพุ่ง เพราะหาความสงบกายสงบใจไม่ได้เลยตลอดหลายสิบปีที่มีแต่สงคราม พระองค์ประกาศหาปราชญ์ บัณฑิต ผู้นำ "สันติสุข" มาให้พระองค์

เวลาเนิ่นนานต่อไปหลายปี ผู้รู้ นักบวช ปราชญ์ บัณฑิต นับพันนับหมื่น ถวายสิ่งที่เขาเชื่อศรัทธาว่าจะนำสันติสุขมาสู่พระทัยมหาราชพระองค์นี้ แต่ไม่เกิดผล

กระทั่งวันหนึ่ง นักพรตชราสื้อผ้าขาดวิ่น ขอเข้าเฝ้า เมื่ออยู่ต่อพระพักตร์ นักพรตถวายเมล็ดข้าวเปลือกสามสี่เมล็ด ทูลว่า...สันติสุขอยู่ในนี้...แล้วเดินจากไป

มหาราชสั่งช่างหลวงทำผะอบทองคำเนื้อดีบรรจุเมล็ดข้าวสามสี่เมล็ดนั้นไว้ที่ข้างพระแท่นบรรทม ทรงเปิดผะอบทุกครั้งก่อนบรรทม เวลาผ่านไปนาน นานเป็นปี พระองค์ยังไม่พบสันติสุขจากเมล็ดข้าวนั้น

ทรงมีบัญชาให้ทวยทหารไปตามหานักพรตชราผู้นั้นจนพบ และให้เข้าเฝ้า

...ไหน สันติสุขของเจ้า ข้าไม่เห็นมีเลย...ทรงถาม

นักพรตชราทูลถามได้ความว่ามหาราชเก็บเมล็ดข้าวไว้ในผะอบทองคำข้างแท่นบรรทม กราบทูลว่า...พระองค์ทำเช่นนั้น สันติสุขไม่เกิดแน่ สิ่งนี้จะเกิดต่อเมื่อท่านให้เมล็ดข้าวสัมผัสดิน สัมผัสนำค้าง ฝน ความชุ่มชื่น สัมผัสแสงแดดอุ่น สัมผัสผู้คนที่เฝ้ารอเก็บเกี่ยว และนำไปปลูกต่อ กระทำเช่นนี้สันติสุขจะงอกงามไม่สิ้นสุด...

และแล้วมหาราชาผู้กล้าหาญ เสด็จออกจากมหาราชวัง พบผู้คน แม้ยามแสงแดดแผดกล้า ยามฝนตก ยามสุข ยามทุกข์

สันติสุขงอกงามในพระทัย และทั่วผืนแผ่นดิน

และงอกงามในใจผมขณะเขียนบล๊อกนี้ด้วย....