รูปแบบการปกครองสมัยอยุธยานั้นแบ่งได้ 3 ระยะ คือ การปกครองสมัยอยุธยาตอนต้น อยุธยาตอนกลาง อยุธยาตอนปลาย
การปกครองสมัยอยุธยาตอนต้น
สมัยพระเจ้าอู่ทองถึงสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 แบ่งการปกครองได้ 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 การปกครองในเขตราชธานีและบริเวณโดยรอบราชธานีโดย จัดการปกครองแบบจตุสดมภ์ คือ กรมเวียง-ดูแลในเขตเมืองหลวง กรมวัง-ดูแลพระราชสำนักและพิจารณาคดี กรมคลัง-ดูแลพระราชทรัพย์ กรมนา-จัดเก็บภาษีและจัดหาเสบียง
ส่วนที่ 2 การปกครองส่วนหัวเมือง
1. เมืองลูกหลวง หรือเมืองหน้าด่าน ให้โอรสหรือพระราชวงศ์ชั้นสูงไปปกครอง
2. หัวเมืองชั้นใน อยู่ถัดจากเมืองลูกหลวงออกไป ให้ขุนนางที่กษัตริย์แต่งตั้งไปปกครอง
3. หัวเมืองชั้นนอก หรือหัวเมืองพระยามหานครคือหัวเมืองขนาดใหญ่ห่างจากราชธานีผู้ปกครองสืบเชื้อสายมาจากเจ้าเมืองเดิม
4. เมืองประเทศราช อยู่ไกลที่สุด มีความเป็นอิสระเหมือนเดิมแต่ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการตามกำหนด และส่งกองทัพมาช่วยเวลาสงคราม
การปกครองสมัยอยุธยาตอนกลาง
สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถถึงสมัยพระเพทราชา ได้มีการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงการปกครองให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ ทางการเมือง โดยมีสถาบันกษัตริย์เป็นหลักในการปกครองแบ่งได้ 2 ช่วง
ช่วงที่ 1 เป็นช่วงสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงปรับปรุงการปกครองใหม่เนื่องจากปัจจัยหลายๆอย่างเช่น เศรษฐกิจ ควบคุมหัวเมืองได้ไม่ทั่วถึง และเมืองลูกหลวงมีอำนาจมากขึ้น และมักแย่งชิงบัลลังก์อยู่เนืองๆ ทรงแยกทหารและพลเรือนออกจากกัน และรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง ทำให้ราชธานีมีอำนาจมากขึ้น มีการควบคุมเข้มงวดมากขึ้น มีการปฏิรูปการปกครองโดยให้ สมุหนายก ดูแล ข้าราชการฝ่ายพลเรือนทั้งในราชธานี สมุหกลาโหม ดูแลฝ่ายทหาร ทั้งในราชานีและหัวเมือง
การปฏิรูปส่วนหัวเมือง แยกเป็น 3 ส่วน
1. หัวเมืองชั้นใน ยกเลิกหัวเมืองลูกหลวง จัดตั้งเป็นเมืองชั้นใน ส่งขุนนางไปครอง
2. หัวเมืองชั้นนอก หัวเมืองประเทศราชเดิม ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของอยุธยาเรียกว่า เมืองพระยามหานคร ปกครองแบบใกล้ชิด เช่น พิษณุโลก นครศรีธรรมราช เป็นเมืองชั้นเอก โท และตรี
3. เมืองประเทศราช เช่น ตะนาวศรี เขมร ให้เจ้านายพื้นเมืองเดิมปกครอง ส่งบรรณาการและกองทัพมาช่วยเวลาเกิดสงคราม
ช่วงที่ 2 ตรงกับสมัยพระเพทราชา ถ่วงดุลอำนาจทางทหารโดย หัวเมืองฝ่ายเหนือให้สมุหนายกดูแลทหารและพลเรือน หัวเมืองใต้ให้สมุหกลาโหมดูแลทั้งทหารและพลเรือน
ปกครองสมัยอยุธยาตอนปลาย
สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ทรงปรับเปลี่ยนอำนาจทางทหาร เพื่อถ่วงดุลมากขึ้นโดย ให้พระคลังดูแลทหารและพลเรือนทางใต้แทนสมุหกลา-โหม ส่วนสมุหนายกยังคงเหมือนเดิม
สรุปการปกครองสมัยอยุธยามีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเมืองโดยมีจุดมุ่งหมายที่สำคัญคือพยายามรวมอำนาจการปกครองสู่ส่วนกลาง และควบคุมการปกครองหัวเมืองต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น พร้อมกับพยายามจัดรูปแบบการปกครอง เพื่อถ่วงดุลอำนาจกับกลุ่มเจ้านายและขุนนาง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการปกครอง
วาทิน ศานต์ สันติ : เรียบเรียง
หนังสือประกอบการเขียน
ประภัสสร บุญประเสริฐ.ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย = Economic history of Thailand : HI 322. พิมพ์ครั้งที่ 5.กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง. 2552.
วิไลเลขา ถาวรธนสาร และคณะ. พื้นฐานวัฒนธรรมไทย = Foundations of Thai culture : HI 121. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง. 2536.
https://youtube.com/shorts/YULcb90lXKo?feature=share