เด็กปฐมวัยกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมยังคงทวีความรุนแรงอยู่ตลอดเวลาถือว่าเป็นปัญหาของโลก และของทุก ๆ คน ซึ่งหากเราเหลือบมองดูคนรอบข้างแล้ว ส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว หรือบางคนแค่เพียงแต่สนใจตามกระแสเท่านั้น ยังไม่ถึงกับมีพฤติกรรมที่แสดงถึงการช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เป็นของเราทุกคน ข่าวที่เกิดขึ้นจึงมีการทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมตลอดเวลาทั้งที่เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ และเรื่องใหญ่ขนาดเผ่าป่าหรือตัดไม้ทำลายป่า ขณะที่ปัญหาสิ่งแวดล้อมยังคงมีอยู่ต่อเนื่องในทุกภูมิภาค และเพิ่มความรุนแรงอยู่ตลอดเวลา เราจะต้องช่วยกันรณรงค์และผลักดันในเรื่องความรู้ความเข้าใจ ความตระหนัก และพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้เกิดมีในคนไทยเพื่อจะได้ไม่ต้องตกอยู่ในภาวะที่แก้ไขอะไรไม่ได้เลยในอนาคตที่พวกเราไม่รู้ว่าจะเกิดเมื่อไรและถ้าเกิดก็คงจะรุนแรงพอสมควรเพราะดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 หรือใกล้บ้านเมืองเราไม่ว่าในพม่าหรือลาว เราจึงไม่อยากให้เกิดในดินแดนประเทศไทยของเราซึ่งเป็นเมืองพระพุทธศาสนา แล้วจะเริ่มอย่างไรล่ะ ในฐานะที่เราอยู่ร่วมกันและทำงานด้านการศึกษา การสร้างพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต้องเริ่มกันตั้งแต่เด็กปฐมวัย เพราะเป็นวัยที่วางรากฐานของชีวิต มีงานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบพุทธวิธีเพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเด็กปฐมวัยที่วิจัยและพัฒนาโดยดารารัตน์ อุทัยพยัคฆ์เป็นรูปแบบการสอนสำหรับครูปฐมวัยที่ต้องการปลูกฝังพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับมนุษย์ตั้งแต่วัยเด็ก ลักษณะเด่นของรูปแบบการเรียนการสอนดังกล่าวได้นำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่เป็นหลักธรรมสำคัญมาเป็นหลักและบูรณาการในการเรียนการสอน หลักธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นสิ่งอันประเสริฐไม่มีใครเถียงได้หลักคำสอนของพระพุทธองค์อยู่บนหลักของเหตุและผล ปัญหาใด ๆ ก็ตามไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจ การปกครอง สังคม ตลอดจนปัญหาการศึกษา สามารถแก้ไขได้ด้วยหลักคำสอนและวิธีสอนของพระพุทธองค์ พระพุทธศาสนาสอนให้แก้ปัญหาของมนุษย์โดยมนุษย์เอง ที่ตรงตัวเหตุปัจจัย ไม่ได้จำกัดจำเพาะว่าจะแก้แต่ข้างในหรือแก้แต่ข้างนอก คือ แล้วแต่เหตุปัจจัย คือ การแก้ปัญหาตามหลักพระพุทธศาสนานั้น ไม่ใช่แก้ที่ข้างนอกหรือแก้ที่ข้างในอย่างเดียว แต่ให้แก้ตั้งแต่ข้างในออกมาทีเดียว (พระธรรมปิฎก) หลักธรรมที่ได้นำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน คือ หลักกัลยาณมิตร หลักโยนิโสมนสิการ หลักอริยสัจสี่ หลักอิทธิบาทสี่ และหลักไตรสิกขา ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ เมื่อได้นำมาใช้ในการเรียนการสอน ผลที่เกิดจากการได้ทดลองใช้พอจะสรุปได้โดยครูปฐมวัยมีความเห็นว่าเป็นรูปแบบที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยเพราะสามารถใช้พัฒนาทักษะกระบวนการคิดให้กับเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักเรียนคิดได้อย่างหลากหลายทั้งในเรื่องของสาเหตุปัญหาต่าง ๆ วิธีแก้ไขปัญหาเพื่อทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นหมดไป เกิดกระบวนการคิดวางแผนในการดำเนินงานต่าง ๆ มีการปฏิบัติด้วยตนเองและสรุปผลการดำเนินงานได้ นอกจากนั้นทำให้เกิดผลดังนี้
สามารถปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทำให้เป็นการวางรากฐานหรือเสริมสร้างคุณลักษณะที่ดีให้กับกับเด็กปฐมวัย และสามารถนำไปใช้จัดการเรียนการสอนในสภาพปกติ เด็กได้เรียนรู้จากการกระทำ เรียนรู้จากประสาทสัมผัสทั้ง 5
การนำหลักธรรมทางพุทธศาสนาที่สำคัญ คือ หลักกัลยาณมิตร หลักโยนิโสมนสิการ หลักอริยสัจ4 หลักอิทธิบาท4 และหลักไตรสิกขา มาใช้ในการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ให้กับเด็กปฐมวัยเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งสำหรับการศึกษาในเมืองไทย คนส่วนมากละเลยมาเป็นเวลานาน ดังนั้นการนำมาใช้จึงทำให้เกิดประโยชน์อย่างมากมายต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงขอเสนอแนะให้ครูปฐมวัยได้ลองนำขั้นตอนการสอนของรูปแบบการเรียนการสอนแบบพุทธวิธีไปใช้ ซึ่งมีอยู่ 8 ขั้นตอน คือ
- ขั้นสร้างความตระหนักและเจตคติ
- ขั้นคิดถึงสาเหตุของปัญหา
- ขั้นเสนอแนะคิดทางเลือก
- ขั้นวางแผนดำเนินการ
- ขั้นประเมินและหาทางเลือก
- ขั้นปฏิบัติตามขั้นตอน
- ขั้นประเมินผลและปรับปรุง
- ขั้นวัดผลและสรุปผล
ถึงแม้จะมีหลายขั้นตอนแต่ครูสามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้อย่างต่อเนื่องและทำให้เด็กได้ใช้กระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล มีการคิดแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลา จนเกิดเป็นพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ในที่สุด