การรู้จักทำความดี

ชื่อเรื่อง     ทางแห่งความดี                                                                                                                                 ของ           ท่านอาจารย์วศิน อินทสระ                                                                                                               ง   จากหนังสือ     เรือนธรรม

โดยธรรมดา การสอนให้คนอื่นทำนั้น เป็นเรื่องง่าย แต่การทำเองเป็นเรื่องยาก การสร้างบ้านสร้างเมืองด้วย น้ำลายนั้น จะสร้างวันละสักกี่เมืองก็ได้ แต่การทำให้ได้จริงตามที่ว่าไว้นั้น ยากเหลือเกิน ท่านจึงว่า ง่ายที่คิด ติดที่ทำบุคคลบางพวกสอน คนอื่นได้ แต่ตัวทำไม่ได้ บางพวกสอนคนอื่นไม่ได้ แต่ทำด้วยตนเองได้ บางพวก สอนก็ไม่ได้ ทำก็ไม่ได้ บางพวกทั้งสอนได้และทำได้สอนด้วย วาจา ๑ สอนด้วยการทำตัวอย่างให้ดู ๑ พวกสุดท้าย ย่อมได้รับการสรรเสริญโดยประการทั้งปวง

การสอนคนนั้น มี 3 อย่างคือ การกระทำนั้นแหละเป็นการสอนไปในตัวข้าพเจ้า เคยพูดไว้หลายครั้ง หลายแห่งแล้วว่า ทางที่ดีที่สุดในการสอนให้คนเสียสละ คือ จงเสียสละให้ดู ในการสอนให้คนสงบ คือ จงสงบให้ดูคำสอนแม้จะถูกต้อง แต่ถ้าตัวคนสอนทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ตนสอน คนทั้งหลายก็ จะไม่ซึ้งในคำสอนเช่นนั้น มันเหมือนเอามะลิไปโรยไว้หน้าศพ ใครเล่าจะยินดีดม มะลินั้น คำสอนนั้นมีแต่จะถูกหัวเราะเยาะสอน พ่อ แม่ ครู อาจารย์ ก็ เหมือนกันเพื่อมิให้เศร้าหมองด้วยการถูกหัวเราะเยาะ และถูกตำหนิ ติเตียน บัณฑิตจึงควรตั้งตนไว้ในคุณอันสมควรเสียก่อนแล้วสั่งสอนคนอื่นให้ตั้งอยู่ในคุณอันนั้นภายหลัง ไม่เป็นภัยแก่ตน และเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงต่อผู้อื่นการสอนผู้อื่นในคุณที่ตนมี แม้จะสอนซ้ำ ๆ ซาก ๆ แต่คนทั้ง หลายฟังแล้วก็ซาบซึ้งดี เพราะรู้สึกว่ามันออกมาจากใจของผู้สอน ส่วนคำสอนอัน วิจิตรพิสดาร แพรวพราวด้วยเหตุผล แต่ผู้สอนมิได้มีคุณเช่นนั้น ผู้ฟังย่อม ไม่เชื่อถือและไม่มีกำลังใจในการปฏิบัติตามลองคิดดูเถิด ถ้าคนเป็น โรคเรื้อนคนหนึ่ง ยืนพรรณนาถึงคุณภาพของยา และวิธีรักษาโรคเรื้อนให้หายขาดได้ ท่านผู้ฟังจะรู้สึกอย่างไรถ้ามันดีจริง ไฉนผู้นั้นจึงไม่จัดการรักษาโรคเรื้อนของตนให้หายขาดเสียก่อน หรือเป็นแต่เพียงผู้โฆษณาขายยา แต่ไม่เคยลอง ใช้ด้วยตนเองเลย ทั้ง ๆ ที่ตนก็เป็นโรคนั้นอยู่ น่าสลดใจหรือไม่บางคนสอนให้คนอื่นเลิกโลภ เลิกโกรธ เลิกหลง แต่ตนเองยังเต็มอยู่ด้วยความ โลภ ความโกรธ ความหลง จนล้นออกมาให้เห็นกันชัด ๆ อยู่ข้างนอก น่าสลดใจ เพียงใด ถึงกระนั้นก็ยังดีกว่าคนบางพวกที่เพียบแปล้ไปด้วยราคะโทสะโมหะ คือ โลภ โกรธ หลง แล้วยังชักชวนผู้อื่นเพื่อเป็นอย่างนั้นด้วย เหมือนสุนัขหางด้วนแล้วชวนเพื่อน ๆ ให้ไปตัดหางเสียด้วย อย่างนี้มีโทษ สองซ้ำสามซ้อน

ดังนั้น   “บัณฑิต ตั้งตนไว้ในคุณอันสมควร (คืออันเหมาะสม) ก่อนแล้วสอนคนอื่นภายหลัง จะไม่เศร้าหมอง”

นางสาวพราวตา     หมิดเจริญ

สาขางานคอมพิวเตอร์ธุรกิจและวิชาชีพ  ประจำปีการศึกษา  1/2554