กำลังใจ

ร่วมกันร้องเพลงชาติด้วยใจมีพลัง

วันนี้ (30 เมษายน 2511)   ผมได้มีโอกาสต้อนรับและเลี้ยงอาหารค่ำแก่คณะนักเทนนิสเยาวชนหญิงทีมชาติไทย 3 คน รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ได้แก่ กมลวรรณ บัวแย้ม, สวรรยา วสุพงศ์ไชย และณหทัย ขันธเขต ซึ่งเดินทางไปแข่งขันเทนนิสเยาวชนชิงแชมป์โลก ประเภททีมหญิง “จูเนียร์ เฟดคัพ 2011” โซนเอเชีย/โอเชียเนีย ระหว่างวันที่ 25 เมษายน - 1 พฤษภาคมนี้ ที่เมืองนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยมีคุณธนากร ศรีชาพันธ์เป็นโค้ชและเป็นกัปตันทีมไทย

เรื่องของเริ่องก็คือตามปรกติเวลาไปแข่งในต่างประเทศ บางครั้ง คุณธนากรก็ไม่ได้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตในประเทศนั้น ในครั้งนี้ก็เช่นกันโดยบอกในภายหลังว่ารู้สึกเกรงใจ อย่างไรก็ดี เป็นเพราะธงชาติไทย ทำให้เกิดเรื่องเล่าในครั้งนี้ ลองมาดูกันครับว่าเรื่องเป็นอย่างไร

ในวันพฤหัสที่ 29 เมย. ผมได้รับการติดต่อจากคุณกฎ เพชรภักดีพงษ์ นายสถานีการบินไทยเดลี ขอยืมธงชาติไทยโดยบอกว่าจะเอาไปให้นักเทนนิสไทยที่มาแข่งขันที่เดลี ผมก็เลยสอบถามรายละเอียดจึงทราบว่าเป็นนักเทนนิสเยาวชนหญิงทีมชาติไทย 3 คน มีคุณธนากร ศรีชาพันธ์เป็นโค้ช  ซึ่งคุณกฎเองก็ไม่ทราบรายละเอียดมากนัก แต่ก็บอกด้วยว่าคณะจะแข่งอีก 2 วันและจะอยู่ถึงวันที่ 1 พค.  ผมจึงเห็นว่าน่าจะเชิญมาเยี่ยมสถานเอกอัครราชทูตและเลี้ยงอาหารค่ำให้นักเทนนิส ซึ่งก็บังเอิญอีกละที่เอกอัครราชทูต (พิศาล มาณวพัฒน์) มีราชการด่วนต้องเดินทางกลับไทยในวันที่ 29 เมษายน ผมจึงขออนุญาตท่านทูตเชิญนักเทนนิสมาเลี้ยงอาหารค่ำที่ทำเนียบในวันที่ 30 เมษายน ซึ่งท่านก็กรุณาอนุญาต

ถ้าเอ่ยถึงชื่อของธนากร ศรีชาพันธ์ คนไทยส่วนใหญ่คงรู้จักดี เพราะเป็นพี่ชายของภราดร ศรีชาพันธ์ นักเทนนิสที่มีชื่อเสียงหนึ่งเดียวของไทย แต่สำหรับผม ต้องสารภาพว่าได้ยินชื่อธนากรเหมือนกันแต่ไม่ค่อยรู้เรื่องประวัติเท่าใดนัก อาจด้วยความที่ชีวิตนักการทูต ส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศมากว่าอยู่ในประเทศไทยจึงไม่ค่อยได้ติดตามข่าวของวงการเทนนิสของไทยเท่าใดนัก คุณธนากรหรืออาจารย์ธนากร เป็นอาจารย์สอนที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นคนที่มีอัธยาศัยดี สุภาพ เป็นผู้ใหญ่ สมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ทำให้ผมรู้สึกว่านักเทนนิสไทยเยาวชนโชคดีที่มีโค้ชดีๆ เช่นนี้

มาถึงเรื่องว่าทำไมจึงต้องใช้ธงชาติไทยและทำไมธงชาติทำให้ชนะ ผมอาจจะตั้งชื่อเรื่องเกินไป แต่ก็คงไม่ผิดเพราะนอกจากความสามารถของนักกีฬาแล้ว จิตใจก็สำคัญเช่นกัน โค้ชธนากรเล่าให้ฟังว่า ในวันที่ 26 -  27 เมย. สองวันแรกแรกที่แข่งขันกับศรีลังกาและอินเดียนั้น เด็กเล่นแล้วกดดันพอสมควร ทั้งอากาศและสิ่งแวดล้อม เช่นแข่งกับเจ้าบ้านที่มีคนมาเชียร์ แต่ของเราไม่มีคนไทยมาเชียร์ จึงเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง โค้ชจึงนึกถึงธงชาติไทย จึงได้ขอยืมจากสถานเอกอัครราชทูตเพื่อนำไปติดไว้ข้างสนามและบอกเด็กๆ นักเทนนิสว่าขอให้มองธงชาติแล้วนึกเสมือนว่าเราแข่งอยู่ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ต่อหน้าประเทศชาติ จะได้มีกำลังใจ ซึ่งก็ได้ผล ทำให้นักเล่นมีกำลังใจเล่นมากขึ้น และก็เป็นที่น่าดีใจว่าเด็กไทยสามารถเอาชนะศรีลังกา 3-0 และอินเดีย 2-1 โดยในแมชที่เล่นกับอินเดียนั้น ณหทัย เอาชนะ Snehadevi Reddy 2 ต่อ 3 เซต 1-6 / (8)7-6 และ 6-4    ส่วน กมลวรรณ เดี่ยวมือหนึ่งแพ้ให้แก่ Tahira Bhatti  3-6, 3-6 แต่ในประเภทคู่ กมลวรรณและณหทัย เอาชนะคู่ Bhatti and Jasmine Kaur Bajaj  2 ต่อ 3 เซต ด้วยคะแนน 4-6 / 6-1 / 6-4 

หลังจากนั้น เด็กไทยเราก็เจอกับออสเตรเลีย ทีมวางอันดับ 2 ในจำนวน 16 ทีมในวันที่ 28 เมย. ปรากฏว่าเราแพ้ออสเตรีเลีย 3-0 แต่แมชสำคัญคือระหว่างเรากับนิวซีแลนด์ ในวันที่ 29 เมย  เราชนะ 2-1 โดยณหทัยชนะ Danielle Feneridis 2 ต่อ 1 เซต ในขณะที่กมลวรรณพ่ายแก่ 2 ต่อ 1 เซต เช่นกัน ดังนั้นในประเภทคู่จึงถือเป็นแมชตัดสิน ปรากฏว่าด้วยธงชาติไทยที่ไปติดอยู่ในสนามในวันนั้น ทำให้เด็กของเราซึ่งคะแนนตามอยู่สามารถฮึดสู้พลิกเอาชนะได้อย่างสวยงาม 2 ต่อ 1 ด้วยคะแนน 5-7/ 6-7(7) โค้ชธนากรเล่าในภายหลังว่าแมชนี้เด็กเราสู้ด้วยกำลังใจจริงๆ จนโค้ชของนิวซีแลนด์ต้องยกนิ้วให้

ในวันที่ 30 เมย. ไทยเจอกับญี่ปุ่นทีมวางอันดับ 1 ซึ่งเราพ่ายไปตามคาด แต่อย่างไรก็ดี ผลงานที่ชนะศรีลังกา อินเดียและนิวซีแลนด์ทำให้ทีมไทยเป็น 1 ใน 4 ทีมตัวแทนของโซนเอเชีย/โอเชียเนีย เข้าไปแข่งขันเทนนิสเยาวชนชิงแชมป์โลก ประเภททีมหญิง “จูเนียร์ เฟดคัพ 2011” รอบสุดท้าย ที่ประเทศเม็กซิโก ในเดือนสิงหาคมได้สำเร็จ  ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตในวันเสาร์ที่ 30 เมย.

ผมได้สนทนากับนักเทนนิสเยาวชนหญิงทั้ง 3 คนไม่ว่าจะเป็นน้องคะน้า สวรรยา วสุพงศ์ไชย  น้องอีฟ  ณหทัย ขันธเขต และน้องนุ่น กมลวรรณ บัวแย้ม รู้สึกได้เลยว่าเป็นเด็กที่เก่งแต่มีสัมมาคารวะแบบเด็กไทย  เป็นเด็กที่กล้าแสดงความคิดความอ่าน ทั้งสามบอกตรงกันว่าผู้ปกครองสนับสนุนให้เล่นเทนนิสและอยากจะเป็นนักเทนนิสทีมชาติชุดใหญ่ต่อไป 

ผมได้สนทนากับอาจารย์เบิ้มแล้วก็ได้รับแง่มุมคิดเกี่ยวกับนักกีฬาเทนนิสทีมชาติที่น่าสนใจมากทีเดียว และต้องขอชื่นชมอจ.เบิ้มที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติในด้านที่ตนถนัดด้วยการเป็นโค้ ชทีมชาติ สร้างนักเทนนิสรุ่นใหม่ๆ เยาวชนเหล่านี้จะเป็นอนาคตของนักกีฬาทีมชาติในโอกาสต่อไปอย่างแน่นอน และก็ได้รู้จากการสนทนาว่าการเป็นโค้ชเทนนิสนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญในกีฬา  ยุทธศาสตร์ในการวางตัวผู้เล่น การดูแลผู้เล่นทั้งร่างกายและจิตใจให้สามารถเล่นได้เต็มกำลังและความสามารถ ซึ่งต้องแก้ปัญหาต่างๆ ตลอดเวลาทั้งก่อนการแข่งขัน ระหว่างการแข่งขันและหลังการแข่งขันรวม ทั้งการให้กำลังใจผู้เล่นในกรณีที่รู้สึกว่ากดดันระหว่างเล่น ซึ่งบางครั้งมีส่วนในชัยชนะของเกมส์

คุณธนากรบอกว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่อยากให้ลูกเล่นกีฬา แต่มักจะมุ่งให้ลูกชนะอย่างเดียว หากลูกแพ้ก็จะรับไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดเพราะกีฬา ก็ต้องมีแพ้ชนะเป็นของธรรมดา ต้องเรียนรู้ทั้งสองอย่างและพยายามทำให้ดีที่สุดสำหรับเทนนิส ส่วนใหญ่คนที่เป็นทีมชาติไม่ว่าจะเยาวชนหรือระดับชาติ มักจะเริ่มเล่นมาตั้งแต่เด็ก โดยมีพ่อแม่สนับสนุนและเด็กเองก็ชอบด้วย ก็จะเลื่อนระดับมาเรื่อยจากเยาวชน ถ้าไม่เปลี่ยนใจหรหือเปลี่ยนวิถีซะก่อน ก็จะมาถึงทีมชาติ

หลังจากงานเลี้ยงเย็นวันที่ 30 เมย.แล้ว ทีมไทยมีแข่งกับไต้หวันในวันที่ 1 พค. เป็นนัดสุดท้ายซึ่งไม่มีผลอะไรมากเพราะเป็นการชิงที่ 3 อย่างไรก็ดี ผมก็อยากจะไปดูเพราะอยากจะไปให้กำลังใจนักกีฬาเยาวชนของเราดังนั้นในเช้าของวันที่ 1 พค. ผมจึงได้มีโอกาสไปสนามแข่งขันเทนนิส  K H Khanna Tennis stadium ซึ่งเป็นสนามที่ใช้แข่งขันในกีฬาเครือจักรภาพที่ผ่านมาในปีที่แล้วด้วย

ผมนั่งชมการแข่งขันในวันนั้นตั้งแต่ต้นจนจบรวมเวลากว่า 5 ชม. รู้สึกอิ่มใจที่ได้เห็นเยาวชนหญิงไทยทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประเทศในด้านกีฬาเทนนิส  แม้ด้วยวัยที่ยังเยาว์ ตามปรกติก็ยังเป็นเด็กเหมือนเด็กทั่วไป แต่ด้วยภาระหน้าที่แล้วต้องถือว่าเธอทั้ง 3 มีหน้าที่เกินวัย เพราะได้ทำหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ เป็นตัวแทนของประเทศตั้งแต่ยังเด็ก ผมจึงเข้าใจดีถึงความกดดันของนักกีฬาในสนาม การแข่งขัน วันนั้นอากาศร้อนมาก เด็กทุกคนสู้ด้วยใจจริงๆ ขอชื่นชมด้วยใจจริง

อากาศร้อนมาก เด็กไทยเล่นได้ดีมากแม้จะไม่ชนะแต่ก็เล่นได้สมศักดิ์ศรี ทั้งนี้ 4 ทีมที่ได้ไปเล่นที่เม็กซิโกคือ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ไต้หวันและไทยตามลำดับ

โค้ชมีความสำคัญมากสำหรับนักเทนนิส โดยเฉพาะเยาวชนซึ่งอนุญาตให้โค้ชเข้าไปนั่งในสนามได้ ในทุกเซต ผมได้เห็นการให้คำแนะนำของโค้ชกับเด็กและการให้กำลังใจในช่วงที่กดดัน ทำให้รู้สึกว่าเทนนิสเป็นกีฬาที่ใช้ทั้งแรงและยุทธวิธี ในขณะเดียวกันก็ต้องใช้สมาธิและจิตใจที่นิ่ง จิตใจนั้นสำคัญมากเพราะนอกจากจะต่อสู้กับตัวเอง คู่ต่อสู้แล้ว ยังต้องสู้กับอากาศและสิ่งแวดล้อมด้วย สภาพจิตใจของผู้เล่นจึงสำคัญและมีส่วนในผลการเล่นไม่น้อยไปกว่าฝีมือ

ที่สำคัญ ในวันนั้น ผมได้เห็นแล้วว่าธงชาติไทยที่ถูกยืมไปติดในรั้วตรงกลางหลังกรรมการนั้น ทำให้เหมือนมีประเทศไทยอยู่ตรงนั้นให้กำลังใจนักกีฬาของเราด้วย ในวันที่ 1 พค. 2011 โค้ชธนากรและนักเทนนิสเยาวชนไทยทั้ง 4 คนก็นำธงชาติไทยมาคืนกับผม พวกเราได้ร่วมกันร้องเพลงชาติในโอกาสนี้ด้วย โค้ชธนากรบอกด้วยว่าเป็นการมอบคืนอย่างเป็นทางการด้วยความขอบคุณ และคงไม่ผิดที่จะยืนยันว่า ชนะด้วยธงชาติไทย  ไชโย