กลุ่มเรียนรู้สหภาพแรงงานการขนส่งแห่งประเทศไทย

 

 

                        

                              

                    กลุ่มเรียนรู้สหภาพแรงงานการขนส่งแห่งประเทศไทย

 

ความเป็นมา  

                 คำคมท้ายรถบรรทุกมีทั้งข้อความสนุกสนาน เสียดสีสังคมและให้ข้อคิดเช่น “มนุษย์ แท้จริงแล้วไม่ได้โตด้วยอาหาร แต่โตได้ด้วยความลำบาก” เป็นข้อคิดคำคมที่สะท้อนชีวิตของคนขับรถบรรทุกขับฝ่าความยากลำบากในถนนสายชีวิต การรวมกลุ่มเพื่อต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมและคุณภาพชีวิตของสิงห์รถบบรทุกเหล่านี้ก็เต็มไปด้วยขวากหนามด้วยเช่นกัน

ประวัติความเป็นมาก่อนหน้าการเข้าสู่กลุ่มสังคมเพื่อนในโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งขบวนการแรงงานเพื่อคุ้มครองสุขภาพและสวัสดิการแรงงานของสหภาพแรงงานการขนส่งแห่งประเทศไทยเริ่มจากคุณเดชธนา เพ็ชรธนาภา แกนนำสหภาพแรงงานฯซึ่งเป็นสหภาพแรงงานที่เป็นรูปแบบการรวมตัวของแรงงานในกลุ่มประเภทอุตสาหกรรมเดียวกันที่มักเรียกว่า Industrial Union นั้นก็เริ่มต้นจากการที่คุณเดชธนากับเพื่อนสมาชิกร่วมจัดตั้งสหภาพแรงงานของสถานประกอบการเดียวที่เป็นรูปแบบทั่วไปของการจัดตั้งสหภาพแรงงานในประเทศไทยหรือที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า House Union ในบริษัทที่ตนเองเป็นพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่จังหวัดอยุธยาเมื่อปีพศ.2544 และได้เจรจาทำข้อตกลงกับนายจ้างแล้วเสร็จเมื่อปีพศ.2545แต่ถูกแทรกแซงจากนายจ้างทำให้สหภาพแรงงานมิได้ดำเนินกิจกรรมใดๆแม้แต่การประชุมประจำปี คุณเดชธนา เพ็ชนธนาภา ในขณะนั้นมีตำแหน่งเป็นรองประธานสหภาพตระหนักว่าคงไม่สามารถดำเนินกิจกรรมตามอุดมการณ์ของสหภาพได้จึงลาออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพและจัดตั้งสหภาพแรงงานใหม่โดยจดทะเบียนสหภาพในจังหวัดปทุมธานีใช้ชื่อว่าสหภาพแรงงานขนส่งสินค้าเมื่อวันที่17มกราคม พศ.2546และดำเนินการประชุมคณะกรรมการซึ่งได้รับเลือกให้เป็นประธานสหภาพแต่ยังคงทำงานในสถานประกอบการเดิมและต่อมาวันที่31มกราคม พศ.2556ได้ถูกเลิกจ้างจึงดำเนินการต่อสู้ทางคดีชนะคดีในปีพศ. 2547 กลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ 12 มีนาคมในปีเดียวกันแต่นายจ้างสั่งพักงาน ไม่ให้ขับรถหรือทำงานอื่นใดและห้ามมิให้เข้าสถานประกอบการ

การถูกสะกัดกั้นเหล่านี้มิอาจหยุดยั้งการแสวงหาความยุติธรรมให้กับตนเองและพนักงานขับรถบรรทุกคนอื่นๆ คุณเดชธนาได้ดำเนินการร้องเรียนที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรจนกระทั่งได้กลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ขับรถอีกครั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2547 สถานการณ์กลับไม่สงบเมื่อนายจ้างอยู่เบื้องหลังการตั้งสหภาพแรงงานขึ้นใหม่เพื่อแย่งฐานสมาชิกสหภาพทั้งหมดเข้าไปเป็นของตนซึ่งแกนำอาจตกอยู่นภาวะการหมดสภาพการเป็นผู้นำสหภาพแรงงานภายในสถานประกอบการ คุณเดชธนาเล็งเห็นภาวะเสี่ยงจึงเรียกประชุมใหญ่วิสามัญพื่อที่จะเปลี่ยนข้อบังคับ เปลี่ยนประเภทโรงงานมาเป็นอุตสาหกรรมเป็นกิจการเดียวกัน  รับสมาชิกจากบริษัทอื่นมาร่วมเป็นกิจกรรมของสหภาพแรงงานขนส่งเดียวกัน การปรับเปลี่ยนรูปแบบสภาพภาพดังกล่าวนับเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้สหภาพแรงงานคงอยู่และเติบโตเป็นสหภาพแรงงานรูปแบบอุตสาหกรรมเดียวกันที่สามารถเผยแผ่อุดมการ์การช่วยเหลือพนักงานขับรถบรรทุกให้กว้างขวางออกไปอีก

ในระหว่างการเจรจาเพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหภาพและผู้ใช้แรงงานอื่นๆเกี่ยวกับปัญหาข้อร้องเรียนเรื่องสภาพการจ้างงานอยู่นั้นคุณเดชธนาก็ถูกนายจ้างเลิกจ้างเป็นครั้งที่2 เมื่อเดือนมกราคม 2548 ซึ่งคุณเดชธนาเห็นว่าไม่เป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรมจึงได้นำเรื่องเข้าร้องเรียนคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ภายใน 60 วันหลังจากถูกเลิกจ้างซึ่งมีคำตัดสินไม่ให้ผู้ยื่นร้องเรียนหรือคุณเดชธนากลับเข้าทำงานเพราะมีการขัดแย้งที่รุนแรงมากจนไม่สามารถประนีประนอมกับนายจ้างได้จึงเห็นควรให้นายจ้างจ่ายค่าเสียหายแต่คุณเดชธนาไม่รับข้อเสนอเพราะเห็นว่าตนเองมิได้มีความผิด จึงดำเนินการต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมเพื่อแสดงให้เห็นว่าการต่อสู้ตามแนวของกฎหมายจนถึงที่สุดให้เป็นบรรทัดฐานในการตัดสินพิจารณาคดีอื่นๆที่คล้ายคลึงกันและนำไปสู่การเป็นกรณีศึกษาเพื่อมีผลต่อกฎหมายและสภาพการจ้างงานในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นการเรียกร้องศักดิ์ศรีของลูกจ้างในการกลับเข้ามาปฏิบัติงาน ซึ่งเหตการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นเป็นตัวอย่างการต่อสู้ที่เป็นประโยชน์แก่ลูกจ้างในการดำเนินคดีอย่างมีหลักการและอุดมการณ์แม้ว่าคุณเดชธนาจะถูกขึ้นบัญชีดำ สมัครงานในสถานประกอบการขนส่งอื่นๆไม่ได้ ต้องมาทำงานเป็นลูกจ้างรายวันในกิจการขนส่ง และทำงานอิสระขับรถแท็กซี่ หรือรับจ้างทั่วไปเป็นรายได้เสริม ก็ยังยึดมั่นทำงานสหภาพและช่วยเหลือเพื่อนแรงงานพนักงานขับรถบรรทุกซึ่งเมื่อเริ่มก่อตั้งสหภาพมีสมาชิกมากถึง 600 คนแต่ต่อมาสมาชิกหลายคนได้ถูกบีบบังคับจากนายจ้างมิให้ยุ่งเกี่ยวกับสหภาพดังนั้นปัจจุบันจึงมีสมาชิกประมาณ 200 คน

ความคาดหวังเดิมของกลุ่มสหภาพแรงงานขนส่งแห่งประเทศไทย

                ความคาดหวังของกลุ่มสหภาพแรงงานการขนส่งแห่งประเทศไทย แม้ว่าการวมตัวกันของสมาชิกสหภาพขนส่งซึ่งเป็นพนักงานขับรถวิ่งรถขนส่งสินค้าทั่วประเทศ และสมาชิกถูกจ้างงานจากสถานประกอบการที่ต่างกัน สมาชิกมิได้มีสภาพการทำงานในบริษัทเดียวกันจึงไม่สามารถที่จะมาพบกันได้สะดวกเพราะสมาชิกแต่ละคนมีภาระกิจขับรถที่แตกต่างกันหาเวลานัดหมายประชุมกันได้ลำบาก อีกทั้งมีการกีดกันจากนายจ้าง แต่กลุ่มมีความมีความคาดหวังในการก่อตั้งเป็นสหภาพขนส่งเพื่อร่วมกันทำหน้าที่และร่วมรับผิดชอบเพื่อการช่วยเหลือสมาชิกและผู้ได้รับความเดือดร้อนจากสภาพการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรมให้ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมาย  โดยคุณเดชธนาและกรรมการสหภาพแรงงานฯไม่ได้เรียกร้องค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือลูกจ้างที่ถูกละเมิดสิทธิหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมแต่คาดหวังว่าลูกจ้างเหล่านั้นจะต่อสู้ด้วยหลักกฎหมายและข้อเท็จจริจนถึงที่สุดเพื่อเป็นการสร้างบรรทัดฐานในการพิจารณาคดีต่อไปเพื่อให้เกิดสวัสดิภาพ ความปลอดภัยและความมั่นคงในการจ้างงาน แต่หากลูกจ้างตัดสินใจยอมรับข้อเสนอของนายจ้างหรือการไกล่เกลี่ยของศาลเพื่อยุติการข้อร้องเรียนขึ้นอยู่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างหากลูกจ้างไม่ต้องการต่อสู้จนถึงที่สุด ลูกจ้างบางคนเห็นตัวเงินที่สามารถจับต้องได้ตามข้อเสนอแต่ถ้ายืนหยัดต่อสู้ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ตามที่เรียกร้องหรือไม่จึงมักรับการไกล่เกลี่ย ได้เงินแล้วยอมออกจากบริษัทเพื่อหาหนทางสมัครเข้าทำงานสถานที่แห่งใหม่ อยู่บริษัทใหม่ แต่ถ้ามองเป็นผลดีในบริษัทใหม่ก็คือลูกจ้างผู้นั้นก็มีประสบการณ์ด้านการต่อสู้ตามกฎหมายแรงงาน เขาสามารถจัดตั้งสหภาพแรงงานหรือเข้าไปเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานแห่งใหม่ที่สามารถคุ้มครองช่วยเหลือลูกจ้างได้ต่อไป สหภาพฯพยายามจะเปลี่ยนแปลงทัศนคติของลูกจ้างให้ดำเนินการต่อสู้จนสิ้นสุดขบวนการตามกฎหมายเพื่อความเป็นธรรมมากกว่าผลประโยชน์ระยะสั้นที่นายจ้างหยิบยื่นให้การปรับเปลี่ยนทัศนคติของลูกจ้างให้ดำเนินการต่อสู้ด้วยระบบและรูปแบบของกฎหมายจนถึงที่สุดนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถของสหภาพแรงงานการขนส่งแห่งประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง

 

การข้าร่วมโครงการสสร.และความคาดหวังใหม่  

                ส่วนการเข้าร่วมโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งขบวนการแรงงานเพื่อคุ้มครองสุขภาพและสวัสดิการแรงงาน (สสร.) จากประวัติการต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทำให้รู้จักกับอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  ซึ่งได้แนะนำให้เข้าร่วมโครงการฯ ในปีพศ.2552 โดยที่เป็นกลุ่มเรียนรู้แบบประเภทกลุ่มอุตสาหกรรมและเป็นการต่อสู้อย่างเป็นระบบด้วยการใช้ข้อกฎหมายในการต่อสู้  คุณเดชธนากล่าวถึงความรู้สึกเมื่อทราบรายละเอียดของโครงการว่า ”พอเข้ามารู้สึกว่าผมมีความรู้สึกว่ามันใช่ เนื่องจากว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ไม่จำแนกคนงานออกเป็นส่วนๆ มองภาพแรงงานเป็นภาพรวม เป็นกลุ่มที่มีพลังที่สามารถต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะการรวมกลุ่มของแรงงานเพื่อสิทธิประโยชน์ ความปลอดภัยและ ความมั่นคงในการทำงาน”  ส่วนสมาชิกในกลุ่มเรียนรู้กล่าวว่ารู้สึกประทับใจและเข้าร่วมโครงการเพราะ “สังคมเพื่อนนี้คือสังคมช่วยเหลือกัน” เวลามีอะไรเราสัมมนาและแบ่งปัน ปัญหาและช่วยเหลือกัน

                การเข้ากระบวนการเรียนรู้ผ่านกลุ่มสังคมเพื่อนของโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งขบวนการแรงงานเพื่อคุ้มครองสุขภาพและสวัสดิการแรงงาน (สสร.)นั้นสหภาพแรงงานการขนส่งแห่งประเทศไทยมีความคาดหวังว่าจะได้เครื่อข่ายด้านวิชาการโดยเฉพาะเรื่องกฎหมายที่จะมาช่วยเหลือแรงงานที่ถูกละเมิดสิทธิให้ได้รับความเป็นธรรมโดยการต่อสู้ตามกฎหมายและเคาดหวังว่าจะได้พื่อนร่วมอุดมการณ์คุ้มครองและเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ลูกจ้างทุกประเภททั้งในระบบนอกระบบรวมทั้งแรงงานข้ามชาติ

พัฒนาการของกลุ่มสังคมเพื่อนของสหภาพแรงงานการขนส่งแห่งประเทศไทย

                การเข้าร่วมกลุ่มสังคมเพื่อนหรือกลุ่มเรียนรู้นั้นสหภาพแรงงานการขนส่งแห่งประเทศไทยได้เข้าร่วมตั้งแต่ปี 2552 จัดกลุ่มสังคมเพื่อนเปิดโอกาสให้สมาชิกได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 2 กลุ่มในสองพื้นที่คืออำเภอบางบ่อจังหวัดสมุทรปราการซึ่งเป็นพื้นที่รวมตัวของสมาชิกสหภาพหนึ่งกลุ่ม และเขตคลองเตย กรุงเทพมหนครอีกหนึ่งกลุ่ม กลุ่มละ25 คน    แต่ละกลุ่มดำเนินกิจกรรมประชุมกลุ่มพูดคุยทุกสัปดาห์ประมาณ 12 ครั้งจากนั้นจึงเป็นการเข้าร่วมกลุ่มทุกเดือน 

          ด้วยข้อจำกัดของการทำงานที่ต้องขับรถขนส่งสิ้นค้าทั่วประเทศทำให้สมาชิกมิได้มีเวลาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันบ่อยนัก การบริหารจัดการกลุ่มสังคมเพื่อนของสหภาพการขนส่งฯมีวิธีการที่น่าสนใจคือการที่จะจัดกลุ่มศึกษาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์นั้นจัดได้สองกลุ่มแต่มีผลงานเท่ากับการจัดสี่กลุ่มกล่าวคือกลุ่มแต่ละพื้นที่มีการจัดกลุ่มหนึ่งกลุ่มก็จะเสมือนแยกเป็นสองกลุ่มย่อยเพราะมีจำนวนสมาชิกมากว่า 20 คนเพราะบรรดาสิงห์รถบรรทุกได้เกี่ยวก้อยภรรยา หรือบุตรเข้ามาร่วมวงสนทนาให้เกิดความเข้าใจกันทั้งครอบครัว 

การเข้ากลุ่มสังคมเพื่อนของสหวภาพแรงงานการขนส่งฯเป็นการสร้างเสริมภาระผูกพันให้แก่กลุ่มกล่าว คือ กลุ่มสังคมเพื่อนกำหนดการประชุมช่วงเย็นซึ่งสมาชิกมักจะมาซื้ออาหารเย็นกับครอบครัวฉะนั้นทั้งครอบครัวก็อาจจะมานั่งฟังด้วย 2-3 ชั่วโมงซึ่งสมาชิกของครอบครัวก็ได้เรียนรู้ประเด็นที่กลุ่มได้พูดคุยกันซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องชีวิตการทำงานและการถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง  คุณเดชธนาเล็งเห็นประโยชน์ของการจัดกลุ่มเรียนรู้ที่นำครอบครัวเข้ามาร่วมวงการสนทนาด้วยว่า “สหภาพแรงงานส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย เป็นหัวหน้าครอบครัว ต้องหารายได้ให้ครอบครัวแต่คนดูแลการเงินภายในครอบครัวคือภรรยา ถ้ารายได้ไม่พอเพราะถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง ภรรยาไม่เข้าใจก็เกิดมีปากเสียงกัน ถ้าหากเข้าร่วมกลุ่มก็จข้าใจเป้าหมายของกลุ่มและถ้าเดือดร้อนกลุ่มสามารถช่วยเหลือหยิบยืมเงินทองได้บ้าง การมีสหภาพแรงงานคุ้มครองก่อประโยชน์แก่สมาชิกอย่างไร เดี๋ยวนี้เมื่อมีปัญหาฝ่ายภรรยาจะโทรมาปรึกษามากว่าฝ่ายสามีเพราะต้องดูแลการเงินในครอบครัว”

ความรู้และกระบวนการเรียนรู้ของกลุ่ม  

                กลุ่มสังคมเพื่อนสหภาพแรงงานการขนส่งแห่งประเทศไทยเวลาเข้ากลุ่มประชุมในแต่ละสัปดาห์มักเป็นการนำกรณีศึกษาของสมาชิกที่ถูกรังแกจากนายจ้างมาเล่าสู่กันฟังเพื่อทราบข้อมูลในการช่วยเหลือทางกฎหมายหรืออาจนำเรื่องที่สมาชิกประสบปัญหามาแลกเปลี่ยนกันซึ่งอาจดูเหมือนว่าคุยแบบไร้วาระการประชุมแต่ถ้าจับประเด็นใดมาขยายความเป็นความสนใจร่วมกันหรือเดือดร้อนร่วมกัน มีมติว่ากลุ่มจะดำเนินการไปในทิศทางเดียวกันก็ขอมติที่ประชุมให้เลือกจากทางเลือกที่ระดมความคิดเห็นจากกลุ่ม หากมีประเด็นย่อยอื่นๆที่เป็นประโยชน์ก็จะค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อนำมาหารือกันในครั้งต่อไป

สมาชิกมีการบ้านช่วยกันค้นหาข้อมูลมาเข้าร่วมพูดคุยหรือซักถามกันมากในแต่ละครั้งที่มีการประชุมกลุ่มกระบวนการเรียนรู้เช่นนี้สร้างเสริมให้สมาชิกส่วนใหญ่ตระหนักว่าเป็นการต่อสู้กับการฉกฉวยเอาประโยชน์ของนายจ้างนั้นลูกจ้างต้องใช้ความละเอียดในการเก็บข้อมูลหลักฐานการทำงานซึ่งมักจะถูกละเลยการแลกเปลี่ยนปัญหาเหล่านี้เป็นบทเรียนที่สนใจของสมาชิกเช่นลูกจ้างเริ่มรู้จักตั้งคำถามในการประชุมของนายจ้างที่เรียกประชุมโดยไม่มีวาระการประชุมแต่ให้เซ็นชื่อเข้าร่วมประชุมซึ่งนายจ้างอาจใช้เป็นหลักฐานว่าได้ประชุมพูดคุยเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วในการประชุมซึ่งลูกจ้างลงชื่อรับทราบแล้วแต่แท้ที่จริงมิได้มีการคุยหรือแจ้งเรื่องดังกล่าว ซึ่งในระยะหลังลูกจ้างมีความกล้าหาญเดินออกจากที่ประชุมมากขึ้นหากไม่มีวาระการประชุมที่ชัดเจนซึ่งความกล้าเหล่านี้เกิดขึ้นจากการได้รับรู้ประสบการณ์ของกลุ่มสังคมเพื่อน

แกนนำยังใช้เทคนิคข่าวสารในชีวิตประจำวันเข้ามาสร้างความตระหนักให้แก่สมาชิกเช่นการนำข่าวอุบัติเหตุของรถบรรทุกมาพูดคุยว่าหากลูกจ้างจำยอมทำงานเกินเวลาโดยไม่พักผ่อนเหตุการณ์เหล่านี้ก็อาจเกิดขึ้นกับสมาชิกแต่ถ้าหากร่วมกันต่อสู้เรื่องค่าจ้างที่เหมาะสมถือว่าเป็นขับรถบรรทุกต้องใช้ทักษะพิเศษต้อมีรายได้มากว่าค่าตอบแทนขั้นต่ำสมาชิกต้องร่วมกันเรียกร้องรายได้ที่สมเหตุสมผลกับการทำงานมิใช่ยอมจำนนตามนายจ้างเพียงอย่างเดียว หรือหากมีกรณีปิดสถานประกอบการถ้าลูกจ้างไม่สร้างฐานเศรษฐกิจของตนเองเป็นทุนเกื้อหนุนยามเดือดร้อนครอบครัวจะตกสู่ภาวะวิกฤต

ในการประชุมกลุ่มยิ่งถ้ามีนักกฎหมาย นักวิชาการเข้ามาร่วมวงสนทนาจะมีข้อแลกเปลี่ยนที่ก่อเกิดความเข้าใจยิ่งขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดในการประชุมของสมาชิกหลายคนที่ต้องปฏิบัติงานคุณเดชธนาจึงพยามหาสื่อความรู้ประเภทแผ่นซีดีความรู้แล้วเปิดฟังในขณะขับรถจะช่วยให้สมาชิกเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องได้มากขึ้น

          สมาชิกกลุ่มสังคมเพื่อนที่รวมตัวเป็นสหภาพแรงงานประเภทอุตสาหกรรมหลายสถานประกอบการร่วมกันเป็นหนึ่งสหภาพมีความภาคภูมิใจมากเมื่อร่วมเป็นเครือข่ายการเรียนรู้ของโครงการสสร.เพราะเป็นสหภาพอุตสหกรรมหนึ่งเดียวที่ยืนหยัดแม้ว่าจะต้องทนแรงต่อต้านจากฝ่ายนายจ้างที่ต้องการล้มสหภาพประเภทนี้และยิ่งปัจจุบันสหภาพดำเนินการช่วยเหลือสมาชิกที่ถูกเลิกจ้างอย่างไม่ยุติธรรมให้ได้รับชัยชนะหลายรายยิ่งเป็นไม่พอใจของนายจ้างด้วยเกรงว่าหากมีการรวมตัวกันหลายสถานประกอบการหรือมีสมาชิกมากขึ้นการรวมตัวเจรจาต่อรองเพื่อผลประโยชน์ย่อมมีมากขึ้น นายจ้างย่อมเป็นฝ่ายเสียเปรียบ สหภาพแรงงานฯจึงถูกกดดันหลายเรื่องเช่นเรื่องสถานที่ของสหภาพ

ก้าวต่อไปของกลุ่มสังคมเพื่อนสหภาพการขนส่งแห่งประเทศไทย  

                ผลจากการเข้าร่วมกลุ่มสังคมเพื่อนสร้างความเติบโตและตระหนักต่อการรักษาคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของตนและการมีเครือข่ายความรู้ส่งผลให้สหภาพฯมีความเข้มข้นมีความคิดในเชิงการพึ่งตนเอง เช่นมีสมาชิกได้เริ่มคิดเรื่องฐานสร้างรายได้ที่นอกเหนือจากงานประจำมีบางคนเช่าซื้อรถยนต์เพื่อนำมาตระเวนรับซื้อของเก่าตามชุมชนในวันหยุดงานของตน บางรายออกรถยนต์เพื่อให้เช่าอีกต่อ  บางรายได้ข้อคิดเรื่องการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพโดยไม่เข้าร่วมวงการดื่มแอลกอฮอล์ในวันพักผ่อนเก็บเงินไว้เผื่อเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอนในอนาคต สหภาพแรงงานการขนส่งแห่งประเทศไทยพยายามจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่นภาวะการเลิกจ้างโดยไม่ยุติธรรม


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สังคมสงเคราะห์ ชวนเขียน ชวนคุย

คำสำคัญ (Tags)#สหภาพแรงงานกลุ่มอุตสาหกรรม

หมายเลขบันทึก: 437782, เขียน: 02 May 2011 @ 10:15 (), แก้ไข: 11 Dec 2012 @ 13:42 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (1)

สายัน ทองนึก
IP: xxx.55.233.20
เขียนเมื่อ 

ทางราชการให้ความช่วยเหลือช้ามากหนึ่งเราต้องช่วยตัวเองก่อน มีทุนสำรองแค่ใหนเมื่อถูกนายจ้างกลั่นแกล้งมีงานสำรองหรือเป่ลา ระยะเวลาไกล่เกลื่ย หนึ่งถึงสองปีถึงขั้นร้องฟ้องสี่ถึงห้าปี