ผมสงสัยตลอดมา ว่าทางการของรัฐ ปล่อยให้การโฆษณากึ่งจริงกึ่งหลอกเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร..........
เช้าวันที่ ๒๑ มี.ค. ๕๔ ผมเข้าไปนั่งทำงานที่ สคส. และได้อ่านหนังสือพิมพ์รายวัน เห็นโฆษณาของธนาคารกสิกรไทย ในกรุงเทพธุรกิจ “สูงสุด ๖% ต่อปี” ก็ตาลุก ว่าดอกเบี้ยเงินฝากพุ่งพรวดขนาดนี้เชียวหรือ
อ่านให้ละเอียดจึงรู้ว่าเป็นกลยุทธการโฆษณาเรียกความสนใจ เป็นความจริงหลอกๆ เพราะจริงๆ แล้ว อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นเป็นขั้นบันไดของช่วงเวลาที่ฝาก เริ่มต้นที่ ๑.๗๕% และสูงสุด ๖% ที่เดือนที่ ๑๓ – ๑๖
ผมสงสัยตลอดมา ว่าทางการของรัฐ ปล่อยให้การโฆษณากึ่งจริงกึ่งหลอกเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร และวงการโฆษณาเขายึดถือหลักจริยธรรมที่ย่อหย่อนเช่นนี้ หรือไม่มีหลักจริยธรรมเลยหรือ
พลิกไปที่ เซ็กชั่น เศรษฐกิจการเงิน ก็พบพาดหัวข่าว “ธปท. เบรกแบงก์แข่งเงินฝาก ห้ามวิธีชิงโชค-จับฉลากล่อลูกค้า หากจ่ายดอกเบี้ยขั้นบันได ต้องระบุผลตอบแทนต่อปีให้ลูกค้าทราบชัดเจน ...” ก็เกิดความรู้สึกชื่นชมธนาคารแห่งประเทศไทย ที่คอยทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์สาธารณะอย่างรู้เท่าทัน และคิดว่าโฆษณาของ K Bank ข้างต้น ละเมิดคำสั่งของ ธปท. เพราะไม่ได้ระบุอัตราผลตอบแทนต่อปี แต่ใช้ถ้อยคำหลอกล่อให้เข้าใจว่าได้ดอกเบี้ย ๖% ต่อปี
นี่คือ media literacy ที่คนทุกคนต้องเรียนรู้ ว่ามีมายาแฝงอยู่ การศึกษาไทยต้องฝึกให้นักเรียนเข้าใจมายาเหล่านี้ เพื่อให้เกิด life skills ในท่ามกลางดงมายาของโลกทุนนิยมเสรี ที่บางครั้งจริยธรรมต่ำ
วิจารณ์ พานิช
๒๑ มี.ค. ๕๔