ใบประดูอ่อน ฝักจามจุรี และสายบัว คือ เมนูเด็ดสำหรับโคในฤดูแล้ง

             นึกถึงสมัยเป็นสาวซำน้อย อยู่ที่อำเภอเขาวง  จังหวัดกาฬิสินธุ์ หน้าที่หลักคือเลี้ยงโค กระบือและปลูกผักขายหารายได้เป็นค่าอาหารไปโรงเรียน

             ในฤดูฝนชาวบ้านทำนา พื้นที่เลี้ยงโค กระบือมีน้อย พ่อก็จะชวนไล่ต้อนไปเลี้ยงบนภูเขาที่ภูพาน กิ่ง อ.ดงหลวงในปัจจุบันบนภูเขาอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ทั้งโค กระบือ และคน อาหารมีหลากหลาย  โคและกระบือก็ปล่อยให้หากินเอง คนเลี้ยงก็หาของป่าไปด้วย

             การเฝ้าสังเกตและดูแลว่าโค กระบืออยู่บริเวณไหน ก็แค่ฟังสัญญาณจากเสียงเกราะไม้ (กะโหล่ง) ที่คล้องคอโคและกระบืออยู่ เกราะหรือกะโหล่งนี้ต่อมาก็พัฒนาเป็นเครื่อดนตรีที่ขึ้นชื่อของชาวกาฬสินธุ์ คือโปงลาง

            ส่วนโค กระบือตัวไหนที่คึกคะนองมาก เพราะทำหมันไม่สำเร็จ จะปล่อยให้หากินเองไม่ได้จะต้องเลี้ยงและดูแลเป็นอย่างดี ด้วยการเลี้ยงไว้ที่บ้านแล้วเกี่ยวหญ้าให้กินวันละ 3 กระสอบต่อตัว รวมทั้งให้กินฟางข้าวในตอนเย็น และจะมีเมนูเด็ดเก็บสายบัวในสระให้กินเสริมอาทิตย์ละครั้ง พ่อบอกว่าเป็นการเรียกน้ำย่อยให้โค กระบือ

            ในฤดูแล้งจะปล่อยให้โคหากินเองตามทุ่งนา โดยมีหญ้าและฟางข้าวเป็นอาหารหลัก แต่อาหารที่ขึ้นชื่อสำหรับโค กระบือ เหมือนหูฉลามน้ำแดงของใครบางคน คือใบอ่อนของต้นประดู่ เวลาคนเลี้ยงถือมีดปีนต้นประดู่เหมือนรู้ใจ โค กระบือทั้งฝูงจะมารายล้อมอยู่รอบต้นประดู่ บางวันจะอยู่โยงใกล้ ๆ ไม่ไปไหน ส่วนเมนูเด็ดที่ต้องแวะชิมก่อนกลับบ้านก็คือ ฝักจามจุรีที่สุกและหล่นลงดิน  โค กระบือทั้งหลายจะยืนเรียงรายเคี้ยวฝักจามจุรีน้ำลายเยิ้มอย่างมีความสุข อิ่มแล้วก็นวยนาดลงสระน้ำกินสายบัว ใบบัวปิดท้ายก่อนเข้าคอก

             นี่เป็นอีกรูปหนึ่งของความสุขจากการเลี้ยงโค กระบือ ที่เคยพบ ท่านที่เลี้ยงอยู่ตอนนี้ลองเอาเมนูนี้ไปใช้บ้างก็ได้  บางทีสัตว์ที่น่ารักเหล่านี้อาจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ได้ชิมเมนูเด็ดก็เป็นได้

           สวัสดีค่ะ  พันดา  เลิศปัญญา