กำลังใจของพ่อ

           ภาพที่เห็นอยู่บ้างหน้า คือพ่อเหียน แกมนาค อายุ๙๔ ปี นอนอยู่บนเตียง มีร่างกายที่ผ่ายผอม น้หนักประมาณ ๔๐ กิโลฯ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ น้ำหนักกว่า ๗๐ กิโล

       "พ่อไม่กินข้าวมาหลายวันแล้ว กินอะไรเข้าไปก็อ้วกหมด ตอนนี้กินแบนด์ กับยาคูลท์" เป็นคำตอบที่ได้จากการบอกเล่าพี่ยวน ผู้ดูแลพ่อ อยู่บ้าน

    "ไม่รู้ว่า จะอยู่ได้อีกสักกี่วัน กินข้าวไม่ได้" เสียงพ่อพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบา

    "ต่าย ไปไหน  ลูกสาว ไม่มาด้วยเหรอ"

      "ต่าย ติดเรียน ลูกตาลก็ติดเรียน ตอนนี้เรียนปริญญาโท ทั้งคู่ หลังสงกรานต์ ค่อยมาเยี่ยม"

     "ไม่รู้ว่าจะอยู่ถึงสงกรานต์หรือเปล่า กินข้าวไม่ได้เเลย"

     พ่อพูดพร้อมมีน้ำตาใกล้ออกมานองแก้ม

     สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้คือ โทรสัพท์ห่ลูกตาลที่กรุงเทพฯ เพื่อจะได้ปู่กับหลานได้คุยกัน

     " พ่อ คุยกับลูกตาล ตอนนี้ติดต่อได้แล้ว"

   " ปู่  เป็นงัยบ้าง  ไม่ได้ไปเยี่ยมปู่ มีเวาจะลงไปเยี่ยมปู่น่ะ" เสียงลูกตาล พูดโทรศัพท์กับพ่อ

    " ไม่รู้จะอยู่ได้นานแค่ไหน ตอนนี้กินข้าวไม่ได้" พ่อพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบา น้ำตาลไหล แต่มีหน้าตาที่สดใสขึ้นทันทีที่ได้เยินเสียงหลาน

      "ไปกรุงเทพฯ ก่อน ไปรับ ต่ายกับลูกตาล ที่กรุงเทพฯ เดี่ยวพรุ่งนี้เช้าจะลงมาใหม่" บอกลาพ่อก่อนออกเดินทางเข้ากรุงเทพฯอีกครั้ง

          สิ่งที่เห็นในบ่ายวันนี้ต่างจากวันก่อนอย่างสิ้นเชิง เมื่อพ่อเหียนออกมาที่เตียงใต้ต้นไม้ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

      "ปู่ หลานมาหาแล้ว"

      "ปู่ เป็นงัยบ้าง "ลูกตาล ทักทายพ่อเหียน พร้อมจับมือ

      "ปู่กินขนม ดื่มนมด้วยน่ะ " ลูกตาลหยิบขนมป้อนให้ปู่รับประทาน

    วันนี้รับประทานขนมได้เยอะ กว่าทุกวัน

          หน้าของพ่อเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

         วันเวลาผ่านไปกว่า ๑ สัปดาห์ ที่เดินทางไปอินเดีย เพื่อไหว้พระและขอบารมีพุทธองค์ให้พ่อแข็งแรง 

      หลังจากเดินทางกลับเมืองไทยจึงโทรศัพท์ไปบ้าน

         "พ่อเป็นอย่างไรบ้าง" 

       "ซิ่งได้แล้ว เดินได้แล้ว ใช้ไม้ค้ำเดินไปที่ร้าน" เสียงพี่ยวน บอก

    ใครๆเขาก็ว่า ได้กำลังใจ ตอนนี้กินข้าวได้ เดินได้

      กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนแก่