GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เสวนาจานส้มตำ ๑๓ : แกะแนวคิดการจัดการความรู้ของคุณครูประถามในสไตล์ "สิริพร กุ่ยกระโทก"

ได้เวลาของเสวนาที่มีต้นทุนในการจัดที่ต่ำที่สุดในประเทศไทยอีกแล้วนะครับ นี่คือส่วนหนึ่งในการฝึกฝนคู่สนทนาจากตลาดโต้รุ่งกาฬสินธุ์ที่ติดตาม gotoknow มาระยะหนึ่ง และอยากจะเข้าใจในเรื่องของการจัดการความรู้ในแบบของครูบ้าง เพราะคู่สนทนาเป็นครูระดับประถมศึกษาที่กาฬสินธุ์ครับ

งั้นคงเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องเสวนาถึงครูประถมใน gotoknow
"
ครูอ้อย สิริพร กุ่ยกระโทก"
จาก ร.ร.พระยาประเสริฐสุนทราศรัย(กระจ่าง สิงหเสนี) สพท.กทม.เขต2

home / blog / skuikratoke

คู่สนทนา 1 - " แอบคลิกดูประวัติของครูสิริพร ไม่น่าเชื่อว่าอายุพอๆกับครูคนหนึ่งที่โรงเรียน แต่ท่านกระตือรือร้นกว่าครูท่านนั้น  รู้สึกว่า อายุมาก ยิ่งประสบการณ์มากจริงๆ"

นายบอน -  "ถือว่าครูอ้อยยิ่งแก่ ยิ่งมัน อายุไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการเรียนรู้เลย ไม่มีใครแก่เกินเรียน มีหลายคนที่อายุน้อยกว่าครูอ้อย 10 ปี แต่หมดไฟที่จะเรียนต่อปริญญาเอกเสียแล้ว การที่ครูอ้อยอยู่ในสังคมแห่งการเรียนรู้ ทำให้มีพลังขับเคลื่อนในการเรียนต่อได้ง่ายกว่า หลายคนที่ไม่ได้อยู่ในสังคมแห่งการเรียนรู้ "

คู่สนทนา 2 - " ชอบนิยามที่ครูอ้อยเขียนไว้ในบล็อกว่า ครูผู้สอนภาษาอังกฤษทุกคนจำเป็นต้องมีทักษะการบริหารจัดการความรู้ Knowledge Management Skill(ksm)มีหลักปฏิบัติดังนี้ 1.เป็นผู้ผลิตหรือเป็นผู้สร้างความรู้ การประเมินและใช้การวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้(Produce) 2.เป็นผู้ถ่ายทอดหรือขยายความรู้ไปยังบุคคลอื่น (Process) 3.นำความรู้ไปประยุกต์ใช้หรือสร้างสรรค์กับงานต่างๆ(Practice) 4.พัฒนาหรือปรับปรุงให้ทันสมัย(Progress) "

คู่สนทนา 1 - " มิน่าล่ะ เพราะมีแนวทางแบบนี้นี่เอง ตามอ่านบล็อกต่างๆของครูอ้อยแล้ว ได้อรรถรสดีเหมือนกัน อ่านง่าย มีลูกเล่นลูกรับในการเขียนตลอด ลื่นไหลดีมากๆ แถมยังกันเองกับทุกคน ก็ขนาดเขียนว่า ยี้ ให้นายบอนด้วย แล้วยังชื่นชมในเวลาไล่เลี่ยกัน "

นายบอน -  " เห็นแว๊บๆ ครูอ้อยเขียนไว้ว่า ตั้งแต่เรียนปริญญาโท ได้พัฒนาตนเองมากขึ้น รวมทั้งไปอบรม จนมีความรู้สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ"

คู่สนทนา 1 -  "แค่คนในวัยนี้ สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้คล่อง ก็ไม่ธรรมดาแล้ว แต่ตอนเรียนปริญญาโทที่ต้องพิมพ์วิทยานิพนธ์เองจนเก่งคอมพิวเตอร์ สมัยนั้นคงมีคนช่วยเหลือน้อย แต่สมัยนี้ มีคนรับจ้างพิมพ์ให้เสร็จสรรพ์ เลยทำให้คนที่จบปริญญาโทหลายคน ยังใช้คอมพิวเตอร์ไม่คล่อง "

คู่สนทนา 2 -  "บรรดาครูทั้งหลายมักจะงานยุ่งตลอด ถ้าเป็นคนที่กระตือรือร้นก็ยิ่งจะได้พัฒนาตนเอง  ยิ่งต้องไปอบรมอยู่บ่อยๆ ยิ่งจะเก่งมากยิ่งขึ้น แต่ครูบางคน ไม่ค่อยอยากจะไปอบรมมากนัก เพราะอยากดูแลครอบครัวมากกว่า ทำให้ครูบางคน เลยต้องไปอบรมอยู่บ่อยๆ จนทำอะไรเป็นหลายอย่าง"

คู่สนทนา 1 -  "ไปอบรมบ่อยๆ แล้วจะไม่ลืมกันบ้างเหรอ พี่ที่อำเภอคำม่วงต้องเข้ามาอบรมการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จังหวัดอยู่ บ่อย ๆ ตอนอบรมก็ทำได้ แต่พอกลับมาที่ทำงาน เค้าสั่งให้ทำงานส่ง ชักจะนึกไม่ออกแล้วว่า จะต้องทำยังไงบ้าง จะคลิกตรงไหนมั่ง เค้าจัดอบรมบ่อยๆ เอกสารการอบรมก็ไม่ค่อยละเอียด สุดท้ายก็ต้องไปตามคนที่ทำเป็นมาทำงานนั้นให้"

นายบอน -  "บางทีก็ต้องมีลืมๆกันบ้าง ถ้าวิทยากรในการอบรม พูดเร็วเกินไป หรือสาธิตการใช้โปรแกรมเร็วเกินไป จนหลายคนทำตามไม่ทัน แต่เวลาในการอบรมมีจำกัด ต้องเร่งสอนให้ครบตามหัวข้อไปก่อน "

คู่สนทนา 2 - "แต่ดูการเรียนรู้ของครูอ้อยแล้ว คงจะทำเป็นหลายอย่าง เพราะกลับมาเรียนรู้ด้วยตัวเองที่บ้านด้วย  ทั้ง E-learning ไปจนถึงเวบไซต์ แต่ครูอ้อยได้เปรียบตรงที่อยู่ในที่ที่มีสื่อการสอนครบถ้วน อยากจะรู้เรื่องอะไรเพิ่มเติม ใน กทม. สามารถหาสื่อการเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ง่าย แต่ที่กาฬสินธุ์นี่สิ ไปหาหนังสือที่ห้องสมุดไม่ค่อยจะมีซักเล่ม ร้านขายหนังสือก็มีแต่หนังสือที่ไม่ตรงกับที่เราต้องการ มีแต่การใช้โปรแกรม พร้อมตัวอย่างที่อธิบายการเขียนเกมส์ เลยค่อนข้างเสียเปรียบครูอ้อยอยู่เหมือนกันนะ"

นายบอน -  " การที่มีโอกาสเรียนรู้หลายๆอย่าง เหมือนเป็นการสะสมความรู้ไปเรื่อยๆ วันหนึ่งถ้าถูกกระตุ้น ความรู้ที่สะสมไว้ก็จะหลั่งไหลออกมา ตอนนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน คงไม่ถือว่าเสียเปรียบในการเรียนรู้ด้วยตัวเองแล้วล่ะ ถ้าหาหนังสือไม่ได้ ก็ค้นเอาจาก Internet หรือถ้าค้นแล้วไม่เจอซักที ก็เอาแบบง่ายๆ ไปถามครูอ้อยเลยละกัน"


คู่สนทนา 1 - "จริงด้วย เพราะครูอ้อยเขียนแปะไว้ในบล็อกเลยว่า ครูผู้สอนภาษาอังกฤษทุกคนจำเป็นต้องมีทักษะการบริหารจัดการความรู้ Knowledge Management Skill  ทุกคนแสดงว่า ครูอ้อยก็เป็นหนึ่งในทุกคนที่ว่านั้น"

นายบอน - " ลองไปพิสูจน์ประโยคที่ครูอ้อยเขียนดูสิ ครูผู้สอนภาษาอังกฤษทุกคน ถ้างั้น ไม่ว่าจะเป็นครูที่ ร.ร.พระยาประเสริฐสุนทราศรัย(กระจ่าง สิงหเสนี) หรือครูที่กาฬสินธุ์ ก็ย่อมต้องมีทักษะอย่างที่ครูอ้อยฟันธงมาแล้วทั้งนั้น"

คู่สนทนา 2 - " เพื่อนผมก็สอนภาษาอังกฤษ ยังมี KMS ไม่ครบทั้ง 4 ข้อเลย ขาดข้อ 3 กับข้อ 4 "

นายบอน - "อ้าวเหรอ งั้นต้องรีบแจ้งให้ครูอ้อยแก้ไขข้อความโดยด่วน แก้เป็น ครูผู้สอนภาษาอังกฤษบางคน... รึเปล่าล่ะเนี่ย.."

คู่สนทนา 1 - "สนใจประเด็นที่ครูอ้อยบันทึกไว้ว่า  วิธีการส่งเสริมให้นักเรียนมีโอกาสคิดด้วยตนเองอย่างอิสระ
ถ้าเรื่องเรียนต่างกันมากก็พยายามให้ตัดสินใจเลือกเรียนเรื่องที่สามารถจะ เข้ากลุ่มเดียวกันได้ เพื่อง่ายต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แต่เท่าที่เห็นมา ก็เรียนเรื่องเดียวกัน วิชาเดียวกัน นักเรียนเลยไม่ได้คิดด้วยตนเองซะที
"

นายบอน -  "เกี่ยวข้องกับการเป็นโรงเรียนในฝันหรือเปล่า  ที่มีการปรับปรุงหลักสูตรให้ดีขึ้น"

คู่สนทนา 1 - "คงต้องรอให้โรงเรียนนอกฝัน กลายเป็นโรงเรียนในฝันกันก่อน "

คู่สนทนา 2 - "แต่ความจริงแล้ว ทุกวิชาสามารถจัดรูปแบบการสอนในแบบที่ครูอ้อยว่าได้เหมือนกันนะ อย่างที่ว่า

-  เปิดโอกาสให้เลือกแหล่งเรียนที่สอดคล้องและก่อให้เกิดการเรียนรู้ตรงเรื่องที่จะเรียน

 - เปิดโอกาสและเวลาให้นักเรียนเรียนรู้แล้วนำผลที่ตนเองรู้จริงมาคิดเขียนอย่างอิสระ
ทุกวิชาก็ทำได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าครูจะออกแบบการสอนยังไง ก็จะเหมือนอย่างที่ครูอ้อยบอกว่า
ครั้งที่หนึ่งอาจจะวุ่นวาย  เพราะประสบการณ์และความสามารถของนักเรียนยังน้อยนิด  แต่ถ้าไม่เริ่มก็จะไม่ก่อให้เกิดอะไรเลย  ลองทำดู  สิ่งที่ยากก็จะเป็นสิ่งง่ายไปเอง"

คู่สนทนา 1 -  "แล้วแนวคิดการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้นอกห้องเรียนเพื่อเปิดโอกาส ให้นักเรียนได้สัมผัสกับสื่อกับแหล่งเรียนรู้ที่เป็นสิ่งแวดล้อมของนักเรียน นี่ล่ะ ที่โรงเรียนมีแต่ให้นักเรียนเข้าห้องสมุด ค้นคว้า พอเปิดโอกาสให้ปุ๊บ ก็แว๊บไปร้านเกมส์มั่งล่ะ ไปเดินห้างกันมั่งล่ะ เดี๋ยวนี้มีสิ่งล่อใจเยอะ สงสัยต้องย้ายไปเรียนที่ร้านเกมส์กันหมดแล้วล่ะมั้ง"



ครูสิริพร กุ่ยกระโทก - "เมื่อ ครูรู้ว่านักเรียนต้องการออกไปเรียนนอกห้องเรียน  ครูจะปล่อยให้นักเรียนออกไปนอกห้องเรียนในเวลาที่กำหนด  เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สัมผัสกับสื่อกับแหล่งเรียนรู้ที่เป็นสิ่งแวด ล้อมของนักเรียนในโรงเรียน  ซึ่งจะกระตุ้นนักเรียนให้เกิดการเรียนรู้ในเรื่องนั้นๆ  เนื่องจากสื่อเหล่านั้นเป็นสื่อที่นักเรียนมีความคุ้นเคยมาแล้ว  นักเรียนรู้จักและเข้าใจความหมายของห้องต่างๆดีแล้ว"

คู่สนทนา 2 - " ย้ำอีกที คือ แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนเท่านั้น มีตั้งหลายอย่าง ทั้งห้องสมุด แปลงเกษตร โรงอาหาร ห้องดนตรี อาคารซ่อมรถยนต์ ห้องเรียนศิลปะ ฯลฯ "


ครูสิริพร กุ่ยกระโทก - "การเรียนการสอน ไม่จำเป็นที่จะต้องจัดในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่กำหนดเท่านั้น  เพราะบางทีนักเรียนจะเกิดความเครียดกับบรยากาศ  ถ้าครูพยายามให้นักเรียนได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมนอกห้องบ้าง ตามแต่ที่แหล่งเรียนรู้อำนวยให้  จะเห็นภาพนักเรียนกระโดดโลดเต้นตามแต่สภาพร่างกายของเขาต้องการ"

คู่สนทนา 1 - "นึกว่าครูสอนภาษาอังกฤษกลายเป็นครูสอนพละศึกษาซะอีก"


ครูสิริพร กุ่ยกระโทก - "ที่ โรงเรียนของครูอ้อยได้กำหนดแหล่งเรียนรู้โดย  ผู้อำนวยการไพบูลย์  วงศ์ยะรา  ปัจจุบันเกษียณอายุราชการไปแล้ว  ได้กำหนดแหล่งเรียนรู้เป็นภาษาอังกฤษโดยเขียนป้ายชื่อห้องต่างๆ  หรือสถานที่ต่างๆเป็นภาษาอังกฤษ ครูผู้สอนภาษาอังกฤษได้จัดทำโครงงานง่ายๆ  ให้สำรวจป้ายชื่อดังกล่าว  และจัดกระทำเป็นหมวดหมู่และลำดับ"

 นายบอน -  "นั่นไง ทักษะการบริหารจัดการความรู้ ของครูอ้อย นำความรู้ไปประยุกต์ใช้หรือสร้างสรรค์กับงานต่างๆ แล้ว 4.พัฒนาหรือปรับปรุงให้ทันสมัย
Practice& Progress "

คู่สนทนา  1- "มิน่าล่ะ ครูสอนภาษาอังกฤษมีทักษะที่ดีๆในแบบนี้นี่เอง ทำให้มองไปถึงคุณภาพของโรงเรียนนั้นด้วย คุณอาที่บ้านยังพาลูกสาวไปสอบเข้าโรงเรียนมัธยมที่เปิดสอนในหลักสูตร Mini English Program ให้ได้ เค้าไม่สนใจโรงเรียนประจำจังหวัดแล้วล่ะ เพราะไม่ค่อยเชื่อถือแล้ว"

นายบอน -  "อันนั้น เค้าอยากให้ลูกสาวเค้าเก่งภาษาอังกฤษต่างหาก"

คู่สนทนา 2 - " เดี่ยวนี้หลาย ร.ร. ก็เปิด Mini English Program กันแล้วนะ แล้วที่
ร.ร.พระยาประเสริฐสุนทราศรัย(กระจ่าง สิงหเสนี) ไม่เปิด Mini English Program ไปแล้วเรอะ ครูอ้อยมีประสบการณ์เยอะขนาดนี้ นักเรียนก็เก่งภาษาอังกฤษกันทุกคนแหงเลย"

นายบอน -  "ดูแนวคิดการออกแบบแหล่งการเรียนรู้ของครูอ้อยสิ..

กำหนดแหล่งเรียนรู้เป็นภาษาอังกฤษโดยเขียนป้ายชื่อห้องต่างๆ  หรือสถานที่ต่างๆเป็นภาษาอังกฤษ และให้นักเรียนสำรวจป้ายชื่อและจัดหมวดหมู่และลำดับ
โครงงานง่ายๆลักษณะนี้ กระตุ้นให้นักเรียนสนใจ สนุกสนาน ได้ความรู้ แล้วครูอ้อยยังไม่เหนื่อยอีกด้วย"

คู่สนทนา 1 - "แหม  เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2549 ครูอ้อยเขียนว่า ได้ยินเพื่อนครู  และรองผู้อำนวยการชมเชยผู้เขียนต่อหน้าแขกผู้มาเยี่ยมเยือน   กำลังเหนื่อยอยู่  หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ......

ไปชมท่านมากเกินไปเดียวท่านนอนไม่หลับนะ"

 นายบอน - "ไม่แน่หรอก อาจจะยี้อีกก็ได้นะ ครูอ้อยยิ่งชอบยี้ นายบอนอยู่ด้วย"

คู่สนทนา 2 -  "วันก่อนโน้น เห็นครูอ้อยเขียนบอกว่า มีลูกสาวคนนึง สงสัยจะยี้กันท่าเอาไว้ก่อนรึเปล่า"
 


.....และนี่คือ เสวนาจานส้มตำครับ แหม จากเรื่องการจัดการความรู้ ....คิดไปจนถึงลูกสาวครูอ้อยได้ยังไงเนี่ย

 



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 43375
เขียน:
แก้ไข:
ดอกไม้: 1
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

ครูอ้อยขุดบันทึกนี้มาอ่านนะ  นายบอน  คิดถึงนะ

ครูอ้อยขุดบันทึกนี้มาอ่านนะ  นายบอน  คิดถึงนะ