วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2555 คือ วันวิปโยค วินาศสันตะโร วันสุดท้ายของมนุษย์ สาเหตุเพราะ(1) นักวิทยาศาสตร์ค้นพบดาวดวงที่ 12 ในกาแล็กซีของเราตั้งแต่ปีค.ศ.1982 ตั้งชื่อว่าดาว "นิบิรุ" มีขนาดใหญ่กว่าดาวพฤหัสฯ 2 เท่า ดาวดวงนี้มีเส้นทางโคจรทับเส้นเดียวกับ "โลกมนุษย์" สำนักงานอวกาศสหรัฐ (นาซ่า) รู้ข้อมูลนี้ดี แต่ปิดข่าว ไม่ยอมเปิดเผยว่านิบิรุจะชนโลกภายในปีค.ศ.2012(2) "นาซ่า" ประกาศว่า วันที่ 22 ธันวาคม 2012 แกนโลกจะพลิกกลับขั้ว คือ ขั้วโลกเหนือจะมาอยู่ที่ขั้วโลกใต้ ช่วงเวลานั้น โลกของเราจะไม่มีสนามพลังแม่เหล็ก เพื่อป้องกันตัวเองจากสนามพลังแม่เหล็ก และรังสีต่างๆ จากอวกาศ วันดังกล่าวยังเป็นวันเดียวกับที่ดวงอาทิตย์จะพลิกกลับขั้ว เพราะดวงอาทิตย์จะพลิกกลับขั้วทุกๆ 11 ปี ปีล่าสุดคือปี พ.ศ.2544 ถ้ามาถึงวันนี้ก็ 11 ปีพอดี (2544 + 11 = 2555) ขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังพลิกกลับขั้วนั้น ดวงอาทิตย์จะแผ่สนามแม่เหล็กและรังสีความร้อนสูงมายังโลกซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่โลกไม่มีสนามแม่เหล็กป้องกันตัวเอง ผลคือ น้ำแข็งขั้วโลกละลายฉับพลัน น้ำท่วมโลกฉับพลัน ไม่มีทางหนีได้ทัน ในวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ.2012 (3) ชาวมายาแห่งอเมริกากลางทำปฏิทินใช้เองตั้งแต่ 1,000 ปีที่แล้ว ชนเผ่ามายานี้มีความสามารถในการคำนวณการโคจรการเกิดดับของดวงดาว สามารถคำนวณว่า โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์โดยใช้เวลา 365 วัน ตั้งแต่ 1,000 ปีที่แล้วซึ่งตรงกับปฏิทินที่ชาวโลกปัจจุบันใช้ แล้วยังคำนวณเกี่ยวกับระบบสุริยะจักรวาลได้แม่นยำ ชาวมายายังกำหนดวันสุดท้ายของปฏิทินของพวกเขาคือ วันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ.2012 พวกเขาบอกด้วยว่า วันนั้นโลกจะถึงจุดสิ้นสุด (โดยบอกไว้เมื่อ 1,000 กว่าปีที่แล้ว) น่าแปลกมาก ทำไมมาตรงกับองค์การนาซ่า(4) นายกอร์ดอน ไมเคิล สคัลเลียน เป็นผู้หยั่งรู้อนาคต มี "ญาณทัศนะ" มองเห็นอนาคตด้วยญาณแม่นยำ เขาทำนายว่าน้ำกำลังจะท่วมโลก จนหลายประเทศหายไปจากแผนที