เซ้ง! ตามกฎหมายเป็นสัญญาประเภทใด
เซ้ง! ตามกฎหมายเป็นสัญญาประเภทใด?
เรามักจะเห็นกันบ่อย ๆ ตามอาคารพาณิชย์หรือตึกแถว หรือสิ่งปลูกสร้างหรือทรัพย์สินอื่น ที่ติดประกาศว่า “เซ้ง” โดยคำดังกล่าว ประชาชนทั่วไปหรือแม้กระทั่งบุคคลผู้มีความประสงค์จะใช้คำนี้ทำธุรกรรม ก็ยังไม่ทราบ หรือทราบแต่ก็ยังไม่ชัดเจนกับคำว่าเซ้ง ว่ามีความหมายเป็นสัญญาประเภทใด ลักษณะแบบไหน มีผลตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร ซึ่งเคยสอบถามกับประชาชนที่เดินผ่านไปผ่านมา แล้วเห็นคำ ๆ นี้ ก็กลับมาคิดว่า เซ้ง คืออะไร เป็นสัญญาประเภทใดหรือ จึงเป็นเรื่องที่สงสัยและตั้งเป็นการคำถามตามมา ทั้ง ๆ ที่ คำว่านี้ ถือว่าเป็นธุรกรรมประเภทหนึ่งที่มีความนิยมและแพร่หลายเหมือนกันในปัจจุบัน
ความหมายของคำว่า “เซ้ง” ในทางกฎหมายที่จะมีผลผูกพันในทางนิติกรรมหรือธุรกรรมนั้น ไม่มีกฎหมายฉบับใดที่บัญญัติไว้ซึ่งคำคำนี้เลย โดยเฉพาะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยเรา ก็ไม่มีคำว่าเซ้ง บัญญัติเอาไว้ แต่ถ้าพลิกดูพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน คำว่า “เซ้ง” มีความหมายว่า โอนสิทธิหรือกิจการไปให้อีกคนหนึ่ง โดยได้ค่าตอบแทน ซึ่งโดยนัยของความหมายคำนี้ ในทางกฎหมายโดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 เอกเทศสัญญา ลักษณะ 4 เช่าทรัพย์ ในหมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 544 ว่า “ทรัพย์สินซึ่งเช่านั้น ผู้เช่าจะให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิของตนอันมีในทรัพย์สินนั้นไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลภายนอก ท่านว่าหาอาจทำได้ไม่ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาเช่า...”
ดังนั้น ความหมายของคำว่า “เซ้ง” ตามพจนานุกรม จะมีความหมายโดยนัยสอดคล้องกับธุรกรรมของนิติกรรมประเภทสัญญาเช่าทรัพย์ ตามมาตรา 544 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยเรานั่นเอง กล่าวคือ เซ้ง ตามความหมายในทางกฎหมายก็คือ การโอนสิทธิการเช่า ซึ่งการโอนสิทธิการเช่าตามสัญญาเช่า คือ การที่ผู้เช่า ซึ่งเป็นคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งตามสัญญาเช่าได้โอนสิทธิที่ตนมีจากการที่ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์จากทรัพย์สินที่เช่ามาตามสัญญาเช่าต่อไปให้บุคคลภายนอก และการโอนสิทธิการเช่านั้นถ้าทำโดยได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าซึ่งเป็นคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งตามสัญญาเช่า เราก็เรียกว่า เป็นการโอนสิทธิการเช่าโดยชอบ บุคคลภายนอกที่รับโอนสิทธิการเช่ามา ก็จะมีผลผูกพันโดยตรงกับผู้ให้เช่าตามสัญญาเดิมด้วย
นอกจากนี้ การโอนสิทธิการเช่านั้น ถือว่าเป็นเพียงการโอนสิทธิเรียกร้องเท่านั้น กล่าว คือไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าให้แก่บุคคลภายนอกเลย เพียงแต่มีการโอนเฉพาะสิทธิของผู้เช่าคนเดิมที่มีตามสัญญาเช่ากับผู้ให้เช่า ไปยังบุคคลภายนอกที่มารับโอนสิทธิการเช่าต่อไปเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น นายขาวทำสัญญาเช่าอาคารพาณิชย์ 1 คูหา กับนายฟ้า เพื่อทำธุรกิจ โดยตกลงเช่ากัน เป็นเวลา 25 ปี และอัตราค่าเช่าเดือนละ 10,000 บาท ทั้งสองได้ทำหนังสือสัญญาเช่าและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่กัน โดยในข้อสัญญาเช่าอนุญาตให้ผู้เช่า มีสิทธิโอนสิทธิการเช่าให้บุคคลภายนอกได้ และเมื่อนายขาวได้เช่าทำประโยชน์ในอาคารพาณิชย์นั้นได้ 15 ปี จึงได้ประกาศที่จะโอนสิทธิการเช่าของตนให้แก่บุคคลภายนอกที่จะประสงค์มาเช่าอาคารพาณิชย์ที่นายขาวเช่าไว้ โดยเขียนประกาศไว้หน้าอาคารพาณิชย์ว่า “เซ้ง” ซึ่งก็คือ โอนสิทธิการเช่า ต่อมานายเขียว มีความประสงค์ที่จะเช่าอาคารพาณิชย์คูหาดังกล่าวที่นายขาวประกาศ จึงได้มาติดต่อกับนายขาว และทำหนังสือโอนสิทธิการเช่ากัน โดยนายเขียวผู้เช่ารายใหม่มีสิทธิในการได้รับหรือทำประโยชน์ในอาคารพาณิชย์นั้นต่อไปได้อีกเพียง ระยะเวลาเช่าที่เหลือคือ อีก 10 ปี เท่านั้น ซึ่งการเช่าของนายเขียวนั้นจะเข้ามาเป็นผู้เช่าแทนนายขาวตามสัญญาเช่าฉบับเดิม และต้องชำระค่าเช่าในอัตรา 10,000 บาท ให้แก่นายฟ้าผู้ให้เช่า
สำหรับวิธีการโอนสิทธิการเช่านั้น คู่สัญญาคือ ผู้เช่าเดิมและผู้รับโอนสิทธิการเช่า สามารถจะตกลงโอนสิทธิตามสัญญาเช่าให้กันได้ด้วยการทำเป็นหนังสือระหว่างกันตามที่กฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้ในมาตรา 306 กล่าวคือ การทำเป็นลายลักษณ์อักษร มีข้อความครบถ้วนว่า ได้มีการโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญาเช่าของผู้เช่าให้แก่ผู้รับโอน และมีการลงลายมือชื่อของผู้เช่าและผู้รับโอนด้วย นอกจากนี้ ก็ต้องมีการบอกกล่าวเป็นหนังสือหรือได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่าด้วย ซึ่งตรงจุดนี้ ต้องสังเกตหรือพิจารณาจากข้อความในสัญญาเช่าว่ามีการระบุข้อความของผู้ให้เช่าว่ามีความยินยอมให้ผู้เช่านำทรัพย์สินที่เช่ามาโอนสิทธิการเช่าไปให้บุคคลอื่นได้หรือไม่ เพราะถ้าไม่มีการยินยอมของผู้ให้เช่าแล้ว การโอนสิทธิการเช่าที่ผู้เช่าโอนไป จะเป็นการโอนสิทธิการเช่าโดยไม่ชอบ ส่งผลในทางกฎหมายทำให้บุคคลภายนอกไม่ได้รับสิทธิในการเช่าไปจากผู้เช่า โดยถือว่าผู้เช่าเดิมนั้นจะเป็นคู่สัญญาเดิมตามสัญญาเช่ากับผู้ให้เช่าเหมือนเดิมทุกประการ ส่วนบุคคลภายนอกซึ่งได้รับโอนสิทธิมานั้นจะมีสถานะทางกฎหมายเป็นเพียงบริวารหรือผู้อาศัยของผู้เช่าเดิมเท่านั้น
ในส่วนผลของการโอนสิทธิการเช่า หรือคำว่า “เซ้ง” นั้น
เมื่อเป็นการโอนสิทธิการเช่าโดยชอบแล้ว กล่าวคือ การโอนสิทธิการเช่าได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่า ตามกฎหมายแล้ว (มาตรา 544) ขอแยกพิจารณาผลของการโอนสิทธิเป็นคู่สัญญา ดังนี้
(ก) ระหว่างผู้โอน (ผู้เช่า) กับผู้รับโอน (บุคคลภายนอก)
-
ผู้รับโอนสิทธิได้เข้าไปสวมสิทธิแทนผู้เช่าเดิม ซึ่งเป็นผู้โอน
-
สิทธิของผู้เช่าเดิม ซึ่งเป็นผู้โอน ตามสัญญาเช่านั้น จะระงับไปเลย คือไม่ได้เป็นคู่สัญญาตามสัญญาเช่ากับผู้ให้เช่าอีกต่อไป
-
ผู้เช่าเดิม ซึ่งเป็นผู้โอนสิทธิ จะต้องส่งมอบการครอบครองตัวทรัพย์สินที่เช่าให้แก่ผู้รับโอนสิทธิการเช่าไป เพื่อที่ผู้รับโอนสิทธิจะสามารถใช้หรือได้รับประโยชน์ต่อไปตามสัญญาเช่า ในระยะเวลาคงเหลือตามสัญญาเช่าเดิม
(ข) ระหว่างผู้รับโอนสิทธิ (บุคคลภายนอก) กับผู้ให้เช่า
-
จะเกิดนิติสัมพันธ์กันใหม่ตามสัญญาเช่าเดิม โดยผู้รับโอนสิทธิจะเข้าสวมสิทธิของผู้เช่าในอันที่จะได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินที่ตนรับโอนสิทธิตามสัญญาเช่ามา และผู้ให้เช่าในฐานะคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง ก็มีหน้าที่ต้องให้ผู้รับโอนสิทธิการเช่าได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินนั้น ตามกฎหมายลักษณะการเช่าทรัพย์ มาตรา 537
-
ในส่วนของสิทธิตามสัญญาเช่าระหว่างผู้เช่าเดิมคือผู้โอนสิทธิกับผู้ให้เช่านั้น สิทธิของผู้เช่าเดิมตามสัญญาเช่าเป็นอันระงับไปทั้งหมด
ขอให้กำลังอาจารย์ มุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อนักศึกษาและคณะนิติศาสตร์ของเราครับ
ขอบคุณมากครับ ทีแวะเยี่ยมบล็อคอาจารย์
มีประโยชน์มากครับ เพราะปกติคนที่ไม่สนใจหรือไม่สังเกตจะไม่รู้เลย
เรียน คุณ สุชาติ
ได้อ่านคำอธิบายว่าเซ้ง คือ
อะไร ชัดเจนในคำตอบมาก
ค่ะ ที่นี้สงสัยเพิ่มเติมว่า
นายก.เป็นเจ้าของอสังหา
ห้องพัก ได้นำห้องพักออก
ประกาศเซ้ง15 ปี โดยไม่มี
ค่าเช่าแต่ให้สิทธิอาศัยอยู่
15 ปี ในทางกฎหมายทำได้
หรือไม่คะ และต้องทำอย่าง
ไร
เทศบาลจะมาเรียกเก็บภาษี
โรงเรือนได้หรือไม่ เมื่อไม่
มีการเรียกเก็บค่าเช่า
ขอบคุณมากค่ะ
เรียน อาจารย์สุชาติ
ได้อ่านความหมายแล้วเข้าใจในระดับหนึ่ง
แต่ยังมีข้อข้องใจ ในตัวของสินค้า หรือ อุปกรณ์ต่างๆภายในร้านค่ะ
คือเห็นข้อความแจ้งว่า เซ้งกิจการพร้อมอุปกรณ์ทุกรายการ
ถ้าเกิดคนที่ไปรับช่วงเซ้งต่อกิจการ พออยู่ครบสัญญาเช่า อุปกรณ์ทุกอย่างตกเป็นของใครค่ะ
ขอบคุณค่ะ
รบกวนอาจารย์ตอบด้วยคะ คือในกรณีที่เจอ หนูเซ้งร้านอาหาร ซึ่งเหตุผลของเจ้าของเดิมคือเขาอยากเลิกทำแล้ว พอเราเปิดร้านได้ระยะหนึ่ง เจ้าของเดิมกลับไปเปิดร้านเอง และเปิดใกล้ๆกับร้านเดิม ถือว่าผิดสัญญาไมคะ เพราะที่หนูเซ้งพร้อมใบประกอบการ แต่เขายกเลิกหมด โดยไม่มีการปรึกษาเราเลย ตอนนี้ก็ดึงลูกค้าไปหมด มีข้อกฎหมายอะไรบ้างที่จะช่วยหนูได้คะ
รบกวนอาจารย์ตอบด้วยคะ คือในกรณีที่เจอ หนูเซ้งร้านอาหาร ซึ่งเหตุผลของเจ้าของเดิมคือเขาอยากเลิกทำแล้ว พอเราเปิดร้านได้ระยะหนึ่ง เจ้าของเดิมกลับไปเปิดร้านเอง และเปิดใกล้ๆกับร้านเดิม ถือว่าผิดสัญญาไมคะ เพราะที่หนูเซ้งพร้อมใบประกอบการ แต่เขายกเลิกหมด โดยไม่มีการปรึกษาเราเลย ตอนนี้ก็ดึงลูกค้าไปหมด มีข้อกฎหมายอะไรบ้างที่จะช่วยหนูได้คะ
มีข้อสงสัยค่ะโดยผู้รับโอนสิทธิจะเข้าสวมสิทธิของผู้เช่าในอันที่จะได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินที่ตนรับโอนสิทธิตามสัญญาเช่ามางั้นเงินมัดจำ เมื่ออยู่ครบสัญญา ผู้รับโอนมีสิทธิ์ได้รับคืนจากผู้ให้เช่าหรือไม่คะ