ประวัติความเป็นมาของอาหารอบ
สร้างโดย phakakrong เมื่อ อังคาร, 16/11/2010 - 15:58 | แก้ไขล่าสุด พุธ, 17/11/2010 - 16:22
ใบความรู้ที่ 1
เรื่อง ประวัติความเป็นมาของอาหารอบ
ยังไม่มีหลักฐานยืนยันได้แน่นอนว่า ใครเป็นผู้ผลิตขนมปังได้เป็นคนแรก แต่มีเรื่องเล่ากันต่อๆ มาว่า เมื่อประมาณ 3,000 ปี ก่อนคริสตกาล พวกชาวสวิสยุคหิน ที่อาศัยอยู่ตามทะเลสาบ ใช้ครกตำข้าวแล้วนำไปผสมกับน้ำ จากนั้นจึงนำมาเทลงบนหินร้อนๆ เพื่อให้ข้าวสุก ผลที่ได้ในครั้งนี้ แตกต่างจากครั้งก่อนๆ คือ ได้แป้งที่สุกพองขึ้นฟูและแห้งเหมือนขนมปัง
ต่อมาพวกทาสในราชวงศ์อียิปต์ได้ผสมก้อนแป้งทิ้งไว้โดยลืมนำแป้งไปทำให้สุก ผลที่ได้รับคือ ก้อนแป้งมีขนาดโตกว่าเดิมมาก และเมื่อนำไปทำให้สุก จึงได้ขนมปังที่มีขนาดใหญ่ เบา นุ่ม และรสอร่อยเป็นที่ถูกใจ จึงยึดปฏิบัติกันมาจนแพร่หลาย จากอียิปต์เข้าไปในตะวันออกกลาง
หลังจากนั้น พวกกรีกกลุ่มก้าวหน้าได้ประดิษฐ์หินโม่แป้งขึ้น และดัดแปลงเตาอบให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น โดยการนำเอาเตาอบแบบอียิปต์โบราณมาดัดแปลงเป็นเตาอบที่ก่ออิฐเป็นรูปโดม ทำให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าเดิม การผลิตขนมปังของชาวกรีกกลุ่มก้าวหน้าจึงมีคุณภาพดีกว่าชาติอื่นๆ ทำให้ได้ขนมปังที่ขาวขึ้น มีลักษณะและรสชาติที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้พวกกรีกกลุ่มก้าวหน้ายังได้ดัดแปลงและผลิตอาหารอบชนิดใหม่ๆ ได้อีกหลายชนิด นับได้ว่าอาหารอบได้มีการพัฒนาขึ้นอีกระดับหนึ่ง
อาหารอบได้แพร่ขยายจากกรีกเข้าสู่ยุโรป และเข้าไปถึงยุโรปตอนกลาง การทำอาหารอบได้ดำเนินไปอย่างช้า ๆ แต่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการผลิตแป้งสาลีที่ดีออกสู่ตลาด มีการนำยีสต์มาใช้เป็นส่วนผสมในการทำแป้งขนมปัง ทำให้ขนมปังขึ้นฟูและนิ่ม อาหารอบต่างๆ ได้มีการพัฒนาตามความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
อุตสาหกรรมอาหารอบในสหรัฐอเมริกา
อุตสาหกรรมอาหารอบได้แพร่เข้าสู่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ.1604 เริ่มมีธุรกิจอาหารอบเกิดขึ้น จนกระทั่งในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 ได้มีวิวัฒนาการใหม่ๆ เกิดขึ้นหลายอย่างในวงการอาหารอบ เช่น มีการสร้างตู้อบให้เหมาะสมกับการใช้งาน สร้างเครื่องผสมให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีการทำอาหารอบได้หลายชนิดและครั้งละมาก ๆ มีลักษณะและรสชาติแตกต่างกัน ทำให้กิจการด้านนี้แพร่หลายอย่างรวดเร็ว จึงเกิดธุรกิจการส่งข้าวสาลีจากสหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นข้าวสาลีที่ดีไปจำหน่ายยังฝั่งตะวันออกและเพิ่มปริมาณการจำหน่ายขึ้นเรื่อยๆ
อุตสาหกรรมอาหารอบในประเทศไทย
ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 คนไทยไม่นิยมรับประทานขนมปังเหมือนในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลวง มีร้านเบเกอรีเพียง 2-3 ร้านเท่านั้น ต่อมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 คนไทยได้รับอารยธรรมตะวันตกมากขึ้น ทำให้พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนไป เริ่มมีการบริโภคขนมปัง โดยในระยะแรกได้บริโภคเป็นครั้งคราว หรือในโอกาสพิเศษต่างๆ เท่านั้น ต่อมาได้เกิดสงครามในประเทศเวียดนาม สหรัฐอเมริกาได้ส่งทหารเข้ามาตั้งฐานทัพอยู่ในประเทศไทย ประกอบกับชาวต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรปนิยมเดินทางมาพักผ่อนในประเทศไทยมากขึ้น ได้นำพฤติกรรมการบริโภคขนมปังเข้ามาในประเทศ ทำให้เกิดธุรกิจเบเกอรีขึ้นมาเพื่อผลิตอาหารอบจำหน่ายสนองความต้องการของลูกค้า ได้มีการสั่งซื้อข้าวสาลีจากต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา และออสเตรเลียเข้ามาใช้ ระยะนั้นได้มีโรงโม่ข้าวสาลีแห่งแรกเกิดขึ้น ในประเทศไทยได้จัดผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาหารอบไปแนะนำ และสาธิตการใช้แป้งสาลีให้ถูกต้องกับผลิตภัณฑ์ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทำให้อุตสาหกรรมอาหารอบก้าวหน้าไปทั่วประเทศ
ในปัจจุบัน แม่บ้านส่วนใหญ่ต้องออกทำงานนอกบ้านตั้งแต่เช้า เพราะบ้านอยู่ไกล และปัญหาการจราจรติดขัด จึงไม่มีเวลาพอที่จะประกอบอาหารมื้อเช้ารับประทาน และอาหารไทยไม่นิยมเตรียมไว้ล่วงหน้ามักทำรับประทานเป็นมื้อ และต้องใช้เวลาในการเตรียมนาน ส่วนอาหารตะวันตก เตรียมสะดวกและรวดเร็ว สามารถทำเก็บรับประทานได้หลาย ๆ มื้อ เช่น กาแฟ รับประทานกับขนมปัง คุกกี้ ฯลฯ จึงเป็นที่นิยมแพร่หลาย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลวง อุตสาหกรรมด้านนี้เจริญก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ ซึ่งจะเห็นได้ว่า มีโรงโม่ข้าวสาลีเพิ่มขึ้นถึง 4 โรง มีโรงงานผลิตอาหารอบและร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารอบมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนสอนทำอาหารอบโดยเฉพาะ มีการสอนหลักสูตรระยะสั้น และระยะยาว ทั้งในภาครัฐบาลและภาคเอชน รวมทั้งเมีการเปิดสอนในสถาบันที่มีการสอนด้านคหกรรมศาสตร์อีกหลายแห่ง เป็นการสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง
การทำอาหารอบเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ซึ่งต้องอาศัยเทคนิค ความชำนาญ ความรู้
ความสามารถด้านวิชาการและเทคโนโลยีใหม่ ๆ มีการพัฒนาเครื่องมือ เครื่องใช้และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารอบให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เช่น มีการประดิษฐ์เตาอบที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เครื่องผสมที่ใช้กำลังไฟฟ้า เครื่องใช้และพิมพ์แบบต่างๆ ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดี สามารถผลิตได้ปริมาณมาก สะดวก รวดเร็ว ไม่เสียเวลามาก จึงมีผู้หันมาสนใจศึกษาหาความรู้ทางด้านนี้กันมากขึ้น
แบบทดสอบ
เรื่อง ประวัติความเป็นมาของอาหารอบ
คำสั่ง ให้นักเรียนเลือกคำตอบข้อที่ถูกต้องที่สุด จากตัวเลือก ก,ข,ค,ง เลือกได้คำตอบใด
ให้ทำเครื่องหมาย X หน้าข้อนั้น
1. ชนกลุ่มใดที่สามารถผลิตขนมปังได้ก่อนเป็นอันดับแรก
1 ชาวสวิสยุคหิน
2 ชาวอียิปต์
3 ชาวกรีกโบราณ
4 พวกยุโรปตอนกลาง
2. แป้งที่พวกทาสในราชวงศ์อียิปต์ผสมแล้วลืมทิ้งไว้ ส่งผลตามมาในข้อใด
1 แป้งแข็งและแห้งรับประทานไม่ได้
2 เมื่อนำมาทำให้สุกจะได้ขนมปังที่เบาและ
3 แป้งยุ่ยจนไม่สามารถทำให้สุกได้
4 เมื่อทำให้สุกจะได้แป้งที่เหนียวนุ่ม
3. ประดิษฐกรรมของชาวกรีกที่ทำให้ขนมปังมีคุณภาพคือข้อใด
1 การหมักแป้งทิ้งไว้ 1 – 2 วัน
2 การดัดแปลงเตาอบเป็นรูปโดม
ค. การปั้นแป้งให้มีรูปร่างกลม
ד. การดัดแปลงเครื่องโม่แป้งเป็นเครื่องผสมแป้ง
4. ผู้ประดิษฐ์หินโม่แป้งจากข้าวสาลีคือกลุ่มชนชาติใด
1 พวกราชวงศ์อังกฤษ
2 พวกอียิปต์โบราณ
3 พวกกรีกลุ่มก้าวหน้า
4 ชาวสวิสยุคหิน
5. ขนมปังได้วิวัฒนาการให้ก้าวหน้าขึ้น มีลักษณะนุ่มและฟูเป็นเพราะเหตุใด
1 ใช้วิธีการทางธรรมชาติหมักแป้ง
2 ใช้ครกตำแห้งสาลี
3 ใช้ผงฟูเป็นส่วนผสม
4 ใช้ยีสต์เป็นส่วนผสม
6. ข้อใดที่แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการใหม่ ๆ ของอาหารอบในสหรัฐอเมริกา
1 มีการสร้างเครื่องผสมให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
2 มีการทำขนมเพิ่มมากขึ้น
3 มีแป้งสาลีชนิดใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น
4 มีการบริจาคข้าวสาลีให้คนยากจน
7. วิวัฒนาการด้านอาหารอบแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดธุรกิจในข้อใด
1 ผลิตหินโม่แป้ง
2 ปลูกข้าวสาลีเพิ่มขึ้น
3 เพิ่มธุรกิจอาหารอบ
4 เกิดกิจการร้านอาหารจานด่วน
8. แป้งชนิดใดนำมาใช้ทำอาหารอบ
1 แป้งข้าวจ้าว
2 แป้งข้าวเหนียว
3 แป้งสาลี
4 แป้งเค้ก
9. ทหารอเมริกันจึงมาตั้งฐานทัพอยู่ในประเทศไทยทำให้พฤติกรรมด้านใดของคนไทยเปลี่ยนไป
1.วัฒนธรรมความเป็นอยู่ประจำวัน
มารบาทการรับประทานอาหาร
พฤติกรรมด้านบริโภค
พฤติกรรมด้านสงคราม
10. ข้อใดเป็นสาเหตุให้อาหารอบมีบทบาทอย่างมากต่อการบริโภคของคนไทย
1 แม่บ้านส่วนใหญ่ไม่มีเวลาเพราะต้องออกทำงานนอกบ้าน
2 มีผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารอบให้ความรู้แม่บ้านอย่างกว้างขวาง
3 ชาวตะวันตกเข้ามาตั้งโรงงานผลิตอาหารอบในเมืองไทยเนื่องจากค่าแรงงานถูก
4 พวกมิสชั่นนารีสอนศาสนามาให้ความรู้สอนอาหารอบแก่หญิงไทย