นิวรณธรรม ก็ไม่อาจจะทัดทาน สิ่งที่รู้ก็รู้ได้อย่างชัดเจน แจ่มใส ไม่ติดขัด เพราะความสงสัยดับไป
"สติเป็นธรรม ที่มีอุปการคุณอย่างมากซึ่งจะทำให้เกิดธรรมอย่างอื่นตามลำดับมา เมื่อธรรมคือสติบังเกิดแล้ว ความเป็นไปในการหยั่งรู้ของจิตก็เกิด การหยั่งรู้ของจิตก็คือการที่กายเกิดปิติธรรม อันปิติธรรมนี้แหละเมื่อใจกายวางเป็นอุเบกขาแล้ว ปัสสัทธิจึงมีได้ ปัสสัทธิจะคืออะไรเล่า ถ้าไม่ใช่สงบกายสงบอารมณ์อันเป็นการดับที่เหตุของจิต คือ ตัณหามิได้เกิดแล้ว ความรู้แจ้งในจิตในใจก็เกิดอย่างท่วมท้น นิวรณธรรม ก็ไม่อาจจะทัดทาน สิ่งที่รู้ก็รู้ได้อย่างชัดเจน แจ่มใส ไม่ติดขัด เพราะความสงสัยดับไป "
ความเพียรที่เรานำมาใช้นั้นจะจำแนกธรรมของเราออก ว่าจะเป็นไปอย่างหยาบหรือละเอียด ถ้ามีความเพียรมาก ธรรมที่เกิดก็ละเอียด ถ้าเพียรน้อยกว่า ธรรมที่เกิดก็อาจจะไม่ละเอียดพอเท่า
นมัสการพระคุณเจ้า
หวังว่าคงจะได้เรียนรู้ธรรมะจากพระอาจารย์อีกต่อไปเรื่อย ๆ การเรียนรู้ธรรมะจะให้เข้าใจในทันทีคงเป็นไปไม่ได้ ต้องมีความเพียรพยามในการปฏิบัติจึงจะเห็นผล จะติดตามตอนต่อไปเรื่อย ๆ นะเจ้าคะ
ขออนุโมทนาบุญด้วยนะคุณครูจี
จริงๆแล้วการศึกษาธรรมะนี้แล้ว หรือ การเรียนรู้ย่อมเป็นไปไม่จำกัดซึ่งกาลเวลา การไม่จำกัดกาลเวลา ก็ย่อมไม่จำกัดอายุด้วย ซึ่งบุคคลส่วนมากเข้าใจว่า เข้าวัยชราแล้วถึงจะศึกษา ซึ่งแสดงว่าประมาทในชีวิตเป็นอย่างมาก
อนึ่งการศึกษาธรรมะนั้นก็เพื่อเอามาต่อสู้กับโลกธรรม ไม่ได้หลีกหนีโลกไปไหน