สัญชาติไทย สัญชาติใด หรือไร้สัญชาติ

Lungnoke
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
สัญชาติไทยที่ผู้คนอีกมากมายโหยหาตั้งตารอ แต่สำหรับบางคนกลับไม่เห็นคุณค่า

ข่าวที่นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ได้ยื่นคำร้องเพื่อขอให้มีการสอบสวนสถานการณ์เกี่ยวกับการกระทำอันเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติในราชอาณาจักรไทยโดยในการฟ้องครั้งนี้ได้หยิบยกกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังมีสัญชาติเป็นอังกฤษอยู่ เพราะเกิดในประเทศอังกฤษ ทำให้เป็นที่สนใจของคนไทยขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งโดยเฉพาะเรื่องที่นายกรัฐมนตรีถือสองสัญชาติคือทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอังกฤษพร้อมกันหรือไม่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในสังคมโซเชียลมีเดีย โดยมีทั้งผู้คนตั้งข้อสังเกตต่างๆนานา และมีเป็นจำนวนมากที่ออกมาปกป้องโดยทันที

นั่นก็เป็นเรื่องธรรมดาในสังคมประชาธิปไตย ที่ทุกคนมีสิทธิ์ในการออกความคิดเห็น แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือ การให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีในกรณีนี้มันทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า นายกรัฐมนตรีของเรามีวุฒิภาวะที่สูงพอสำหรับการเป็นผู้นำแล้วหรือยัง ?

"ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอัมสเตอร์ดัม ยื่นฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศว่า “ก็เขารับจ้างมาทำอย่างงั้น เขาก็ต้องทำอย่างงั้นแหละครับ” เมื่อถามว่าจะต้องให้กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาดำเนินการอยู่แล้ว และเมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีถือสัญชาติอังกฤษใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบทันทีว่า “ผมสัญชาติไทยครับ ไม่มีสัญชาติมอนเตเนโกร”"
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=8&contentID=118675



ผมเองเกิดทันได้เห็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หลายท่าน ที่จำได้และเริ่มสนใจการเมืองบ้างแล้วก็ตั้งแต่ท่าน ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมทย์เป็นต้นมา มีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หลายคนที่มีชื่อเสียงด้านการใช้คารม โวหาร บางท่านถึงกับถูกเปรียบเปรยว่าคำพูดดั่งมีดโกน มีการใช้คำพูดเชือดเฉือนห้ำหั่นฝ่ายตรงข้ามบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีท่านใดใช้คำพูดในลักษณะดูหมิ่นเหยียดหยามผู้อื่นแบบนี้มาก่อน จริงอยู่การพูดแบบนี้อาจได้ใจ กระตุ้นต่อมเฮของบรรดาแม่ยกทั้งหลายได้ แต่การเป็นถึงผู้นำประเทศการจะพูดจาอะไรควรจะต้องคิดให้รอบคอบมากที่สุดเสียก่อน ไม่ใช่เอาแบบอย่างจากคนในพรรคบางคนที่มีปากสักแต่ว่าพูดเพราะคนเหล่านั้นไม่ได้มีเครดิตอยู่ในสายตาประชาชนเหมือนกับท่าน รวมถึงคำยกยอปอปั้นจากแม่ยกก็ไม่ได้ทำให้ภาพพจน์ของท่านในสายตาของประชาชนดีขึ้นแต่อย่างใด ตรงกันข้ามสังคมโดยรวมจะยิ่งมองท่านเป็นแค่เพียงเด็กเมื่อวานซืนมากขึ้นเท่านั้น คำตอบที่ไม่ได้ตอบแต่พูดเหน็บแนมเหยียดหยามผู้อื่นที่ไม่ได้อยู่ในที่นั้นและไม่มีโอกาสตอบโต้ แม้บุคคลนั้นจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ต้องหาหนีคดีก็ตาม นอกจากผู้พูดจะขาดวุฒิภาวะแล้ว ยังขาดความกล้าหาญอีกด้วย

ผมคงไม่บังอาจไปสอนท่านหรอกนะครับ เพราะที่อยากจะเขียนวันนี้มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับวิธีการพูดในที่สาธารณะสำหรับคนที่เป็นผู้นำ

หากพูดถึงเรื่องสัญชาติก็เป็นเรื่องแปลก คนไทยบางคนอยากมีหลายๆสัญชาติ โดยเฉพาะสัญชาติของประเทศในแถบยุโรปและอเมริกา แม้ไม่ได้โดยถาวรแต่ก็ยังอยากได้สิทธิพิเศษเช่นเดียวกับพลเมืองในประเทศเหล่านั้น จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่มีคนไทยจำนวนมากภาคภูมิใจในกรีนการ์ดมากกว่าบัตรประจำตัวประชาชนที่แสดงความเป็นคนสัญชาติไทยของตนเอง



ในขณะเดียวกันมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งแม้จะเป็นคนไทยแต่ก็กลับไม่มีสถานะในการที่เป็นคนสัญชาติไทยตามกฎหมาย คนไทยเหล่านี้บางส่วนมีพ่อแม่เป็นคนไทยเกิดในประเทศไทยแต่มิได้ทำตามขั้นตอนระเบียบของทางราชการในการออกหนังสือรับรองเช่นการแจ้งเกิด บางคนมีพ่อแม่เป็นคนไทยแต่ไปเกิดที่ประเทศเพื่อนบ้าน บางส่วนไม่มีสัญชาติมาแต่ต้นแล้ว แต่อยู่ในแผ่นดินไทยมานานหลายชั่วคนเช่นชาวเลเป็นต้น คนเหล่านี้ล้วนแต่อยากมีสัญชาติไทยที่ทางการยอมรับ และแน่นอนว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคนด้อยโอกาสที่อาศัยอยู่ตามชายขอบของประเทศเป็นส่วนใหญ่



คนไทยอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบมาเป็นเวลานานแล้ว นั่นก็คือคนไทยที่อาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินที่ตกไปเป็นของรัฐอื่น คนเหล่านี้เป็นคนไทยหลังจากที่แผ่นดินเกิดของตนถูกเฉือนออกไปเพื่อรักษาส่วนใหญ่ไว้ ถูก"แลก"เพื่อ"เอกราช" ในเวลานั้นบรรดาคนไทยในแผ่นดินใหญ่โกรธแค้นแสนเสียดายผืนแผ่นดินที่ถูกแย่งไป..

..แต่ไม่เคยคิดถึงพวกเขาเหล่านี้เลย ทั้งที่พวกเขาคือผู้ที่เสียสละเพื่อสิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของชาติที่เรียกว่าเอกราช กลับไม่มีใครสนใจใยดี ทุกวันนี้เมื่อกลับมายืนอยู่บนผืนแผ่นดินแม่กลับถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม เหยียบย่ำรังแกสารพัด เป็นประชาชนชั้นสองที่ปราศจากสิทธิใดๆอันคนไทยควรจะได้รับ จนต้องรวมตัวกันเรียกร้องสิทธิ์ที่ต้องสูญเสียไปให้คืนกลับมาโดยให้รัฐบาลเร่งนำ พรบ.คนไทยพลัดถิ่นเข้าสู่การพิจารณาโดยเร็ว



วันนี้รัฐบาลโดย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รับปากว่ารัฐบาลจะนำร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาการประชุมคณะ รัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 1 ก.พ. 2554 นี้ และทันทีที่ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีแล้วรัฐบาลจะส่งให้กฤษฎีกาตีความ ภายใน 15 วัน คาดว่าจะบรรจุเข้าเป็นวาระการประชุมร่วมรัฐสภาได้ภายในเดือน ก.พ.ซึ่งรัฐสภาก็จะเลื่อนจากเดิมในวาระ 52 ขึ้นมาเป็นวาระเร่งด่วน
http://www.ryt9.com/s/nnd/1076840

ก็เป็นที่น่ายินดีในระดับหนึ่ง อย่างน้อยความทุกข์ยากเดือดร้อนของพวกเขาก็เป็นที่รับรู้ของสังคมแล้ว แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เราคงยังหวังอะไรทั้งหมดไม่ได้เสียทีเดียว อตีตที่ผ่านมาเป็นบทเรียนสอนใจเสมอว่ากลุ่มคนที่เรียกว่ารัฐบาลรับปากอะไรให้ก็เผื่อใจสำหรับความผิดหวังไว้ให้มากๆหน่อย



ไทยเราเสียดินแดนตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์มาแล้วจนถึงปัจจุบัน14ครั้ง รวมพื้นที่มากกว่าที่เหลือเป็นประเทศไทยปัจจุบันเสียอีก ในอดีตบรรพบุรุษของเราต้องต่อสู้กับความพยายามในการล่าอาณานิคมของมหาอำนาจตะวันตกที่มีแสนยานุภาพกำลังรบเหนือกว่าเรามากนัก เพื่อให้รอดพ้นจากการตกเป็นเมืองขึ้นเราจึงต้องสูญเสียดินแดนเหล่านั้นไปด้วยความขมขื่นคั่งแค้นใจเหลือประมาณ



ในบางครั้งที่ประเทศของเรามีความเข้มแข็งทางการทหาร ประกอบกับมีผู้นำที่แข็งกร้าว การเรียกร้องเอาดินแดนคืนจึงเกิดขึ้นบ้างเป็นครั้งคราว ถึงขั้นใช้กำลังสู้รบกันจนฝ่ายเรามีชัยเหนือมหาอำนาจตะวันตกก็มีปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์ แต่ก็ไม่พ้นสัจธรรมที่ว่าผู้ที่เข้มแข็งกว่าย่อมมีชัยในที่สุด



ความเจ็บปวดต่อการสูญเสียดินแดนที่ฝังอยู่ในจิตใจของคนไทย บางครั้งก็นำไปสู่การเรียกร้องดินแดนคืนของประชาชนในบางช่วงบางเวลาตลอดมา แต่จากเงื่อนไขและความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก รวมถึงกฎหมายระหว่างประเทศ ความต้องการเหล่านั้นจึงเป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งความทรงจำของการต่อสู้ในอดีตมากกว่าที่จะทำให้เป็นจริงขึ้นมาได้ การเรียกร้องเรื่องของดินแดนในปัจจุบันเป็นเพียงการยืนยันในส่วนที่เป็นของตนโดยมีกติกาสากลเป็นเครื่องตัดสิน หรือไม่ก็เป็นเรื่องทางการเมือง



สิ่งหนึ่งที่ผมสงสัยมาตลอดก็คือ ทำไมเราเรียกร้องเอาแต่ดินแดนคืน แต่ไม่เคยพูดถึงคนที่อาศัยอยู่บนผืนดินแห่งนั้นด้วย คนไร้สัญชาติ คนไทยพลัดถิ่นที่มีความรักชาติบ้านเมือง เป็นคนดีประกอบสัมมาอาชีพ ตั้งใจทำมาหากินไม่เคยสร้างปัญหา สามารถที่จะมาช่วยกันสร้างสาพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองได้ เรากลับไม่ยินดีต้อนรับอ้างเหตุความมั่นคงของชาติ เรื่องของความปลอดภัย เหมือนกับนายทุนที่ต้องการเพียงที่ดินไว้ทำประโยชน์ เมื่อได้มาก็ขับไล่เจ้าของเดิมให้พ้นไป หรือเมื่อต้องเสียที่ดินไปก็ปล่อยให้ผู้อยู่อาศัยเดิมซึ่งเป็นคนในบ้านในครอบครัวเดียวกันไปต่อสู้ดิ้นรนกันเอาเองกับเจ้าของใหม่

ประเทศนี้เป็นประเทศของคนสัญชาติไทยบางส่วนและสัญชาตินายทุนบางส่วนเช่นนั้นหรือ ?



อีกด้านหนึ่งของสังคมไทย คนที่เกิดมาได้รับสัญชาติความเป็นคนไทยที่สมบูรณ์ตั้งแต่ลืมตาดูโลก มีสิทธิทั้งปวงที่ประชาชนคนไทยควรจะได้รับแต่กลับสร้างปัญหา เป็นภัยคุกคามความสงบสุขของประชาชนไม่เว้นแต่ละวัน เรากลับยินดีปรีดาปล่อยให้คนเหล่านี้เป็นขยะสังคมสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ประกอบสัมมาอาชีพตลอดเวลา บางคนเห็นคนไทยด้วยกันที่อ่อนแอกว่าก็หาทางเอารัดเอาเปรียบตั้งแต่กุ๊ยข้างถนน ไปจนถึงคนชั้นสูงที่มีหน้าที่ออกกฎหมาย พากันออกกฏเกณฑ์มาขูดรีด เบียดบังเอาทรัพย์สินแรงงานของประชาชนที่ด้อยโอกาส กอบโกยเอาจากทรัพยากรของชาติ

ถ้าเป็นไปได้เราเอาคนพวกนี้มัดเป็นพวงไปแลกคนไทยพลัดถิ่น คนไร้สัญชาติ แลกมาแค่พวงละคนผมว่าแผ่นดินเราคงสูงขึ้นกว่านี้อีกมาก



แต่อนิจจาสังคมของเรา คนที่มีชื่อเสียงบางคนเขาอาจจะมีเชื้อสายของความเป็นไทยอยู่บ้าง แต่เขาไม่ได้ปรารถนาหรือยินดีในความเป็นคนไทยสักเท่าไหร่ กลับพากันยกย่อง แทบจะกราบกรานมอบสัญชาติให้



ผมเองยังห่วงคนไทยพลัดถิ่นที่เดินเท้าเข้ามาเรียกร้องกฎหมาย แล้วได้รับคำยืนยันจากตัวแทนของรัฐบาลไม่เมื่อไม่กี่วันนี้ว่าที่ท่านอุตสาห์บากบั่นต่อสู้กันมานั้นมันจะพบอุปสรรคอะไรอีก

ทำเนียบรัฐบาล 1 ก.พ. -  เลขาธิการ สมช. ยืนยันให้สัญชาติคนไทยพลัดถิ่นเฉพาะผู้ที่อยู่ในเมืองไทยเท่านั้น เผยขึ้นทะเบียนไว้แล้ว 2 หมื่นราย มั่นใจไร้ปัญหาสวมสิทธิ์
http://news.impaqmsn.com/articles.aspx?id=394341&ch=pl1



"..ชีวิตคนไทยที่ถูกแลกไปเพื่อเอกราช....." ผมฟังเพลงนี้ครั้งแรกจากรายการโทรทัศน์ที่เป็นสารคดีเกี่ยวกับคนไทยพลัดถิ่นเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง บอกตรงๆจากใจจริงเลยครับว่าสำหรับผมแล้ว..มันเป็นเพลงที่ทำให้สะเทือนใจที่สุดในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมาครับ..!


คนไทยพลัดถิ่น คือใคร? ตอนที่ 1 : "ฉันเป็นคนไทย จนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต"
http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=1148
archanwell.org
http://www.archanwell.org/
ภาพจาก internet

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน The Outsider



ความเห็น (0)